‘ติอาโก อัลคันตารา’ กำลังจะมาที่ลิเวอร์พูล? | by ลูกแม่กิ่ง

ความจริงเรื่องนี้น่าจะจบไปได้แล้วหลังจากที่ “สายข่าว” ฝั่งลิเวอร์พูลออกมาปฏิเสธทั้งหมด รวมถึงการออกมาแสดงท่าทีของเยอร์เกน คล็อปป์ เกี่ยวกับเรื่องความยากลำบากในการเสริมผู้เล่นในช่วงปิดฤดูกาลนี้ ซึ่งเป็นจะเป็นซัมเมอร์แรกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แบบเต็มๆ

แต่จู่ๆเมื่อคืนช่วงก่อนรุ่งสางก็มีรายงานข่าวจากฝั่งเยอรมันที่กลับมาขุดเรื่องนี้ใหม่ เพียงแต่มีการ “บิด” เรื่องนี้เล็กน้อย

พาดหัวของ Bild บอกดังนี้ครับ

Klopp: Kaufbefehl für Thiago

แปลแบบไทยๆได้ความว่าคล็อปป์: อนุมัติให้ซื้อติอาโก

ในรายละเอียดของข่าว Bild ระบุว่าคล็อปป์ต้องการที่จะได้ตัวติอาโก มาร่วมทีมให้ได้และสามารถตกลงเรื่องสัญญาส่วนตัวกับผู้เล่นได้แล้ว 

สิ่งที่เป็นปัญหาที่ “เปิดช่อง”​ เผื่อไว้สำหรับทางฝั่งสายข่าวเยอรมันคือเรื่องของ “ค่าตัว” ที่ลิเวอร์พูลจะต้องหาทางตกลงกับบาเยิร์นให้ได้ ซึ่งยังมีความแตกต่างในความต้องการของผู้ซื้อและผู้ขายอยู่พอสมควร

ระหว่าง 20-25 ล้านยูโร กับ 35-40 ล้านยูโร ช่องว่างนั้นห่างเกินกว่าที่จะ “หยวน” กันได้ง่าย ว่ากันแบบนั้น

ก่อนที่ข่าวจะพัฒนาไปอีกขั้นด้วยการเปิดช่องเพิ่มว่าลิเวอร์พูลจะเดินหน้าเจรจาอย่างจริงจังต่อเมื่อพวกเขาปล่อยกองกลางรายใดรายหนึ่งออกจากทีมเท่านั้น

เรื่องของทิศทางข่าวจบที่ตรงนี้ครับ ยังไม่มีการออกมาแย้งจากสายข่าวฝั่งลิเวอร์พูลในเวลานี้

แน่นอนว่าสิ่งที่หลายคนอยากรู้คือติอาโก จะย้ายมาจริงไหม? ซึ่งถ้าถามผมคำตอบของผมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมนิดหน่อยครับ

จาก “ไม่” ตอนนี้เป็น “ไม่แน่ใจ”

ที่เป็นเช่นนี้เพราะสถานการณ์ในเกมฟุตบอลนั้นมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา สิ่งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หรือเมื่อวานนี้อาจจะไม่สำคัญเลยเมื่อสถานการณ์ดำเนินไปสู่อีกจุดหนึ่ง ซึ่งผมพอสัมผัสได้ว่าเวลานี้สถานการณ์เริ่มมีความเปลี่ยนแปลง

สิ่งที่ชัดเจนคือเวลานี้เราเริ่มพอมองเห็นทิศทางของอนาคตมากขึ้นหลังจากที่มองไม่เห็น คาดเดาไม่ถูกอยู่นาน ส่วนหนึ่งคือสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 แม้จะยังไม่จบและไม่จบง่ายๆแน่ แต่อย่างน้อยก็การพัฒนาของสถานการณ์ที่น่าสนใจ และส่วนใหญ่เป็นไปในทางบวก

ความสำเร็จของการจัดการแข่งขันพรีเมียร์ลีกต่อได้จนกำลังจะจบฤดูกาลถือเป็นเรื่องที่ต้องปรบมือให้ทุกฝ่ายครับ และทำให้ทุกคนเริ่มมีความมั่นใจกับการแข่งขันฤดูกาลหน้ามากขึ้น

