“หยดน้ำใจ” ที่เหมือนไม่มีอะไร

26 September 2018
203 VIEWS

การไม่ได้ “ปรากฎตัว” ในงาน FIFA’s The Best awards ของทั้ง โรนัลโด้ และลิโอเนล เมสซี่ ณ กรุงลอนดอน ตอนดึกวันจันทร์ที่ผ่านมาตามเวลายุโรป แสดง “นัยยะ” อะไรหลายอย่างนะครับ

1.รางวัลนี้ มี 3 รายชื่อถูกเสนอขึ้นมาประกอบด้วย โรนัลโด้, ลูก้า โมดริช และโม ซาลาห์ โดยไม่มี เมสซี่ ร่วมถูก nominee เป็นนักเตะยอดเยี่ยมของโลกเป็นครั้งแรกนับจากปี 2007

2.โมดริช ชนะเลิศรางวัลนี้ต่อเนื่องจากรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมฟุตบอลโลก 2018 และล่าสุดนักเตะยอดเยี่ยมของ “ยูฟ่า” เมื่อเดือนที่แล้ว

นั่นเท่ากับเป็นการ “ยุติ” การผูกขาดรางวัลนี้ระหว่าง โรนัลโด้ กับเมสซี่ ที่สลับกันขึ้นครองตำแหน่งตลอด 10 ปีที่ผ่านมาที่ผลัดกันแพ้ชนะกันคนละ 5 ครั้ง

3.มีกูรู ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้สันทัดกรณีมากมาย “ตำหนิ” ทั้ง โด้ และเมสซี่ ที่ไม่มาร่วมงาน นำโดย ฟาบิโอ คาเปลโล่, ดาวอร์ ซูเคอร์, ดิเอโก้ ฟอร์ลัน เสมือนไม่มีสปิริตต่อเพื่อนร่วมอาชีพ

พอตัวเองไม่ได้รางวัลก็เลยไม่มาร่วมงานซะเลย อ้างโน้น อ้างนี่ ไปเรื่อย…ทำนองนั้น

จนเรียกได้ว่า การไม่มางานของทั้ง 2 คนทำท่าจะ “โด่งดัง” เป็นข่าวมากกว่าการได้รางวัลครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของ ลูก้า โมดริช เสียอีก!!!

 

ทีนี้ลองมาดูเหตุผลการไม่มาร่วมงานของทั้ง โด้ และเมสซี่ อย่างเป็นทางการกันบ้าง

ดาวเตะโปรตุกีสของยูเวนตุสแจ้งล่วงหน้าแล้วว่า ไม่สามารถมาร่วมงานได้ เพราะติดภาระกิจ “รัดตัว” กับต้นสังกัดตราม้าลาย

เพิ่งเตะกัลโช่เซเรียอากับ โฟรซิโนเน่ ในคืนวันอาทิตย์ และโบโลญญ่า กลางสัปดาห์วันพุธ

ดังนั้นหากต้องเดินทางมาอังกฤษเพื่อมาร่วมงานอาจจะมีผลต่อการพักผ่อนได้

โดยหากลงรายละเอียดอีกนิด เที่ยวบินจาก ตูริน ไปลอนดอนจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 55 นาที หรือไปกลับ 4 ชั่วโมง หรือตีแล้วต้องมี 6 ชั่วโมงเบ็ดเสร็จครบกระบวนการทั้งรอเครื่อง และเช็คอิน แม้ว่าจะบินโดยเครื่องบินส่วนตัวก็ตาม

จุดนี้พอเข้าใจได้นะครับ

ขณะที่เมสซี่ ตอนแรกแจ้งว่า มาร่วมงานได้ แต่สุดท้าย เจ้าตัวซึ่งได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัล ปุสกัส อวอร์ด จากประตูยิงไนจีเรีย ในบอลโลกที่ผ่านมา ถอนตัวโดยอ้างเหตุผลเรื่อง “ครอบครัว”

ดังนั้น กรณีเมสซี่ จึงดูสมเหตุสมผลน้อยกว่า โรนัลโด้

อย่างไรก็ดี จะด้วยเหตุผลใดก็ตามกับงาน 1 ปีมีครั้ง และทั้งคู่ล้วนถูกเสนอเข้าชิงรางวัล

ทั้งคู่จึงควรจะเดินทางมาเป็นสักขีพยาน และร่วมเป็นเกียรติให้กับ โมดริช และผู้ได้รับรางวัล “ยอดเยี่ยม” อื่น ๆ ไล่ตั้งแต่ ธิโบต์ คูตัวร์ ในตำแหน่งผู้รักษาประตูไปจนถึง ดิดิเยร์ เดส์ชองป์ ในตำแหน่งโค้ช

สุดท้าย การไม่ได้มาร่วมงานที่ตัวเองควรมีส่วนในฐานะถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล และมีอาชีพเป็นนักฟุตบอล

หาใช่ “ความผิด” หรือเรื่องเลวร้ายเข้าขั้นคอขาดบาดตายแต่อย่างใด

ทว่ามันคือ “สามัญสำนึก” ต่อเรื่องที่พึง/ไม่พึงกระทำในฐานะนักเตะอาชีพมากกว่า

ไม่ต่างอะไรกับ “ทุกอาชีพ” ที่ต้องมีเรื่องที่พึง/ไม่พึงปฏิบัติ หรือจริยธรรม และจรรยาบรรณในอาชีพด้วยกันทั้งนั้น

โดยที่ผมหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็น “อาหารสมอง” ในวันนี้ อาจจะดูเหมือนเรื่อง “หยุมหยิม” และตามน้ำเล่นงานทั้ง 2 คน

ซึ่งก็อาจจะจริง เพราะทั้งคู่เป็นคนของสังคม กระทำอะไรย่อมถูกเพ่งเล็งกว่าปกติ

ดังนั้น แค่การไม่ไปร่วมงานประจำปี FIFA จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่ควรจะเป็น

ทว่าด้วยเพราะ “ชื่อเสียง” และการกระทำแบบนี้แหละครับที่ทำให้ผมคิดว่าเป็น “โอกาส” ที่ดีในการจะหยิบประเด็นละเอียดอ่อน ดูเล็กน้อย เหมือนจะไม่มีอะไรในกอไผ่เช่นนี้มาเป็น “กรณีศึกษา”

เรื่องจริยธรรม จรรยาบรรณ แท้จริงแล้วเป็นเรื่อง Common Sense หรือสามัญสำนึกล้วน ๆ

สิ่งเล็กน้อยที่เราคิดว่า ไม่มีอะไร ไม่ได้คิดอะไร (ซึ่งทั้งโด้ และเมสซี่ ก็อาจคิดเช่นนั้น)

แต่แท้จริงแล้ว ทุกคนกลับมองเป็นเรื่อง “หยดน้ำใจ”, สปิริต หรือเหมือนที่ ดาวอร์ ซูเคอร์ ว่าไว้คือ “น้ำใจกีฬาครับ”