ถ้าหงส์ไม่ได้แชมป์

19 March 2019
1,852 VIEWS


หลายคนมักอ้างว่าความสำเร็จวัดกันที่ถ้วยรางวัล

แปลหยาบๆ ก็คือแชมป์=ความสำเร็จ อันนี้แน่นอน คงไม่มีใครเถียง

แต่สำหรับผู้ไม่ได้แชมป์ จำเป็นด้วยหรือที่ต้องถูกตีตราใส่ตรวนว่า ล้มเหลว ? 

หลายคนเช่นกันบอกว่า โลกเลือกจะจดจำแต่ผู้ชนะเท่านั้น

แต่นั่นแปลว่าผู้ไม่ชนะ จะถูกลืมกลืนหายเหมือนเกลียวคลื่นเสมอไปทุกครั้ง ? 

ผมตั้งประเด็นนี้ขึ้นมาเพื่อให้แฟนเพจ sportdesk ช่วยกันตอบว่าถ้าจบฤดูกาลนี้ ลิเวอร์พูล มือเปล่า ไม่มีแชมป์ติดมือ 

โดยเฉพาะลีกสูงสุดที่รอมานานถึง 29 ปี

คุณจะนับว่ามันเป็นความสำเร็จ หรือล้มเหลว

หรือทั้งสองอย่าง

ครั้งหนึ่ง เจมี่ คาร์ราเกอร์ เคยถูกถามทิ่มแทงใจดำว่าทำไมไม่มีวาสนาคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก สักสมัย เขาตอบเหตุผลง่ายๆ สามข้อ

หนึ่ง ดันเจอแมนฯ ยูไนเต็ด ชุดที่เก่งสุดเท่าที่เคยมี

สอง ดันเจอเชลซี ชุดที่แข็งโป๊กสุดเท่าที่เคยสร้าง

สาม ดันเจออาร์เซน่อล ชุดพีกสุดเท่าที่เคยเห็น

ถ้าคาร์ร่า แบกสังขารเล่นต่ออีกหนึ่งปี (แขวนรองเท้าหลังจบฤดูกาล 2012/13 ก่อนปีถัดมา เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เกือบพาทีมคว้าแชมป์)  เขาอาจเติมข้อสี่ว่าดันเจอแมนฯ ซิตี้ ชุดเริ่มต้นความเป็นมหาอำนาจ

บางคนอาจกล่าวหาคาร์ร่า ว่าชักแม่น้ำทั้งห้าเพื่อให้ตัวเองดูดี เพราะลิเวอร์พูล ที่ผ่านๆมา ยังไม่มีชุดไหนถูกซูฮกว่าโคตรเก่ง ไร้เทียมทาน แต่ขาดโชควาสนา

แม้แต่ทีมของร็อดเจอร์ส  ถูกชี้นิ้วกล่าวโทษว่าเกมรับเปื่อยยุ่ย

แม้แต่ทีมของราฟา เบนิเตซ ที่แพ้แค่สองนัดทั้งซีซั่น แต่ผลงานหนักเสมอ ทำให้อกหักแพ้แชมป์อย่างแมนฯ ยูไนเต็ด ถึงสี่คะแนน 

หรือทีมของเชราร์ อุลลิเย่ร์ ที่ถนัดบอลโต้กลับฉาบฉวยมากกว่าครองเกมบดขยี้คู่แข่ง

สรุปว่าถ้าเก่งจริง ยังไงก็ต้องได้แชมป์ 

แต่ถามว่าเลสเตอร์ ชุดแชมป์ 2015/16 ด้วยผลงาน 81 คะแนน ไม่มีจุดอ่อนเอาเลย ? 

หรือแมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อ 8 ปีที่แล้ว คือแชมป์ที่สมบูรณ์แบบจากการเก็บแค่ 80 แต้ม ก็หาไม่ 

ปีศาจแดงในยุคของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มีหลายทีมที่ดีกว่า เก่งกว่านี้ แต่ก็อดได้แชมป์ เพราะดันเจอมวยถูกคู่

เคยกด 85 แต้ม แต่ก็แพ้เชลซี ของคาร์โล อันเชล็อตติ ไปหนึ่งคะแนน

เจ็บปวดกว่านั้นคือกวาดถึง 89 แต้ม ยังกล้าๆ แพ้แมนฯ ซิตี้ ด้วยผลต่างประตูได้เสีย

จังหวะและวาสนา เป็นสองสิ่งที่ควบคุมเหมือนกดปุ่มรีโมตคอนโทรลไม่ได้ 

ลิเวอร์พูล ฤดูกาลนี้ สะสมไปแล้ว 76 คะแนน มากกว่าทั้งซีซั่นที่แล้ว (75 แต้มจาก 38 นัด) 

เทียบกับ  11  ฤดูกาลหลังสุด ผลงานขนาดนี้สามารถรั้งจ่าฝูงแบบสบายๆ ถึง 8 ปี

หรือถ้าไปอยู่ในฤดูกาลที่เลสเตอร์ คว้าแชมป์ หงส์แดงจะนำหัวตารางห่างถึง 10 แต้ม

แต่ในความเป็นจริงคือทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ มีสถานะเป็นจ่าฝูงแค่ชั่วคราว จะโดนแมนฯ ซิตี้ ถีบลงเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น

และมันจะโคตรคลาสสิกแห่งความซวย ถ้าบังเอิญว่าทั้งเรือและหงส์เดินหน้ากวาดชัยชนะในมือได้หมดทุกนัดที่เหลือ 

ลิเวอร์พูล จะกลายเป็นรองแชมป์ที่มีคะแนนมากสุดในประวัติศาสตร์ถึง 97  แต้ม 

หรือไม่ต้องถึงขนาดนั้น เอาแค่ผลงาน ณ จุดนี้ที่แพ้เกมเดียว แต่การพูดเรื่องแชมป์ยังถูกกองเชียร์บางทีมหาว่าขี้โม้ ย่อมสะท้อนความยากบนมาตราฐานขับเคี่ยวที่สูงลิบ

สำหรับผม ฤดูกาลนี้ของลิเวอร์พูล ถูกตัดสินว่าประสบความสำเร็จไปแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นใน 7 นัดสุดท้าย

แค่สามารถเบียดกับแมนฯ ซิตี้ แบบผลัดกันนำผลัดกันตามจนเข้าสู่เดือนเมษาฮาวาย  จากที่เคยแพ้หลุดลุ่ย 25 แต้มไม่ถึงหนึ่งปีก่อน ผมถือว่าคล็อปป์ ทำสิ่งที่ยากพอกับโยนแอปเปิ้ลขึ้นฟ้าโดยไม่ให้ตก 

แม้ต่อให้ที่สุด ลิเวอร์พูล อาจจะอกหักผิดหวัง แล้วโดนแฟนบอลมองข้ามความยอดเยี่ยมพร้อมกับตราหน้า “ล้มเหลว” อีกครั้่งก็ตาม…