“ยากยิ่ง” จะประสบความสำเร็จ และ “สุ่มเสี่ยง” ที่จะล้มเหลว

23 March 2019
125 VIEWS

เคยได้ยินสุภาษิตไทยที่ว่า “จับปลา 2 มือ” หรือ “เหยียบเรือ 2 แคม” กันไหมครับ?

ผมเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินสำนวนยอดฮิตทั้ง 2และเข้าใจความหมายของมันอย่างถ่องแท้ว่าอุปมาเหมือนดั่งคนที่ทำอะไร 2 สิ่งในเวลาเดียวกัน ซึ่งผลของการกระทำนั้นมักจะออกมา “ไม่ดี” 

ที่ผมเอื้อนเอ่ยถึงสำนวนยอดฮิตทั้ง 2 ก็เพราะมันน่าจะใช้อธิบายสถานการณ์ของ ฟาบิโอ คันนาวาโร่  อดีตปราการหลังกัปตันทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์ฟุตบอลโลก 2006 ได้เป็นอย่างดีในขณะนี้

อดีตเซ็นเตอร์แบ็คจอมแกร่งวัย 45 ปีผู้นี้แบกรับตำแหน่งผู้จัดการทีม กวางโจว เอเวอร์แกรนด์ มหาอำนาจลูกหนังของฟุตบอลลีกจีนเอาไว้มือหนึ่ง

ส่วนอีกมือหนึ่งเพิ่งจะยื่นเข้าไปแบกรับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติจีนเอาไว้เมื่อกว่าขวบสัปดาห์ที่ผ่านมา..

คำถามสำคัญที่ คันนาวาโร่ ต้องเผชิญก็คือ เขาจะสามารถแบกรับทำทั้ง 2 หน้าที่นี้ได้พร้อมกัน และประสบความสำเร็จจริงหรือ?

เพราะเพียงแค่เริ่มต้นผลงานก็ออกมาไม่ดีเสียแล้ว…

คันนาวาโร่ ประเดิมนำทีมชาติจีนปราชัยคาบ้านต่อทีมชาติไทยในศึกไชน่าคัพเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา 0 – 1 จนพลาดโอกาสเข้าชิงชนะเลิศ และต้องไปชิงอันดับ 3 ของรายการแทน

โดยเจ้าตัวอ้างว่ามีเวลาในการเตรียมตัวเพียงแค่ 5 วัน คงไม่สามารถจะช่วยยกระดับทีมให้พัฒนาขึ้นได้ในทันที และอยากให้ดูผลงานในระยะยาวมากกว่า

อย่างไรก็ตามถ้าหากจะให้ดูในระยะยาว นั่นหมายความว่า คันนาวาโร่ จะต้องทุ่มเวลาให้กับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติอย่างเต็มที่ ซึ่งจะต้องมีการทำงานแบบเต็มเวลา และศึกษาดูฟอร์มการเล่นของนักเตะจีน ซึ่งเป็นทรัพยากรของทีมมังกรอยู่เสมอ 

แล้วเขาจะมีเวลาให้กับทีมสโมสร กวางโจว เอเวอร์แกรนด์ มากแค่ไหน?

อย่าลืมว่าทีม “พยัคฆ์แดนใต้” ต้องการความสำเร็จอย่างมากในฤดูกาล 2019 นี้ เนื่องจากเมื่อฤดูกาล 2018 ที่ผ่านมา ซึ่ง คันนาวาโร่ กลับมารับงานที่ กวางโจว เอเวอร์แกรนด์ อีกครั้งนั้น (เคยคุมช่วงสั้นๆ 2014 – 2015) ถือเป็นฤดูกาลที่น่าผิดหวังของทีม เมื่อพวกเขาทำได้เพียงรองแชมป์ไชนิส ซูเปอร์ลีก  และต้องพลาดตำแหน่งแชมป์เป็นครั้งแรกหลังจากได้มาถึง 7 ปีติดต่อกัน (2011-2017)

นั่นทำให้ในฤดูกาลนี้ทีมพยัคฆ์แดนใต้จะต้องหมายมั่นปั้นมือเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องกลับมาคว้าแชมป์ ไชนิส ซูเปอร์ ลีก ให้ได้อีกครั้ง ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างแน่นอน เพราะหลายทีมต่างยกระดับและพัฒนาขึ้นมามาก ทั้ง เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี , ปักกิ่ง กั๋วอัน หรือ ชานตง ลู่เหนิง

ดังนั้น คันนาวาโร่ จะต้องทุ่มเท และพยายามทำการบ้านอย่างหนักทีเดียวกับเป้าหมายความสำเร็จที่ทีมวางไว้  มิหนำซ้ำยังมีถ้วยเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกหนึ่งรายการที่กวางโจว เอเวอร์แกรนด์ ให้ความสำคัญ จึงทำให้อดีตปราการหลังทีมชาติอิตาลี จะต้องทุ่มเทการทำงานเป็นเท่าทวีเพื่อที่จะไปให้ถึงเป้าหมายดังกล่าว 

การแบกรับหน้าที่  และความหวังของแฟนบอลในตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติจีน และ สโมสร กวางโจว เอเวอร์แกรนด์ ในเวลาเดียวกันของ คันนาวาโร่ จึงเป็นภารกิจที่ดูแล้ว “ยากยิ่ง” จะประสบความสำเร็จ และ “สุ่มเสี่ยง” อย่างมากที่จะก่อให้เกิด “ความล้มเหลว”  กับทั้ง 2 ทีม

และบางทีหากดื้อดึงจับปลา 2 มือ ต่อไป ก็อาจไม่เหลือปลาในมือเลยก็เป็นได้…