สัปดาห์นรกแตกของ “หงส์แดง – วิกฤติ หรือ วิตกจริต?

ลิเวอร์พูล

เดือนมีนาคมดูไม่ใช่เดือนที่ดีสักเท่าไหร่สำหรับ สาวก “หงส์แดง” ทั้งที่ตอนแรก มีการคาดหมายกันว่า เดือนนี้จะเป็นเดือนส่งมอบ “ถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีก” และแฟนบอลจะได้ปลดปล่อยความอัดอั้นตลอด 30 ปีที่ผ่านมากันเสียที แต่ทว่าเมื่อเข้าเดือนนี้ได้เพียงวันเดียว ลิเวอร์พูล ก็ต้องพบกับความพ่ายแพ้นัดแรกในฤดูกาลต่อ วัตฟอร์ด แบบค่อนข้าง “ยับยู่ยี่” ด้วยสกอร์ 0-3 พร้อมตามมาด้วยความพ่ายแพ้ในเกม เอฟเอ คัพ รอบ 5 ที่พ่ายต่อ เชลซี 0-2 เป็นความพ่ายแพ้ 2 นัดติดแบบเหนือความคาดหมาย

ถ้าคิดว่านั่นแย่แล้ว ล่าสุด เจอร์เกน คล็อปปฺ เพิ่งออกมาคนเฟิร์มว่าทีมจะไม่มีร อลิสซอน เบคเกอร์ นายทวารมือ 1 ของทีมที่มีอาการบาดเจ็บสะโพกและจะลงเล่นไม่ได้ 2 นัดแน่ ๆ คือเกมกับ บอร์นมัธ ในศึกพรีเมียร์ลีก สัปดาห์นี้ และเกม ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดที่ 2 ที่จะพบกับ แอตเลติโก มาดริด ที่ทีมมีสกอร์ที่ตามหลังอยู่ 0-1 หลังผ่านเลกแรกมาเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

จะว่าไป ลางร้ายของยอดทีมแห่งเมอร์ซีย์ไซด์ ก็เริ่มต้นมาจากเกมนัดนั้น หลังพวกเขาไปพ่ายมาที่ วานดา เมโทรโปลิตาโน ด้วยสกอร์ 0-1 แต่สิ่งที่แย่กว่านั้น คือการเสีย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมหัวใจในแดนกลางไป ทำให้หลังจากนั้นไม่ว่าเกมไหนก็ดู “ยาก” ไปหมด ทั้งการเล่นในบ้านกับ เวสต์แฮม, ไปเยือนวัตฟอร์ด และ เชลซี โดยในสัปดาห์นี้ พวกเขาจะต้องเจอกับ “เดอะ เชอร์รี” โดยยังไม่มี “เฮนโด้” ด้วย

อย่างไรก็ตาม บิ๊กบอสชาวเยอรมัน ก็ยังออกมาให้ความมั่นใจต่อสาวก “เดอะ ค็อป” ว่าพวกเขาจะกลับมาเล่นเกมนี้ในสภาพ 100% ไม่ว่าจะมีใคร หรือ เสียใครไปก็ตาม

แน่นอน เราจะกลับมาแบบ 100% เต็มอีกครั้ง แต่ บางทีคุณอาจจะต้องการมากว่านั้นในเกม” คล็อปป์ กล่าว

ฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมสร้างขึ้นมาจากความยืดหยุ่น ความมั่นคง ความพร้อมในการเล่นเกมป้องกัน มันก็เป็นแบบนี้มาเสมอ

แต่นี่มันเป็นช่วงเวลาสำคัญ มันขึ้นอยู่กับว่า เราจะทำอย่างไรกับมัน เราพูดกันราวกับว่า เราแพ้ในเกมฟุตบอลมันเป็นสิ่งที่แย่ที่สุดที่สามารถเกิดขึ้นได้ในเกมฟุตบอล

นั่นไม่ใช่เหตุผลว่าทำไมเราต้องมาเจอกัน เล่น และ ฝึกซ้อม แต่ยังไงก็ตามผลการแข่งขันมันก็เป็นเรื่องของความเป็นไปได้ทั้งนั้น เราแพ้ 3 เกมใน 3 การแข่งขันที่แตกต่างกัน เรารู้สึกแบบนั้น ผมไม่ได้มองข้ามหรือปฏิเสธว่าเราไม่รู้สึกอะไรเลย

การตอบโต้ (ความพ่ายแพ้) เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ และ นั่นเป็นสิ่งที่เราแสดงออกเสมอเช่นกัน เราควรแสดงออกให้เห็นในเวลาเช่นนี้ เราเคารพ บอร์นมัธ นะ เคารพพวกเขาจริง ๆ แต่นี่มันเกมของเรา เราต้องแสดงให้เห็นเดี๋ยวนี้เลย

กองหน้านี้ก่อนที่ “แตนอาละวาด” จะเล่นงาน “หงส์แดง” เป็นทีมแรก ลิเวอร์พูล คือทีมที่ “ตัวใหญ่กว่าความเป็นจริง” ทุกทีมลงสนามกับพวกเขาเขาด้วยความยำเกรงศักดิ์ศรีของคำว่า “ไร้พ่าย” และ “ชนะติดต่อกัน” มา นั่นทำให้ลิเวอร์พูล ดุกว่าความเป็นจริง ถึงแม้จะปลุกใจกันมาดีขนาดไหน แต่ลึก ๆ ในใจนักเตะก็รู้ดีว่า “พวกเขาไร้พ่าย” หรือ “พวกเขาชนะรวดมาหลายนัด” แต่หลังจากที่ วัตฟอร์ดทำสำเร็จ มายาคติตรงนั้นก็สลายไป

