ฤาเวลานั้นจะมาถึง…

24 November 2018
335 VIEWS

ได้ชื่อว่าเป็น “คู่เอก” พรีเมียร์ลีก ประจำสัปดาห์แบบไร้ข้อครหานะครับสำหรับแมตช์ สเปอร์ส – เชลซี คิกออฟเที่ยงคืนครึ่งวันเสาร์ตามเวลาบ้านเรา

เจ้าบ้าน ตราไก่ มี 27 คะแนนจากการชนะ 9 แพ้ 3 ขณะที่เชลซีด้วย “ความรู้สึก” เหมือนจะดีกว่าเยอะ

แต่ “ความจริง” กลับดีกว่าเพียง 1 แต้มจากการชนะ 8 เสมอ 4 และยังไม่แพ้ใครในอันดับ 3 เหนือกว่าไก่เดือยทอง 1 อันดับ ทว่ารั้งพื้นที่ “แชมเปี้ยนส์ลีก” อยู่ด้วยกัน

ดังนั้น เกมนี้จึงเป็น “ดาร์บี้แมตช์” กรุงลอนดอน อันดับ 1 ชั่วโมงนี้ที่อาร์เซนอล ตามมาอันดับ 5 ห่างสเปอร์ส 3 คะแนน อย่างไม่ต้องสงสัยอีกด้วย

เหลือบตามอง “คู่แข่ง” จาก 12 นัดที่ผ่านมา ในบ้านสเปอร์ส เจอ แมนฯยูฯ (ชนะ 3-0), แพ้ ลิเวอร์พูล 1-2 และนอกบ้านแพ้ แมนฯซิตี้ 0-1 อันเป็นเกมยาก ๆ ของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ และเด็ก ๆ (อีกนัดที่แพ้ คือ บุกพ่ายวัตฟอร์ด 1-2)

ส่วน เชลซี ที่ไม่แพ้ใคร เจอ “บิ๊กทีม” ประกอบด้วย ชนะอาร์เซนอล 3-2 เสมอ แมนฯยูฯ 2-2 และโดนลิเวอร์พูล ตีเสมอ 1-1 ทั้งหมดในบ้าน

โดยอีก 2 นัดที่เสมอ คือ เจอกับทีมรอง เวสต์แฮม ในบ้าน และเพิ่งเยือนเอฟเวอร์ตัน แล้วเสมอ 0-0 ทั้ง 2 เกม

จะเห็น “ภาพคร่าว ๆ” ว่า เชลซี ยังไม่ได้โดน “ทดสอบ” อย่างหนักหน่วงนอกบ้าน เพราะเจอปืนใหญ่ ตอนเกมต้น ๆ ฤดูกาล เฉกเช่นกันแมนฯยูฯ ตอนแกว่ง และหงส์แดงตอนกรอบ ๆ ในบ้านทั้งนั้น

ครั้นเจอคู่แข่งที่ “ออร์แกไนซ์” ดีขึ้นมานิดก็เจาะไม่ได้กับ เวสต์แฮม และเอฟเวอร์ตัน

ข้างฝ่าย สเปอร์ส ต้องใช้คำว่า “สาหัส” กับสถานการณ์นับจากบอลโลก 2018 รอบท้าย ๆ ที่ขุนพล อังกฤษ และเบลเยียม กับอื่น ๆ รวมกันมีถึง 11 คนในรัสเซีย

ผู้เล่นจึง “กรอบ” และไม่ได้มีการซื้อนักเตะเข้ามาเสริมยังผลให้เกิดการบาดเจ็บ หรือไม่สมบูรณ์ของผู้เล่นหลักอย่างต่อเนื่องจนโปเช็ตติโน่ต้องใช้นักเตะนับจากเปิดซีซั่นมาแล้วถึง 24 คน

ทว่าในความ “สาหัส” ก็สุดยอดกับการประคับประคองสถานการณ์ให้เกาะกลุ่ม “ท็อปโฟร์” อยู่ได้แบบน่าชื่นชมจริง ๆ

ครับ สเปอร์ส ยังคงใช้ตัวผู้เล่นหลัก, กลยุทธ์, รูปแบบ และแท็คติกส์ ไม่ว่าจะ “แบ็คทรี” หรือ “แบ็คโฟร์” เหมือนเดิม