แต่สิ่งที่จะเป็นปัจจัยสำคัญคือโอกาสที่แฟนบอลอาจจะได้กลับมาสู่สนามไวขึ้น

เบื้องต้นในเดือนตุลาคมนี้ โดยสิ่งที่หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบคือลิเวอร์พูลเองเป็นหนึ่งในสโมสรที่กำลังทดสอบระบบการตรวจสอบแฟนบอลเพื่อความปลอดภัยในการป้องกันการระบาดของโควิด-19

ระบบการป้องกันนี้ถูกทดสอบใช้ในเยอรมันกับทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และคล็อปป์ซึ่งมีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดอีกทั้งยังติดตามข่าวสารอยู่เสมอเป็นหนึ่งในคนที่เชื่อมโยงให้สโมสรได้รู้จักกับระบบป้องกันดังกล่าว ซึ่งโดยหลักการง่ายๆแล้วจะตรวจอุณหภูมิของแฟนบอลที่มาสู่สนามว่าเป็นไข้หรือไม่ และจะมีระบบการตรวจจับว่าแฟนบอลมีการถอดหน้ากากในระหว่างการนั่งชมเกมหรือไม่ หรือนั่งรักษาระยะห่างกันหรือเปล่า

ขณะที่พรีเมียร์ลีกเองก็มีการศึกษาระบบเหล่านี้อยู่เช่นกันครับ ซึ่งที่ต้องรีบเร่งก้เพราะยิ่งแฟนบอลกลับมาสู่สนามได้ไวขึ้นเท่าไหร่ ทุกฝ่ายก็มีโอกาสรอดมากขึ้นเท่านั้น

เรื่องนี้สำคัญอย่างไร? 

มันสำคัญตรงที่หากแฟนบอลมีแนวโน้มจะกลับมาได้ การคาดการณ์เรื่องรายรับของสโมสรที่ประเมินเอาไว้แบบ “เลวร้ายที่สุด” ก็อาจจะปรับระดับลงมา

จากที่กังวลว่ารายได้จะหายไปแบบ 100% หรือขั้นต่ำ 80% ก็อาจจะลดความน่ากังวลลงไป (เพราะยังมีเรื่องของสินค้าจำนวนมากที่เป็นรายได้หลักในวัน Matchday รวมถึงที่นั่งชั้นผู้บริหารที่เป็นกุญแจสำคัญในการดีลกับสปอนเซอร์ทั่วโลก)

ดังนั้นหากทุกอย่างเป็นไปในแง่บวกเร็วขึ้น ก็มีโอกาสที่จะมีการ “ทบทวน” แผนการเสริมทัพปรับทีม

ลิเวอร์พูลเองยังอยู่ในระหว่างการตัดสินเรื่องอนาคตของผู้เล่นหลายคน ซึ่งมีส่วนที่ต้องการย้ายออกและไม่จำเป็นที่จะต้องรั้งไว้ เช่น เชร์ดาน ชาคิรี, มาร์โก กรูยิช รวมถึงแฮร์รี วิลสัน ซึ่งหากสถานการณ์ในวงการฟุตบอลกลับมาได้เร็ว สโมสรที่สนใจนักเตะเหล่านี้ก็อาจยินดีจะจ่ายเงิน (หรืออย่างน้อยหาโมเดลในการต่อรองกัน) ทำให้ทีมได้ทุนอีกก้อนเอาไว้สำหรับการเสริมท่ีม

อีกด้านคือการที่คู่แข่งหลายทีมทำท่าว่าจะขยับตัว ไม่ว่าจะเป็นเชลซีที่ออกตัวแรงกว่าเพื่อนกับฮาคิม ซิเยค และติโม แวร์เนอร์ ที่ปาดหน้าได้จากลิเวอร์พูล หรือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เชื่อว่าจะมีการขยับตัวครั้งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นรายของจาดอน ซานโช หรืออื่นๆ

และที่สะเทือนมากที่สุดคือการที่แมนเชสเตอร์ ซิตี ไม่ถูกลงโทษแบนในรายการ UCL เป็นเวลา 2 ปีแบบช็อกวงการ นั่นหมายถึงพวกเขาได้ถูกปลดปล่อยจากพันธนาการ

ซิตีจะใช้เงินมหาศาลในการปรับทัพเสริมทีมอย่างแน่นอนในช่วงปิดฤดูกาลนี้ โดยที่ทุกทีมทำได้เพียงแค่มองตาละห้อยเพราะไม่สามารถแข่งในเรื่องของอำนาจทางการเงินไหว โดยเฉพาะในยามนี้ซึ่งต่อให้นักเตะสำคัญขนาดไหน แต่เงินก็สามารถจะง้างได้หมด

หากลิเวอร์พูลจะทนอยู่เฉยๆจริงๆ คำถามคือมันจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้วใช่ไหม?

