ทุ่มให้ไกล ไปให้ถึง

29 August 2018
2,447 VIEWS

ร่วม ๆ 10 ปีที่แล้ว วงการฟุตบอลอังกฤษ ตื่นเต้นฮือฮากับของเล่นชิ้นใหม่ในการลุ้นทำประตู นั่นคือลูกทุ่มไกลของรอรี่ ดีแล็ป

อดีตนักพุ่งแหลนระดับเดินสายล่ารางวัล ใช้พลังแขนของตัวเองที่มีเหนือนักบอลคนอื่น มาปรับให้เข้ากับเกมที่เล่นด้วยเท้า ได้อย่างน่าทึ่งและเต็มเปี่ยมประสิทธิภาพ

หลายคนยกนิ้วยอมรับว่ามันคือนวัตกรรมนอกกรอบนอกตำราที่บรรดาโค้ช ไม่ว่าจบโปร ไลเซนส์ หรือเป็นแค่โค้ชคีย์บอร์ด พากันมองข้ามไปโดยสิ้นเชิง

แต่ไหนแต่ไร ลูกทุ่มมีความสำคัญเพียงเอาบอลที่ออกข้างสนาม กลับมาเล่นใหม่ บ่อยครั้งที่ทั้งนักเตะและผู้ตัดสินไม่สนด้วยซ้ำว่าตำแหน่งลูกออกกับจุดทุ่ม ตรงกันหรือไม่ ถ้ามันไม่กินแดนจนน่าเกลียดเกินไป

ดีแล็ป อดีตมิดฟิลด์ของสโต๊ค ซิตี้ ทำให้ความคิดที่ว่าลูกทุ่มก็แค่ลูกทุ่ม ต้องเปลี่ยนไป ความร้ายกาจของมันอาจยิ่งกว่าฟรีคิกหรือเตะมุมจากตำแหน่งเดียวกันเสียอีก

เทคนิคที่ทำให้ลูกทุ่มทรงพลังและอันตราย ถูกวิเคราะห์อย่างละเอียดตั้งแต่ออกสตาร์ต หากเป็นเกมในบ้าน ดีแล็ป มักขอผ้าจากเด็กเก็บบอลมาเช็ดลูกจนแห้งพอให้จับได้กระชับมือ จากนั้นถอยไปยืนประชิดกับป้ายโฆษณาเพื่อเตรียมตัว และออกวิ่งมา 4 ก้าว ตามด้วยก้าวยาว ๆ อีกหนึ่งครั้ง พร้อมกับลงน้ำหนักที่เท้าหน้าให้ยืนมั่นคงเพื่อส่งแรงไปข้างหน้า

ลูกทุ่มที่อันตราย สร้างปัญหาให้คู่แข่งรับมือได้ยากสุด บอลจะต้องพุ่งแหวกอากาศในองศาที่เกือบขนานกับพื้น ไม่โค้งย้อยแบบหลังเต่า  โดยมีทิศทางหาเป้าหมายคือผู้เล่นที่ตัวสูงสุดในทีม

การทุ่มแบบกดให้โค้งน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ บอลจะใช้เวลาเดินทางสั้นที่สุด เร็วที่สุด แรงที่สุด และผู้รักษาประตูร้อยทั้งร้อย ไม่กล้ารับ

มันอันตรายกว่าฟรีคิก หรือเตะมุมตรงไหน ก็ตรงจุดเริ่มต้นนี่แหละ เพราะฟรีคิกและเตะมุม บอลออกสตาร์ตจากพื้น คนเตะต้องเปิดให้โด่งเหินขึ้น อย่างน้อยเอาชนะกองหลังตัวแรก และค่อยมาลุ้นโหม่งในจังหวะโค้งตก

