ปฐมบทการเผชิญหน้าของแข้งไทยใน “เจลีก 2019”

บนโลกนี้คงไม่มีฝันใดจะยิ่งใหญ่ไปกว่า “ฝันที่กลายเป็นจริง”…

กดแอพพลิเคชั่น Calendar แล้วเลื่อนเวลากลับไป 15 ปีก่อน เมื่อครั้งที่ผมยังเป็นเด็กชายวัยเยาว์ ร่ำเรียนอยู่โรงเรียนชายล้วนอายุหลักร้อยปีแห่งหนึ่งริมคลองผดุงกรุงเกษม ในห้วงของเวลาที่วงการฟุตบอลไทยยังไม่ได้พัฒนามายืนอยู่ในจุดนี้ดังเช่นปัจจุบัน 

ณ วันนั้นผมได้ติดตามรายการ “Football Asia” ทางช่องสตาร์สปอร์ต ซึ่งออกอากาศผ่านทางทรูวิชั่นส์ โดยรายการดังกล่าวจะนำเสนอไฮไลท์การแข่งขันของฟุตบอลลีกต่างๆในทวีปเอเชีย ซึ่งที่ผมชื่นชอบที่สุดก็คือ “เจลีก” ของญี่ปุ่น

ด้วยมาตรฐานการจัดการแข่งขันที่ดูไม่แตกต่างจากลีกฟุตบอลยุโรป สีสันของกองเชียร์ที่เข้ามาชมแบบแน่นสนาม  บวกกับความสวยงามของฟุตบอลที่ดูมีรูปแบบการเล่นเป็นของตัวเองอย่างชัดเจน ทั้งหมดมันทำให้ผมนึกคิดไปเองโดยไม่มีข้อมูลใดๆมาอ้าง ว่านี่แหละคือ “ลีกฟุตบอลอันดับหนึ่ง” ของทวีปเอเชีย

ในวันนั้นผมได้แค่ “ฝัน” ว่าถ้าวันหนึ่งมีนักฟุตบอลจากประเทศไทยได้มาลงเล่นในเวทีลูกหนังแห่งนี้ คงเป็นอะไรที่สุดวิเศษเป็นอย่างยิ่ง และมันจะยิ่งน่าติดตามถ้าหากมีนักฟุตบอลไทยลงเผชิญหน้ากันในเวทีฟุตบอลที่ดีที่สุดของทวีปเอเชียแห่งนี้

แล้ววันนึง “ฝัน” ของผมก็กลายเป็นจริง..

อย่างที่ทราบกันว่าฟุตบอลเจลีก 1  ซึ่งเป็นลีกฟุตบอลสูงสุดของประเทศญี่ปุ่นในฤดูกาลก่อน (2018) มีนักฟุตบอลไทยถึง 3 คน คือ ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีราทร บุญมาทัน และธีรศิลป์ แดงดา ได้รับโอกาสลงล่นในเวทีลูกหนังแห่งนี้  นั่นทำให้ผมได้รับชมเกมที่นักฟุตบอลไทยลงเผชิญหน้ากันบนลีกฟุตบอลที่ดีที่สุดในเอเชียตามที่ผมเคยฝันไว้ 

และมันก็เกิดขึ้นตั้งแต่เกมนัดเปิดฤดูกาลที่ ฮิโรชิมะ ซานเฟรซเช่ ของธีรศิลป์ ลงเผชิญหน้ากับ คอนซาโดลซัปโปโร ของ ชนาธิป และเกมนั้นก็เป็นเกมระดับคุณภาพที่มีเหตุการณ์สำคัญของวงการฟุตบอลไทยที่ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ตลอดไป…โดยเฉพาะประตูแรกของนักฟุตบอลไทยในลีกฟุตบอลสูงสุดของญี่ปุ่นอย่างเจลีก1 ที่ธีรศิลป์ทำได้

มาถึงในเจลีกฤดูกาล 2019 นี้ ฝันของผมยังไม่สิ้นสุดและคงดำเนินต่อไป…

เมื่อ “ชนาคุง” ชนาธิป และ “บุญจัง” ธีราทร ยังคงมีอยู่โยงคาแข้งในเวทีลูกหนังแห่งนี้ และยังมี “นิว” ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ มิดฟิลด์ดีกรีทีมชาติไทยที่ได้โอกาสมาแสดงฝีเท้าบนลีกสูงสุดของแดนอาทิตย์อุทัยเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนกับ โออิตะ ทรินิตะ

และปฐมบทที่ดาวเตะจากสยามประเทศจะได้เผชิญหน้ากันในเจลีกฤดูกาล 2019 นี้คือเกมในวันพรุ่งนี้ (17 มีนาคม) ที่ โออิตะ ทรินิตะ ของ เจ้านิว จะเปิดบ้านพบกับ โยโกฮามะ มารินอส ต้นสังกัดใหม่ของ ธีราทร

เชื่อว่าไม่เพียงแค่ผมที่เฝ้ารอชมเกมนี้ แต่แฟนบอลชาวไทยก็คงเฝ้ารอติดตามการต่อสู้กันในสนามของสองนักเตะจากสยามประเทศเช่นกัน…

โดยโอกาสที่ทั้ง 2 จะได้ลงสนามเผชิญหน้ากันนั้นมีสูงมากทีเดียว เมื่อ ฐิติพันธ์ นั้นกลายเป็นตัวหลักของต้นสังกัดไปแล้ว หลังได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงมา 3 เกมติด ส่วน ธีราทร นั้นก็กลับมาก็ยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมได้ทันที หลังบาดเจ็บและไม่ได้ลงเล่นใน 2 เกมแรกของเจลีก 2019 บวกกับคู่แข่งในตำแหน่งแบ็คซ้ายอย่าง เรียว ทาคาโนะ มาได้รับบาดเจ็บยาวไปอีก ก็ทำให้ ธีราทร น่าจะยึดตำแหน่งตัวจริงและออกสตาร์ทในเกมนี้ได้

ที่สำคัญทั้ง 2 คนไม่มีชื่ออยู่ในทีมต้นสังกัดเมื่อเกมฟุตบอลถ้วย เจลีก ลูวาน คัพ กลางสัปดาห์ ซึ่งแต่ละทีมจะมีการโรเตชั่นผู้เล่น เพื่อพักผู้เล่นตัวหลักไว้เล่นในเกมลีก ก็น่าจะเป็นสัญญาณเชิงบวกที่บ่งบอกว่าดาวเตะจากแดนสยามทั้ง 2 จะได้ลงฟาดฟันกันในเกมวันอาทิตย์นี้

น่าติดตามครับว่าปฐมบทของการเผชิญหน้ากันของแข้งไทยในเจลีก 2019 จะออกมาเป็นเช่นไร จะสนุกและมันส์แค่ไหน หรือมีเหตุการณ์ใดให้ได้จารึกเพิ่มขึ้นอีกในหน้าประวัติศาสตร์ฟุตบอลไทยเหมือนเกมปฐมบทเมื่อฤดูกาล 2018 หรือไม่ 

อีกไม่นานเกินรอเราจะได้ทราบกัน