เมื่อ “ชาติ” สำคัญกว่า “สโมสร”

30 December 2018
222 VIEWS

ทุกวันนี้โลกหมุนเร็วขึ้นจริง ๆ นะครับ เหลือบมองปฏิทินอีกทีปี 2018 ก็เหลืออีกไม่กี่วันเสียแล้ว

และเมื่อวันเวลาเดินทางมาถึงในช่วงนี้มันก็เปรียบเสมือนเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่าศึกฟุตบอลระดับชาติที่ยิงใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชียอย่าง “เอเชี่ยนคัพ” กำลังจะอุบัติขึ้น

เพียงแค่เยื้องย่างเข้าสู่ปี 2019 ได้เพียงไม่กี่วันศึกฟุตบอล “เอเชี่ยนคัพ” ก็จะระเบิดความมันส์บนแผ่นดินประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือที่เรียกแบบย่อกันจนติดปากว่ายูเออีกันแล้ว โดยจะเริ่มเกมแรกในวันที่ 5 มกราคม และจะดำเนินต่อเนื่องไปอีกกว่าขวบเดือนจนถึงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่เป็นนัดชิงชนะเลิศ

ทว่ายังไม่ทันได้เริ่มแข่ง ทัวร์นาเมนต์นี้ก็มีประเด็นที่น่าสนใจเกิดขึ้นแล้ว…

เมื่อแชมป์เก่า ออสเตรเลีย ตัดสินใจเรียกตัว ทอม โรกิช มิดฟิลด์คนสำคัญที่ค้าแข้งอยู่กับ กลาสโกว เซลติก ยอดทีมแห่งสกอตติช พรีเมียร์ลีก มาเข้าแคมป์ทีมชาติ จนนักเตะพลาดโอกาสรับใช้สโมสรในเกมสำคัญ “โอลด์เฟิร์ม ดาร์บี้แมทช์” กับ กลาสโกว เรนเจอร์ 

แกรม อาร์โนล กุนซือทีมชาติออสเตรเลียต้องการตัว โรกิช ให้เข้าแคมป์ทีมชาติที่ดูไบในวันที่ 27ธันวาคม หลังจบเกมที่กลาสโกว เซลติก พบกับ อเบดีน วันที่  26 ธันวาคม เพื่อเตรียมพร้อมกับเกมอุ่นเครื่องที่จะพบกับ โอมาน ในวันที่ 30 ธันวาคม และจะลงเล่นเกมแรกในศึกเอเชี่ยนคัพวันที่ 6 มกราคม กับ จอร์แดน

ทว่าเบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือของทีม กลาสโกว เซลติก ต้องการให้มิดฟิลด์วัย 26 ปีที่ฤดูกาลนี้ทำไป3 ประตู 5 แอสซิสต์ จากการลงสนาม 15นัด อยู่ช่วยทีมในเกมที่ต้องออกไปเยือน กลาสโกว เรนเจอร์ ในวันที่ 29 ธันวาคม ซึ่งเป็นเกมที่สำคัญ ทั้งการเป็น “โอลด์เฟิร์ม ดาร์บี้แมทช์” ระหว่าง 2 ทีมมหาอำนาจที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในศึกฟุตบอลลีกสกอตแลนด์ และเป็นเกมดาร์บี้แมทช์ที่เดือดที่สุดในโลกจากภูมิหลังของความขัดแย้งทางเชื้อชาติ และศาสนาที่แตกต่างกัน

รวมทั้งยังเป็นการแย่งชิงตำแหน่งจ่าฝูงของสกอตติชพรีเมียร์ลีกที่ขณะนี้ กลาสโกว เซลติก จ่าฝูงมีแต้มห่าง กลาสโกว เรนเจอร์ส รองจ่าฝูงอยู่ 3คะแนน

โดยทั้ง 2 ฝ่ายหาข้อสรุปที่ลงตัวกันไม่ได้ ทำให้ โรกิช ต้องเดินทางไปเข้าแคมป์ทีมชาติทันที่หลังจบเกมกับอเบอร์ดีน ตามกำหนดเดิม

บทสรุปเช่นนี้ทำให้ รอดเจอร์ส ออกอาการเซ็งที่ต้องเสียนักเตะคนสำคัญไปในเกมที่สำคัญมาก ๆ รวมทั้ง คริส ซัตตัน อดีตดาวเตะของ กลาสโกว เซลติก ก็ออกอาการหัวเสียเช่นกัน ถึงขนาดเปรียบเทียบว่าฟุตบอลเอเชี่ยนคัพเป็นเพียงถ้วย “มิกกี้เมาส์” ที่ไม่มีความสำคัญใด ๆ และทีมชาติออสเตรเลียไม่จำเป็นต้องมี โรกิช ในเกมกับจอร์แดนด้วยซ้ำ

แน่นอนว่าบรรดาแฟนบอลในเอเชีย โดยเฉพาะออสเตรเลียไม่เห็นด้วยกับคำพูดของ ซัตตัน อย่างมาก หลายคนวิพากษวิจารณ์ ซัตตัน อย่างหนัก เพราะในความเป็นจริงฟุตบอลเอเชี่ยนคัพถือเป็นรายการที่มีความสำคัญเทียบเท่ากับฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปหรือยูโรเลยทีเดียว และการเลือกรับใช้ทีมชาติก็เป็นอะไรที่น่าภาคภูมิใจ

และดูเหมือน  โรกิช จะคิดเฉกเช่นเดียวกัน …

แม้ดาวเตะวัย 26 ปี จะอยากอยู่ช่วยต้นสังกัดในเกมสำคัญ และพยายามทำทุกอย่างที่เขาได้เพื่อที่จะได้อยู่ช่วยทีม แต่ในท้ายที่สุดแม้จะรักสโมสร ทว่าเขารู้สึกภูมิใจในความเป็นชาวออสเตรเลีย และจะกลับไปรับใช้ชาติ พร้อมทุ่มเทความสามารถของเขาอย่างเต็มที่เพื่อประเทศในศึกเอเชี่ยน คัพ

แกรม ฮาร์โนลด์ กุนซือทีมชาติออสเตรเลียเองก็ยืนยันหนักแน่นว่าแม้ โรกิช จะรู้สึกผิดหวังที่ต้องพลาดเกมสำคัญ แต่ตอนนี้เขาทิ้งมันไว้เบื้องหลัง และมีความสุขดีที่จะได้รับใช้ทีมชาติในศึกเอเชี่ยนคัพ

การเผชิญสถานการณ์ที่ต้องเลือกระหว่างทีมชาติและสโมสรเป็นเรื่องยากที่นักฟุตบอลต้องตัดสินใจ แต่สำหรับ ทอม โรกิช ดูเหมือนความภูมิใจในธงชาติที่หน้าอกข้างซ้ายจะยิ่งใหญ่เหนือสิ่งอื่นใด…