เหตุผลคนไม่ยอมแก้เกมของ มูรินโญ่

24 October 2018
491 VIEWS

ถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดอยู่เหมือนกัน ในโลกฟุตบอล ณ ปี 2018 ที่ทีมทีมหนึ่งจะไม่ยอมเปลี่ยนแปลงแท็กติกส์ในเกมด้วยการเปลี่ยนตัวสำรองลงไปพลิกเกมเลย ทั้งที่เป็นฝ่ายตกเป็นรองฯ เพราะเมื่อกติกาฟุตบอลเปิดโอกาสให้เปลี่ยนผู้เล่นสำรองได้ถึง 3 คน แต่สุดท้าย โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือแมนฯยูไนเต็ดเลือกที่จะไม่ส่งตัวสำรองคนใดลงสนามเลย ในเกมที่พวกเขาเปิดบ้านแพ้ยูเวนตุส 0-1 ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

เกมนี้มีลางร้ายเล็ก ๆ เกิดขึ้นกับมูรินโญ่ ตั้งแต่เริ่มเกมแล้ว เพราะเขาต้องเดินเข้าสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ระยะเกือบๆ 1 ไมล์ จากปัญหาการจราจรติดขัด ซ้ำรอยกับเกมยุโรปครั้งที่แล้ว ที่ดวลกับบาเลนเซีย ซึ่งครั้งนั้นทีมผีแดงโดนโทษปรับไป 15,000 ยูโร เพราะเริ่มเกมล่าช้า

11 ตัวผู้เล่นของแมนฯ ยูไนเต็ด ประกอบด้วย ดาบิด เด คาอา, แอชลี่ย์ ยัง, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, คริส สมอลลิ่ง, ลุค ชอว์, พอล ป็อกบา, เนมานย่า มาติช, มาร์คัส แรชฟอร์ด, ฆวน มาต้า, อองโตนี่ มาร์กซิยาล และ โรเมลู ลูกากู และนี่คือ 11 ตัวจริงเดิม ๆ จากเกมที่พวกเขาบุกไปเสมอเชลซี 2-2 แต่ทว่าเกมนี้ปิศาจแดง ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบตั้งแต่ต้นเกมเพราะยูเว่ ของมัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ขึ้นนำก่อน 1-0 ตั้งแต่ 17 นาทีแรก จากการสังหารในกรอบเขตโทษของเปาโล ดีบาล่า

ครึ่งหลัง มูรินโญ่ ยังมีเวลาแก้แท็กติกส์และยังมีตัวสำรองชื่อชั้นไม่ขี้เหร่ อาทิ อันเดร์ เอร์เรร่า, มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน, เฟร็ด แต่เขาก็เลือกที่จะใช้งาน 11 ตัวเดิม ๆ เล่นจนกระทั่งจบเกม และสุดท้ายผีแดงต้องเป็นฝ่ายปราชัยคาโอลด์ แทรฟฟอร์ด และนับเป็นการ “ไม่ชนะ” เกมเหย้าในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 นัดติดต่อกันด้วย จากการลงสนามไปทั้งสิ้น 107 เกม เพราะ 3 นัดหลังสุดที่โรงละครแห่งความฝัน แมนฯยูไนเต็ด แพ้ เซบีย่า 1-2, เสมอ บาเลนเซีย 0-0 และล่าสุดคือแพ้ ยูเวนตุส 0-1

“คุณต้องเข้าใจด้วยว่าอเล็กซิส ซานเชสนั่งชมเกมอยู่บนอัฒจรรย์…เจสซี่ ลินการ์ดก็อยู่บนนั้นเช่นกัน มารูยาน เฟลไลนี่อาจจะอยู่หรือไม่อยู่บนสแตนด์ เขาอาจจะอยู่ที่บ้าน เพราะผมไม่เห็นเขาเกมนี้…

“และตัวเลือกเดียวในแนวรุกที่ผมมีบนม้านั่งสำรองคือเด็กอายุ 18 ปี นั่นคือ ทาฮิธ ชอง ที่ไม่เคยเล่นให้ชุดใหญ่มาก่อน และผมไม่คิดว่าจังหวะของเกมแบบนี้ มันจะเป็นเรื่องเหมาะสมที่ส่งเขาลงสนาม

