“The Last Dance” สารคดีเรื่องราวของ ไมเคิล จอร์แดน ที่ไม่มีเหตุผลให้พลาด

16 April 2020
1,236 VIEWS

ในช่วง โควิด-19 เล่นงานเรา ๆ ท่าน ๆ จนการ เวิร์ค ฟรอม โฮม กลายเป็นเรื่องปกติเช่นนี้ สิ่งที่แก้เบื่อเวลาอยู่บ้านได้ดีที่สุด ถ้าไม่ใช่เกม ก็คงเป็นทีวี แต่สำหรับ คอกีฬาอย่างเรา ๆ ท่าน ครั้งจะให้มานั่งดู ซีรีย์เกาหลี ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อเมริกา บลา ๆ ก็อาจจะไม่ถูกจริตบางคนมากนัก (ถึงแม้หลายคนจะติดกันงอมแงม) แต่ในระหว่างที่กีฬาต้องพักยกเพราะการแข่งขันถูกระงับ สารคดีเรื่องราวของกีฬาต่าง ๆ ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับสายสปอร์ต และที่น่าสนใจกว่าคือถ้าสารคดีที่ว่า มันยังเป็นเรื่องราวของ “นักบาสเก็ตบอลที่ดีที่สุดตลอดกาล” คนนี้

เดอะ ลาสต์ แดนซ์ (The Last Dance) สารคดีซีรีย์ ความยาว 10 ตอนที่เตรียมจะเข้าฉายทาง เน็ตฟลิกซ์ ในวันที่ 19 เมษายนนี้ เป็นสารคดีที่บอกเล่าเรื่องราวของเขา และ เพื่อนร่วมทีม ชิคาโก บูลส์ ที่ครองความยิ่งใหญ่ในศึก NBA ช่วงทศวรรษที่ 1990 และเป็นครั้งแรกด้วย ที่ “เอ็มเจ” ยอมนั่งพูดคุยเพื่อเล่าเรื่องราวของเขาในสารคดีขนาดยาว เกี่ยวกับทั้งชีวิต และ อาชีพการเล่น

ซีรีส์ชุดนี้จะเล่าเรื่องราวตั้งแต่ยุคสมัยวัยเด็กของจอร์แดนที่เติบโตขึ้นมา พร้อมกันกับสถานการณ์อันเลวร้ายของบูลส์ก่อนที่เขาจะเดินทางมาถึง และหลังจากการมาถึงของเขาในปี 1984 ทีมแห่งนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จนไปถึงการต่อสู้ที่ในพื้นที่เพลย์ออฟ ก่อนที่จะนำไปสู่แชมป์ เอ็นบีเอ คนแรกของทีมในปี 1991 นอกจากนี้สารคดีชิ้นนี้ยังเล่าเรื่องราวของเขาหลังจากนั้นจนกลายมาเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งในวงการบาสเก็ตบอลด้วย

ไฮไลท์ของสารดีซีรีส์ชุดนี้ คือภาพฟุตเทจหายากจากฤดูกาล 1997/98 ซึ่งไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน โดยภาพเหล่านั้นถูกบันทึกในฤดูใบไม้ร่วงของปี 1997 เมื่อ จอร์แดน ,เจอร์รี เรนส์ดอร์ฟ เจ้าทีม และ ฟิล แจ็คสัน หัวหน้าโค้ช ได้ตอบตกลงที่จะให้ทีมงานของ เอ็นบีเอ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ติดตามทีมตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งสุดท้ายฟุตเทจดังกล่าวถูกเก็บไว้และไม่เคยเปิดเผยจนกระทั่งการมาถึงของสารคดีชิ้นนี้

เดอะ ลาสต์ แดนซ์ ได้ เจสัน ฮีเฮียร์ ผู้อำนวยการและโปรดิวเซอร์สายกีฬาชื่อดังที่การันตีฝีมือด้วยรางวัล เอ็มมี อวอร์ต ถึง 3 รายการ เป็นผู้ดูแลการผลิตโดยเขาสร้างผลงานสารคดีซีรีส์เกี่ยวกับกีฬามามากมาย ทั้ง The Fab Five, UFC Countdown, UFC Primetine รวมไปถึงผลงานล่าสุดอย่าง Andre the Giant ในปี 2018 ที่ผ่านมาด้วย

