บทเรียนลูกผู้ชาย

2 September 2018
910 VIEWS

หมุนเข็มนาฬิกาย้อนเวลากลับไปในเกมที่ลิเวอร์พูลเอาชนะไบรจ์ตันได้อย่างหวุดหวิด 1-0 เมื่อสัปดาห์ก่อนในเกมนั้นมีอยู่ 2-3 จังหวะที่อลิสซันได้แสดงทักษะการครองบอลให้เห็นซึ่งหนึ่งในนั้นคือลูกชิพหรือลูกยกบอลอย่างเหนือชั้นหลบคู่ต่อสู้ก่อนจะจ่ายบอลให้กับเพื่อนต่อได้อย่างสบาย ๆ

ไม่แปลกครับที่จังหวะแบบนี้จะเรียกเสียงครางฮือไม่เฉพาะจากแฟนบอลทีมตัวเองแต่ยังเป็นแฟนบอลทั่วไปที่ได้พบเห็นด้วยเพราะผู้รักษาประตูที่เล่นบอลด้วยเท้าและมีความกล้าได้กล้าเสียแบบนี้นั้นหาได้ยากยิ่งมาแต่ไหนแต่ไร

ในวันวานอาจจะมี“ไอ้แมงป่องผยองเดช” เรเนฮิกิต้าที่ถือเข้าข่ายแต่ในยุคสมัยปัจจุบันนั้นแทบมองหากันไม่เจอ

ที่จะพิเศษหน่อยก็อาจเป็นสไตล์ Sweeper-keeper อย่างมานูเอลนอยเออร์ที่เป็นต้นแบบของผู้รักษาประตูสมัยนี้มากกว่า

หรือแม้แต่เอแดร์สันอีกหนึ่งประตูบราซิลเลียนของแมนเชสเตอร์ซิตี้เองที่ว่าใช้เท้าดีหนักหนาก็ออกแนว “ควอเตอร์แบ็ก” มากกว่าจะมาโชว์ลีลาล็อกล่อหลอกคู่ต่อสู้แบบนี้

อย่างไรก็ดีใต้ความ “ว้าว” ในจังหวะยกบอลของอลิสซันมี 2 จังหวะที่เขาเกือบจะเสียท่าเพราะหลอกไม่ขาดคู่ต่อสู้ไม่หลงจนเกือบจะเสียที

เคราะห์ดีที่ยังแก้ไขสถานการณ์ได้ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่และขาที่ยาวกว่า

หลังจบเกมวันนั้นเยอร์เก้นคล็อปป์แจกใบเหลืองอ่อน ๆให้ประตูที่ซื้อมาใหม่ว่าการเล่นลูกแบบนั้นไม่ใช่เรื่องที่ดีหรือควรทำตลอดเวลา

สำหรับอลิสซันใบเหลืองอ่อนดังกล่าวแทบไม่มีผลในเกมกับเลสเตอร์ซิตี้เขายังมั่นใจเหมือนเก่า

สิ่งที่แตกต่างออกไปคือคราวนี้เขาพลาดและทีมเสียหายจากการเล่นที่ประมาท

ถึงลิเวอร์พูลจะเป็นฝ่ายบุกไปเก็บชัยชนะเหนืออดีตแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2015-16 ได้อย่างหวุดหวิดด้วยสกอร์ 2-1 และเป็นการชนะรวด 4 นัดแรกของฤดูกาลพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกแต่เสียงวิจารณ์จังหวะความผิดพลาดดังกล่าวของประตูที่เคยเป็นเจ้าของสถิติมือกาวที่แพงที่สุดในโลก (ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ)ก็ดังระงมจนน่าตกใจ

เสียงล้อเลียนจากแฟนบอลทีมอื่นมีไม่น้อยครับและมีคนพยายามโยงถึง ลอริส คาเรียส อดีตประตูมือ 1 ที่หมดอนาคตในทีมหลังผิดพลาดมหันต์ในเกมนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีกจนทำให้ทีมพลาดโอกาสคว้าแชมป์และยังพลาดซ้ำในเกมพรีซีซั่นจนไม่มีทางเลือกอื่นกันนอกจากไปเริ่มต้นอนาคตใหม่ที่อื่น

ความผิดพลาดแบบนี้ของอลิสซันนั้นต่างอะไรจากคาเรียส?