“คุณจะคาดหวังให้เด็กลงไปเล่นในเกมใหญ่แบบนี้ไม่ได้หรอกนะ… เพราะอย่างนี้ เลยเป็นเหตุผลที่ผมไม่เปลี่ยนตัวและยึดชุดผู้เล่นที่ส่งลงสนามจนจบเกม” โจเซ่ มูรินโญ่ อธิบายสาเหตุของการไม่ยอมเปลี่ยนตัวสำรองลงไปแก้เกม จนกระทั่งแพ้ยูเวนตุส 0-1

นอกจากนี้ โจเซ่ มูรินโญ่ ยังแสดงความคิดเห็นและทัศนะที่ค่อนข้างแปลก ไม่สมกับการเป็นทีมใหญ่ของอังกฤษ เพราะหลังจากปราชัยนัดนี้ กุนซือโปรตุกีสเผยว่า เขาไม่คิดจะแย่งตำแหน่งแชมป์กลุ่มกับยูเวนตุสอยู่แล้ว แต่เขาคิดถึงการแย่งอันดับ 2 ของกลุ่ม กับ บาเลนเซีย มากกว่า..

“การไม่มีมารูยาน เฟลไลนี่ลงไปเปลี่ยนทิศทางของเกมเหมือนอย่างที่เราทำบ่อยๆ ดังนั้นสิ่งที่ออกมา ผมก็แฮปปี้กับลูกทีม และนับตั้งแต่ผลจับสลาก เรารู้อยู่แล้วว่ามันจะเป็นการสู้กับบาเลนเซียในการแย่งที่สอง และนั่นเป็นสิ่งที่เราจะพยายามทำให้ได้” โจเซ่ มูรินโญ่แสดงความคิดเห็น

สำหรับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้ายูเวนตุสวัย 33 ปี แม้จะยิงทีมเก่าไม่ได้ แต่เขาก็ยังมีสถิติที่ดีเวลาเผชิญหน้ากับแมนฯยูไนเต็ด นับตั้งแต่เขาย้ายออกไป เพราะยังไม่เคยแพ้เลย โดยเสมอ 1 และชนะถึง 3 เกม

ส่วนในประเด็นที่ลูกากู กลายเป็นกองหน้าปืนฝืด เพราะไม่สามารถเบิกสกอร์ให้สโมสรได้เลย นับตั้งแต่กลางเดือนกันยายน แต่ มูรินโญ่ ก็ยังหนุนหลังกองหน้าเบลเยียมรายนี้ต่อไป

“มันยังไม่ใช่วิกฤตของเขานะ ผมเองเข้าใจเขาเสมอว่าการเป็นนักฟุตบอลอาชีพนั้นต้องทุ่มเททุกอย่างสุดชีวิต อย่างไรก็ตาม ผมเห็นด้วยกับที่หลายๆฝ่ายบอกว่าตอนนี้ ฟอร์มของลูกากูไม่ได้สวยหรูสักเท่าไร ไม่ใช่แค่เรื่องว่ายิงประตูไม่ได้ แต่มันสะท้อนถึงเรื่องความมั่นใจ…การเคลื่อนที่ และการสัมผัสบอลด้วย”

“ลูกากู ไม่ค่อยมีส่วนสัมพันธ์กับเกม แต่เขาเป็นกองหน้าของเรานะ และยังเป็นกองหน้าที่ดี เรายังเชื่อแบบนั้น…” มูรินโญ่แสดงความเห็นต่อโรเมลู ลูกากู

สำหรับ สถานการณ์ปัจจุบัน ของกลุ่มนี้ ผ่านไป 3 นัด ยูเวนตุสเกือบจะลอยลำแล้ว เพราะเก็บชัย 3 นัดรวด 9 คะแนนเต็ม อันดับ 2 แมนฯยูไนเต็ด 4 คะแนน ,อันดับ 3 บาเลนเซีย 2 คะแนน และอันดับสุดท้าย ยัง บอยส์ 1 คะแนน นัดต่อไป แมนฯยูไนเต็ด จะต้องไปเยือนยูเวนตุสที่อิตาลี 7 พฤศจิกายนนี้ และหากปิศาจแดงไม่มีแต้มกลับมา สถานการณ์ในการลุ้นเข้ารอบอาจจะสุ่มเสี่ยงมากขึ้นเป็นเงาตามตัว…