มาร์ติน คีโอว์น อดีตตำนานกองหลังของ อาร์เซนอล ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า ในปี 2002 หลังจากที่พวกเขาไร้พ่ายมา 30 นัด และต้องมาแพ้ต่อ เอฟเวอร์ตัน ที่มี เวย์น รูนีย์ วัย 16 ปีอยู่ในทีม พวกเขาประสบกับปัญหา “เป๋อย่างหนัก” และพ่ายในการแข่งขันทุกรายการหลังจากนั้นอีก 3 เกมติด แน่นอน ทุกคนรู้ว่าหลังจากนั้นคือจุดเริ่มต้นของฤดูกาลไร้พ่ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก แต่ตอนนั้น คีโอว์น ก็ยอมรับว่า มันเหมือนหายนะ

มายาคติที่ทำให้พวกเขาดูตัวใหญ่กว่าความเป็นจริงหลังไม่แพ้ใครมา 30 เกม ได้สลายไป และคู่แข่งในนัดต่อ ๆ ไป ก็มีความมุ่งมั่นเพิ่มขึ้น พวกเขาเชื่อว่า ถ้าทีมนั้นทำได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้ ตรงกันข้ามกับ อาร์เซนอล ตอนนั้นที่เป็นฝ่ายสูญเสียความมั่นใจไป และเมื่อผ่านไป 4 นัดพวกเขาทั้งหมดต้องมาคุยกันจริงจังที่สนามซ้อมก่อนที่ทีมจะกลับมาอย่างยิ่งใหญ่กว่าเดิม

นั่นเองเป็นสิ่งที่ลิเวอร์พูลต้องทำให้ได้ เพราะตอนนี้ บอร์นมัธ ก็น่าจะมีความฮึกเหิมแบบเดียวกันกับที่ คีโอว์น เล่ามา พวกเขาต้องเชื่อมั่นว่า ถ้า วัตฟอร์ด ทำได้ ทำไมพวกเขาจะทำไม่ได้ และทำให้ฝั่งว่าที่แชมป์ ต้องพบเจอกับคู่ต่อสู้ที่ “ตัวใหญ่กว่าความเป็นจริง” บ้าง

ไม่ใช่แค่สเกลใหญ่ในขนาดทีมเท่านั้น คีโอว์น ยังให้ความเห็นที่น่าสนใจว่า ปัญหาวิตกจริตเหล่านี้ มันได้แทรกซึมลงไปถึงตัวบุคคล โดยเฉพาะนักเตะที่พลาดมาในช่วงที่ทีมย่ำแย่จะโทษตัวเองเป็นพิเศษ และในกรณีนี้ เขาหมายถึง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ที่ “รับเละ” ทั้งในเกมวัตฟอร์ด และ เชลซี และการสูญเสียความมั่นใจตรงนี้ จะยิ่งทำให้เขาถูกโจมตีจากคู่แข่งมากขึ้นไปอีก

แน่นอน ปัญหานี้จะหยุด เมื่อ “เลือดหยุดไหล” ผลชนะ หรือ ผลเสมอก็อาจจะเพียงพอที่ทำให้ ลิเวอร์พูล กลับมาอยู่ในภาวะปกติได้อีกครั้ง แน่นอน อาจจะไม่ได้ตัวใหญ่เกินจริงเหมือนช่วงที่พวกเขาพชนะมารัว ๆ แต่การเป็น ลิเวอร์พูล ขาดปกติที่ไม่มีความวิตกจริตมากวนใจนั้น ก็น่าจะเกินพอ ให้พวกเขาเดินหน้ากลับมาเก็บชัยชนะอีก 4 นัด เพื่อคว้าแชมป์ได้แล้ว

คำถามคือ พวกเขาจะ “หยุดเลือด” ในสัปดาห์นี้ได้เลยรึเปล่า?



RELATED POSTS

Thought

30 นาทีที่ดีที่สุด

ไข่มุกดำ

สกอร์ไลน์สามารถเป็น 0-6 ได้เลยนะครับภายใน “30 นาที” แรกของแมตช์ระหว่าง สเปอร์ส – เชลซี ที่ผมไม่แน่ใจว่าจะ “สรุป” ออกมาเป็นคำพูดใดดี สเปอร์ส เล่นฟุตบอลครึ่งชั่วโมงที่ดีที่สุดในฤดูกาลนี้

Thought

เวนเกอร์กับบาเยิร์น เนื้อคู่ประตูถัดไป?

ลูกแม่กิ่ง

ข่าวลือของ อาร์เซน เวนเกอร์ กับ บาเยิร์น มิวนิค หนาหูขึ้นทุกวัน และนั่นคือเรื่องราวนี้ผ่านมุมมองของ ลูกแม่กิ่ง

Story

โรนัลโด้ : เป็นความรู้สึกสุดพิเศษที่ได้กลับมาแมนฯ ยูไนเต็ด

SPORTDesk. Team

ค่ำคืนนี้ ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลับมาหวดแข้งกันอีกครั้ง โดยไฮไลท์คู่สำคัญอยู่ที่ 2 ยักษ์ใหญ่ของยุโรป อย่าง แมนเชสเตอร์  ยูไนเต็ด ตัวแทนจากอังกฤษ จะทำศึกแห่งศักดิ์ศรีกับยูเวนตุส กระดูกเบอร์ใหญ่จากอิตาลี และประเด็นสำคัญก็คือ การกลับมาเยือนถิ่นเก่าอีกครั้งของคริสเตียโน่ โรนัลโด้