ซึ่งนั่นคือ “ข้อดี” ในข้อเสียของการที่ทีมยังคงใช้กุนซือ และนักเตะหลักกลุ่มเดิม

ขณะที่ เชลซี แม้จะเปลี่ยนกุนซือเป็น เมาริซิโอ ซาร์รี และรูปแบบ แท็คติกส์ การเล่นปรับใหม่หมดกับระบบ 4-3-3 ทว่าแกนสำคัญของทีมยังคงมาจากชุดแชมป์พรีเมียร์ลีกโดย อันโตนิโอ คอนเต้ เมื่อ 2 ปีก่อน

ผมได้คัด “จุดตัดสิน” สำคัญ ๆ มา 5 จุดนะครับ คมชัดแบบทรู วิชั่นส์ 4K (https://bit.ly/2yu6Qs6) ตามนี้เลยครับ:

1.อาซาร์ หรือวิลเลียม/เปโดร ทางริมเส้นที่จะทำลายพื้นที่ half spaces ของสเปอร์ส หรือวิ่งทะลุหลังไลน์ของทีมตราไก่ที่ชอบเล่น “รับสูง” ได้หรือไม่ แม้เกมนี้อาจจะได้ แฟร์ตองเก้น คัมแบ็กมาก็ตามที

2.จอร์จินโญ่ นัดที่แล้วโดนเอฟเวอร์ตันแก้เกมจนโดนเหลืองเร็ว เพราะต้องตัดเกม และถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ประมาณนาทีที่ 60 จะโดนประกบ หรือ “จำกัด” พื้นที่การเล่นอย่างไร?

เป็นไปได้ว่า ปอร์เช็ตติโน่ จะอัดแน่นแดนกลางตรงกลางสนาม เช่น ใช้ระบบ “ไดมอนด์” และเสมือนประกบ man-to-man กับ 3 กลาง และ 3 หน้าของเชลซี (จะไม่โดนเจาะตรงกลาง หรือ half spaces ง่าย ๆ)

โดยยอมปล่อยพื้นที่ด้านข้างให้อลองโซ่ หรืออัสปิลิปวยต้า ได้เล่น แต่จะคอย “โต้กลับ” หลังแบ็คเหมือนเช่น เอริคส์เซ่น เคยทำกับ ลุค ชอว์ และแมนฯยูฯ

3.จากข้อ 2 เฉพาะอย่างยิ่งฝั่ง อลองโซ่ ที่ชอบเติม และหากโควาชิช หรือบาร์คลีย์ ไม่ช่วยโคเวอร์ โอกาสโดนโต้จะมีสูงถึงขั้นเสียประตู

4.เพราะต้องไม่ลืมว่า แนวรุก สเปอร์ส ทั้งเคน, อัลลี, เอริคส์สัน, มูร่า/ลาเมร่า (ระบบ 4-2-3-1) ล้วนเก่งฉกาจ พร้อมทำลายเกมรับที่ยังไม่ได้โดนทดสอบนักของเชลซีลงได้

5.ผมอยากจะดูว่า ใครจะประชิด จอร์จินโญ่ ไม่ให้ออกบอลแรก (อาจเป็นเคน) เพราะเชื่อว่า รุยซ์ และรูดิเกอร์ คงโดนปล่อยให้เล่น แต่ก็ต้องระวังเซนเตอร์ฯ บราซิล ที่ออกบอลยาวดีอยู่เหมือนกัน

ผมเชื่อว่า จุดตัดสินจะมีประมาณ 5 ข้อข้างต้นในเกมที่น่าจะมีการ “ยิงประตู” ค่อนข้างแน่ และแอบเชื่อว่า สเปอร์ส มีสิทธิ์ไม่น้อยจะเป็นทีมแรกยัดเยียดความพ่ายแพ้ให้ “เวลานั้นของเชลซีมาถึง” ที่เกมนี้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องดู ‘หน้างาน’ สำคัญที่สุดครับในแมตช์ทดสอบ level ‘ท็อป 4″ และความเป็นแคนดิเดทสอดแทรกลุ้นแชมป์ของทั้ง 2 ทีม

อืมม…มีความเห็นกันอย่างไรบ้างครับกับเกมนี้ “เมนท์” มาคุยกันหน่อยครับ