ถ้าถามผม“ต่าง” อยู่บ้างครับ

หลังความผิดพลาดในจังหวะนั้นอลิสซันแสดงให้เห็นถึงใจที่เยือกเย็นไม่ต่างจากสีหน้าการเล่นกดดันจากเลสเตอร์ไปจนถึงเสียงของแฟนบอลจิ้งจอกที่ล้อเลียนโห่ไล่ไม่ได้ทำให้เขาสูญเสียความมั่นใจไปแต่อย่างใด

จะมีบ้างก็เพียงการงดวาดลวดลายชั่วคราวหันมาเตะเคลียร์เพื่อความปลอดภัยแทน

ก่อนจะออกมาพูดยอมรับถึงความผิดพลาดอย่างแมน ๆ ว่าพลาดเองและคงไม่อยากพลาดง่าย ๆ แบบนี้ซ้ำอีก

ตรงนี้น่าจะทำให้แฟนบอลเดอะค็อปเบาใจขึ้นได้บ้างว่าอย่างน้อยประตูคนใหม่ไม่ได้หัวใจสะออน

เจ็บแล้วจำ

ขณะที่คล็อปป์เองหน้าฉากก็ไม่ได้คิดจะตำหนิอะไรมากมายพูดให้นำกลับไปคิดเองเท่านั้น (แต่หลังฉากน่าจะมีการพูดคุยกันเยอะ)

เชื่อว่าหลังจากนี้เดอะค็อปอาจจะได้เห็นการเล่นหวือหวาของอลิสซันน้อยลงไปตามลำดับครับอย่างน้อยก็ระหว่างนี้ที่เขายังไม่คุ้นชินกับความเร็วของเกมพรีเมียร์ลีกมากนัก

โดยส่วนตัวผมมองว่าประตูหน้าหนวดอ่านเกมไม่ขาดประมาทเกมเร็วของพรีเมียร์ลีกไปสักนิดทำให้เราได้เห็นจังหวะที่ดูเหมือนว่าเขาจะช้าเกินกว่าคู่ต่อสู้ที่เข้ามากดดันเร็วเสมอ

และที่ประมาทมากกว่าคือรู้ทั้งรู้ว่าเล่นแบบนี้เป็นการ “เรียกแขก” ซึ่งคู่ต่อสู้จับจ้องและพร้อมจะฉวยโอกาสในทุกจังหวะที่เขาครองบอล

เพียงแต่สิ่งเหล่านี้เรียนรู้กันได้ครับหลังจากนี้อีกสักหน่อยก็อาจจะดีขึ้นเหมือนเอแดร์สันที่ในระยะแรกก็มีปัญหาเหมือนกันแต่ค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ

บุญรักษาที่“หงส์แดง” ยังเอาตัวรอดมาได้แม้จะเป็นวันที่เล่นได้แย่ที่สุดนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลเป็นต้นมาซึ่งเป็นฟอร์มที่มองได้ 2 แง่ทั้งน่ากังวลเพราะเล่นได้ไม่ค่อยดีเหมือนเก่าหรือน่าชื่นชมเพราะขนาดเล่นไม่ดีก็ยังเก็บชัยชนะรวดได้ทั้ง 4 นัด

สำหรับอลิสซันวันนี้เขาได้บทเรียนครั้งใหญ่ในชีวิตเกี่ยวกับความมั่นใจและการตัดสินใจและจากน้ำเสียงแล้วผมเชื่อว่าน่าจะพยายามแก้ไขทุกอย่างให้ดีขึ้นซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญ

ที่เหลือไม่มีอะไรต้องพูดกันมากรอดูกันในเกมต่อ ๆ ไปพอครับ