หรือพวกเขาควรจะกระโดดเข้าสู่ตลาดและเลือกนักเตะที่ต้องการในราคาที่เหมาะสมมาเสริมทีมบ้าง?

สิ่งที่น่าสนใจคือคือเรื่องผลงานในสนาม ที่ดร็อปลงอย่างมีนัยสำคัญในระยะหลัง พวกเขาแพ้ถึง 5 นัดจาก 13 นัดหลังสุด (ชนะ 6 เสมอ 2) โดยที่มีจุดที่น่าหนักใจมากกว่าเรื่องของความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆที่เกิดจากสมาธิในการเล่นที่หายไป คือเรื่องของสไตล์และรูปแบบการเล่นที่เริ่มตีบตัน

จุดนี้เองครับที่ทำให้ติอาโก น่าสนใจ

ในตำแหน่งกองกลางแล้วบนโลกใบนี้ผมเชื่อว่ามีคนที่จะมีเทคนิค จินตนาการ และชั้นเชิงเทียบเท่ากับกองกลางในตำหรับลา มาเซียแท้ๆคนนี้น้อยมาก

ถ้าให้เทียบกับกองกลางลิเวอร์พูลที่มีอยู่ทั้งหมด ติอาโก เชิงเหนือกว่าทุกคนครับ และสิ่งที่เขามีนั้นเป็นสิ่งที่ลิเวอร์พูลไม่มีมานาน โดยเฉพาะนับตั้งแต่คูตินโญย้ายจากไปอยู่กับบาร์เซโลนาในปี 2018

การได้นักเตะระดับนี้มาเป็นเรื่องที่ “ดี” แน่นอนครับ 

เราเห็นตัวอย่างกันบ่อยๆสำหรับนักเตะในสไตล์บอลสมองที่ไม่น่าจะเอาตัวรอดในเกมฟุตบอลอังกฤษได้แต่ก็เอาตัวรอดได้สบาย เช่น ดาวิด ซิลวา, ฮวน มาตา มาจนถึงล่าสุดกับบรูโน เฟอร์นันเดส กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

นักเตะพวกนี้สมองดี รู้หลบเป็นปีก รู้หลีกเป็นหาง เรื่องจะไปบู๊แบบบ้าเลือดไม่มีให้เห็นครับ

อย่างไรก็ดีมันมีสิ่งที่ทำให้ต้องคิดหนักสำหรับติอาโก – โดยตัดเรื่องประเด็นเจ็บบ่อยออกไปก่อน

อย่างแรกคือ “อายุ” ที่ล่วงเข้าวัย 29 ปี ซึ่งไม่สอดคล้องกับนโยบายของสโมสรที่ให้ความสำคัญกับนักเตะอายุน้อยมากกว่า

นั่นทำให้พวกเขาอยากได้ติโม แวร์เนอร์ หรือไค ฮาเวิร์ตซ์มากกว่าสตาร์ชื่อดังระดับเวิลด์คลาสคนอื่น

อย่างต่อมาคือ “ค่าเหนื่อย” ที่เชื่อว่าอยู่ในระดับ 200,000 ปอนด์ ถือว่าค่อนข้างสูงมากแต่ก็เป็นไปตามวัยวุฒิและคุณวุฒิ 

เพียงแต่ผมเชื่อว่าจุดนี้อาจไม่ใช่ปัญหาครับเพราะมีข่าวว่าตกลงกันได้ โดยค่าเหนื่อยจะไม่สูงขนาดนั้น หรืออาจจะมีการจ่ายตามขั้นบันได เช่น ตามจำนวนเกม โบนัสต่างๆ หรือความสำเร็จ

