วันนี้ของ “ลูกศิษย์” กับ “คุณครู”

27 September 2018
156 VIEWS

ชัยชนะดวลจุดโทษของ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ เหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด ศึกคาราบาว คัพ รอบ 3 บ่งบอกอะไรหลายอย่างสำหรับโลกลูกหนังวันนี้

1.เวลามันช่างผ่านไปรวดเร็ว และเผลอนิดเดียว แฟรงค์ แลมพาร์ด จากอดีตนักเตะคนสำคัญของ โจเซ่ มูรินโญ่ ในทีมเชลซี ได้กลายเป็นกุนซือฝั่งตรงข้ามเผชิญหน้ากันเป็นครั้งแรก

และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย!

2.จะด้วยฟรีคิกสุดสวยของเด็กปั้น ลิเวอร์พูล แฮร์รี วิลสัน หรือ “แท็คติกส์” สุกงอมของ “แลมพ์” ก็สุดแล้ว ทว่าสุดท้ายแล้วการบุกมาเสมอในเวลา 2-2 โดยเกือบชนะหากไม่เพราะ มารูยาน เฟลไลนี่ โขกช่วงทดเจ็บตีเจ๊าในเกมที่แกะเขาเหล็กโดนนำก่อนด้วยซ้ำ

จัดว่า แลมพาร์ด “แจ้งเกิด” ได้เลยในฐานะกุนซือป้ายแดงซีซั่นแรกในนัดนี้

บางทีนี่อาจจะเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญในอาชีพโค้ชของอดีตนักเตะทีมชาติอังกฤษรายนี้ก็ว่าได้นะครับ

3.ฟุตบอลของมูรินโญ่ ในวันนี้อาจจะ “โบราณ” เกินไปหรือไม่ ไม่เฉพาะที่รูปแบบ และวิธีการเล่น

แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือ “ปรัชญา” และ “กลยุทธ์” ซึ่งเป็น “ภาพใหญ่” ที่สุดของแนวทางการทีมในประเด็นที่ออกนำเร็วแล้วพยายามเล่นเกมรับ “รอโต้” หาใช่บุกขยี้เดินหน้าฆ่ามัน แล้วสุดท้ายก็พลาดเอง

งานนี้ เสียง “ตะโกน” พอล ป๊อกบา ดังมาแต่ไกลเลยครับ “attack, attack, attack, attach!” ทำไมเล่นในบ้านไม่บุก ๆ ๆ ๆ และบุก จนได้ข่าวว่า โดนเรียกเข้าคุยเป็นการด่วนกรณีพูดแบบนั้นออกไป

นอกเหนือจาก 3 ประเด็นง่าย ๆ ข้างต้นแล้ว ผมแอบเชื่อว่า มูรินโญ่ จะรู้สึก “ยินดี” กับแลมพาร์ด พอ ๆ กับ “ผิดหวัง” ที่ลูกทีมต้องตกรอบในบ้าน แม้จะปรับทัพร่วม 10 คนจากเกมเสมอ วูลฟ์ส 1-1 ต่อหน้าท่านเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ตามที

งานนี้ แม้จะมีประเด็น “ศิษย์คิดล้างครู” หรืออะไรก็แล้วแต่

ทว่าคนอย่าง แลมพาร์ด ไม่เคยมีประวัติทางลบแบบนั้น และความ “เคารพ” ในตัวคนทั้ง 2 ก็มีประมาณหนึ่ง

ฉะนั้น สิ่งที่ควร “เรียนรู้” จากนัดนี้ก็คือ แนวทางการทำทีมของมูรินโญ่ และปรัชญาของกุนซือโปรตุกีส กับฟุตบอล ค.ศ.นี้มากกว่า

ครับ ผมคงไม่พูดเยอะ เพราะ “พูดบ่อย” แล้ว และทุกท่านคงได้ฟังกันบ่อยเหลือเกิน

เอาเป็นว่า ผมขออนุญาตพูดกว้าง ๆ แล้วกันว่า ในโลกยุคดิจิตอล อะไรต่อมิอะไรมันเปลี่ยนเร็ว รุนแรง ฉับพลัน (Disruption) และหากเกิดอะไรขึ้นกับสิ่งจะกระทบเทือนต่อสิ่งต่าง ๆ ได้มากมายทันที

แพร่กระจายได้เร็วกว่าแสงใน “โลกโซเชียล”

เทคนิค, แท็คติกส์วิธี “ฟุตบอล” ก็ไม่ต่างกันที่ไปกันถึง half-spaces, false 9, กองหน้า 9 ครึ่ง, กองกลาง 10 ครึ่ง, เพลย์เมคเกอร์ “ทุกตำแหน่ง” (ไม่ใช่เฉพาะแค่มิดฟิลด์)

ไม่นับการเรียนรู้เก่า ๆ ไม่ว่า total football, high pressing, fluid football (ฟุตบอลที่ลื่นไหล ธรรมชาติ), take initiative (ช่วงชิงความได้เปรียบในการเล่นให้ได้ก่อน), play from the back, keeper sweeper ฯลฯ

แต่เรานึกถึงทีมแมนฯยูฯเพียง ตั้งรับรถบัส, โต้กลับ, บอลไดเร็กต์ให้เฟลไลนี่…

จริง ๆ คงมีอะไรที่ “โพสิทีฟ” ดี ๆ กว่านี้นะครับ ผมอาจจะ “ลำเอียง” ไปบ้างในการแสดงความคิดเห็น แต่ส่วนตัวรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ ด้วยความเคารพอย่างสูง แฟนปิศาจแดง

ครับ ฟุตบอลมันเปลี่ยนไปแล้ว

โลกเราก็เปลี่ยนชนิดที่หากใคร หรือองค์กรใด ไม่ปรับตัวรับรองสูญพันธุ์ หรือเหนื่อยหนัก เช่น Kodak, HMV, Nokia (เหมือนจะกำลังกลับมา), ร้านเช่าวิดีโอ Blockbuster, ร้านแมงป่อง, บริษัท RS, Grammy, การบินไทย

ไม่นับสื่อมวลชนอย่างพวกผมที่ต้องปิดตัว หรือหันไปทำเฉพาะ “ดิจิตอล”

ในโลกที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากแค่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ใช่…เรามาถึงจุดที่ต้องชมฟุตบอล UCL เฉพาะทางออนไลน์ ไม่มีแพลตฟอร์ม โทรทัศน์ เป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้แล้ว

เรา ๆ ท่าน ๆ เองหากไม่ “ปรับตัว” ก็จะไม่ได้ดู ตกขบวนรถไฟกันไป

ต่าง ๆ นานาเหล่านี้ แค่ตัวอย่างเป็น “น้ำจิ้ม” สะท้อนปลายทาง โจเซ่ มูรินโญ่ ณ วันนี้ที่ยังดูใช้ชีวิตเหมือนวันวานครับ