แต่ลูกทุ่มเริ่มต้นจากมือที่สูงจากพื้นดินไม่ต่ำกว่า 6-7 ฟุต บอลเดินทางไปหาเป้าหมายแบบไดเรคท์ อินเจคชั่น คนโหม่งไม่ต้องรอจังหวะที่ลูกหมดแรงและย้อยลงมาตกใส่หัว

ว่ากันว่าลูกทุ่มไกลดี ๆ ได้ระยะทางประมาณ 30-40 เมตร และความเร็วได้ถึง 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ที่สำคัญ อย่าลืมว่าลูกทุ่ม ไม่มีล้ำหน้า ฉะนั้น กองหน้าไปยืนกางมุ้ง ย่อมทำได้

อย่างไรก็ตาม มันอาจเป็นเทคนิคเฉพาะตัวบุคคลอย่างรอรี่ ดีแล็ป และไม่ใช่ทุกคนจะมีแขนทรงพลังเหมือนอดีตนักกรีฑาที่เคยถูกจีบไปให้แข่งโอลิมปิก ในฐานะตัวแทนของไอร์แลนด์

ตลอดสิบปีหลัง เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดีแล็ป แขวนรองเท้าเลิกเล่น แฟนบอลก็แทบไม่เห็นประสิทธิภาพจากอาวุธทุ่มไกลของใครอีกเลย

แต่ไม่กี่วันก่อน ผมเห็นข่าวเล็ก ๆ ชิ้นหนึ่งว่าลิเวอร์พูล ได้ว่าจ้างสต๊าฟฟ์โค้ชคนใหม่ ในตำแหน่งที่อ่านครั้งแรกแล้วเอะใจ….ตำแหน่งอะไร ?

มันถูกเขียนว่า Throw in coach  หรือโค้ชการทุ่มบอล ! นี่เรามาถึงจุดที่ทีมฟุตบอลจ้างโค้ชในตำแหน่งนี้กันแล้วหรือ

เข้าใจว่าน่าจะเป็นไอเดียบรรเจิดของเจอร์เก้น คล็อปป์ หรือใครสักคน เพื่อจะทำให้ลิเวอร์พูล เพิ่มความอันตรายแบบรอบทิศทางยิ่งกว่าอสรพิษ

ทะลวงรายละเอียดว่าแม้แต่โอกาสได้ทุ่ม ก็ควรต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

และโค้ชคนแรกในตำแหน่งนี้ ก็ต้องยกให้เขาแหละ ไม่ใช่รอรี่ ดีแล็ป นั่นน่ะเด็ก ๆ แต่เขาคือโธมัส โกรนเนมาร์ก เจ้าของสถิติทุ่มบอลไกลที่สุดระดับลงกินเนสส์ บุ๊ค ถึง 51.33 เมตร

บ้า ! นั่นมันครึ่งสนามบอลเลยมั้ง

โกรนเนมาร์ก ใช้เวลาศึกษาหาวิธีเพื่อทำให้การทุ่มไกลมีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่นานถึง 15 ปี และผลงานสร้างชื่อของเขา คือการมีส่วนทำให้ม้ามืดอย่างมิดทิลแลนด์ ทะลุเข้ารอบน็อกเอาท์ในยูโรปา ลีก ปี 2015/16 และยังชนะแมนฯ ยูไนเต็ด ในบ้าน 2-1 ถึงแม้สกอร์รวมสองนัดเป็นฝ่ายตกรอบก็ตาม

ฤดูกาลที่แล้ว โกรนเนมาร์ก ไปโค้ชให้ทีมเอซี ฮอร์เซ่นส์ กับ เอฟซี มิดทิลแลนด์ ในซูเปอร์ลีก ของเดนมาร์ก ปรากฏว่าทั้่งสองทีมได้ประตูจากการทุ่มไกลรวมกัน 20 ลูก

แฟนหงส์คงนับวันรอเมื่อไหร่ที่เขาติดตั้งอาวุธนี้ให้ลิเวอร์พูล ได้เสร็จสิ้นสมบูรณ์แบบ….