เรื่องต่อมาคือบทบาทในทีม

จุดนี้เองที่น่าคิดเพราะลิเวอร์พูลถือว่ามีกองกลางที่ค่อนข้างแน่นพอสมควร  ไม่ว่าจะเป็นจอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ, จินี ไวจ์นาลดุม, นาบี เกตา, เคอร์ติส โจนส์, อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และเจมส์ มิลเนอร์ 

อย่างไรก็ดี ติอาโก เป็นกองกลางที่มีความสามารถหลากหลาย เล่นได้ทั้งหมายเลข 6 และหมายเลข 8 ขึ้นอยู่กับโค้ชว่าจะเลือกใช้งานเขาแบบไหนในสถานการณ์ไหน

สิ่งที่น่าคิดต่อมาคือหากเป็นไปตามข่าวว่าลิเวอร์พูลจะขยับตัวก็ต่อเมื่อมีกองกลางคนใดคนหนึ่งย้ายออก ทำให้หลายคนจับจ้องไปที่จินี ไวจ์นาลดุม ซึ่งยังติดขัดเรื่องของการเจรจาต่อสัญญาอยู่และสัญญากำลังเข้าสู่ขวบปีสุดท้ายเช่นกัน

ที่สำคัญจินี และติอาโก อายุเท่ากันด้วย

หากลิเวอร์พูลปล่อยจินี – ซึ่งมีความรู้สึกเหมือนลังเลที่จะอยู่กับทีมต่อไป – ออกไปให้กับทีมใดก็ตาม โดยได้ค่าตัว 30-40 ล้านปอนด์ หรืออย่างน้อย 25 ล้านปอนด์ ก็อาจทำให้มีเหตุผลมากพอที่จะขยับเข้าหาติอาโก โดยเรื่องค่าเหนื่อยเชื่อว่าน่าจะไม่ห่างจากที่จินีต้องการในสัญญาใหม่มากนัก

สิ่งที่คล็อปป์และลิเวอร์พูลจะได้จากการนี้คือกองกลางระดับเวิลด์คลาส ที่มีสไตล์การเล่นที่แตกต่างจากเดิม และน่าจะสร้างมิติในเกมรุกใหม่ๆได้ 

แค่การพลิกบอลจังหวะเดียวของเขาก็อาจหมายถึงการเปิดพื้นที่ในเกมรุกทันที และการจ่ายบอลครั้งเดียวของเขาก็อาจหมายถึงการที่กองหน้าได้ทะลุเข้าไปยิงประตูเลยทีเดียว

แม้ในบทของ “หมายเลข 8”​ ที่เป็นตัวขับเคลื่อนของทีม ลิเวอร์พูลเองก็มีนาบี เกตาอยู่แล้ว รวมถึง The Ox  เพียงแต่อย่างที่บอกไปข้างต้นครับติอาโก เป็นอีกระดับที่เด็กๆเหล่านี้ยังห่างชั้นพอสมควร และสองรายนี้มีสภาพร่างกายที่ “เปราะ” ไม่แตกต่างกัน

ดังนั้นส่วนตัวผมเชื่อว่าติอาโก เป็นการเสริมทีมที่น่าสนใจสำหรับลิเวอร์พูล

จากเดิมที่เคยคิดว่า “ไม่” ตอนนี้สถานการณ์ต่างๆที่ดำเนินไปทำให้ผม “ไม่แน่ใจ” กับโอกาสในการย้ายทีมครั้งนี้

สิ่งที่จะต้องรอดูคือท่าทีของคล็อปป์ว่าจะออกมาปฏิเสธเพื่อยุติข่าวหรือไม่ หรือฝ่ายบริหารจะยังคงหนักแน่นกับจุดยืนเดิมที่จะ “ไม่ควัก” ต่อไปหรือเปล่า

เช่นกันกับสายข่าวฝั่งลิเวอร์พูล ที่ตราบใดที่ยังไม่ออกมาปฏิเสธในเวลานี้ผมคิดว่าเรื่องนี้มีโอกาสครับ

แค่นี้เดอะ ค็อป ก็แอบลุ้นกันใหญ่แล้ว ผมรู้ 🙂

ป.ล. แต่ถ้าจะให้เลือกคนที่จะย้ายมาจริงๆโดยไม่เดือดร้อนมากนักและอาจจะดีกว่าที่คิด มันก็พอมีอยู่นะครับ คนเดียวตอบโจทย์ได้หลายข้อเลย