โดย ฮีเฮียร์ทำการสัมภาษณ์แหล่งข่าวมากกว่า 100 คนสำหรับสารคดีความยาว 10 ตอนเรื่องนี้ โดยนั่นรวมไปถึงเพื่อนร่วมทีมอย่าง สก็อตตี พิพเพน, เดนนิส ร็อดแมน หรือหัวหน้าโค้ช อย่าง ฟิล แจ็คสัน และคู่แข่งทั้งหลาย ไล่มาตั้งแต่ แพทริก เออร์วิง, เมจิก จอห์นสัน ไปจนกระทั่ง โคบี ไบรอันต์ ผู้ล่วงลับ แม้แต่ โดโลเรส แม่ของเขา กับ ประธานาธิบดี บารัค โอบามา กับ บิลล์ คลินตัน ก็มีบทในสารคดีชิ้นนี้ด้วย

โดย ฮีเฮียร์ เล่าเกี่ยวกับการทำสารคดีชิ้นนี้ว่า เขาได้รับการชักชวนให้มาทำซีรีส์ชุดนี้ หลังจากที่เขาได้นั่งคุยกับจอร์แดน และเริ่มถามคำถามเขาได้ 2-3 คำถามโดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับการเป็น “GOAT (Greatest of all time)”

“มันเป็นเรื่องที่ประจวบเหมาะพอเจาะพอดีไม่น้อยเลยที่พอเราตกลงที่จะเดินหน้าสารคดีชุดนี้ ทีม โกลเดน สเตท วอร์ริเออร์ส เก็บชัยชนะนัดที่ 73 ของฤดูกาลได้ นั่นหมายความว่า ล้มสถิติของ บูลส์ ที่เคยชนะ 72 แพ้ 10 ในยุคของ จอร์แดน” ผู้อำนวยการสร้างกล่าว

“แต่สุดท้ายในฤดูกาลนั้น เลอบรอน เจมส์ พาทีม คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส เอาชนะ วอร์ริเออร์ส ในรอบชิงชนะเลิศ และเราก็เริ่มคุยกันว่า ‘เลอบรอนดีเท่าไมเคิลแล้วหรือยัง’, ‘หรือไมเคิล ยังเป็นที่สุดตลอดกาลอยู่ไหม’

“คำถามพวกนั้นถูกส่งไปถึงตัวละครบางตัวที่ผมใช้ในการดำเนินเรื่อง บางคนผมสามารถติดต่อเขาด้วยตัวเอง แต่บางคนผมต้องการความช่วยเหลือจากเอ็นบีเอในการค้นหาและโน้มน้าวให้เขาเข้ามาร่วมในสารคดีนี้ แน่นอน เอ็มเจก็ช่วยเราติดต่อใครหลายคน

“คนระดับประธานาธิบดี อาจจะไม่ต้องการรับโทรศัพท์ของ เจสัน ฮีเฮียร์ แต่แต่พวกเขายินดีโทรศัพท์เจ้าของแหวนแชมป์ เอ็นบีเอ 6 วงอย่าง จอร์แดน เขาเป็นคนใจกว้างมากที่ให้ความช่วยเหลือเราอย่างเต็มที่”

ในโลกที่ กีฬาสด ๆ ยังถูกระงับการแข่งขันจากวิกฤตโควิด เน็ตฟลิกซ์ อาจจะเป็นคำตอบของคุณในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ และแน่นอน สารคดีชุดก็ยังคงสไตล์ความเป็น “ซีรีส์เน็ตฟลิกซ์” ไว้อย่างครบถ้วน โดยมันจะทยอยปล่อยของออกมาเรื่อย ๆ ใน ทุก ๆ สัปดาห์ ตั้งแต่ 19 เมษายน ไปจนถึง 17 พฤษภาคมนี้

โดยนอกจากซีรีส์ชุดนี้อาจจะช่วยบรรเทาความคิดถึงกีฬาลงได้บ้างแล้ว เรื่องราวของนักบาสเก็ตบอลผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ ยังเป็นเรื่องที่บอกได้เลยว่า “คุ้มค่า” อย่างยิ่งที่จะดูอย่างแน่นอน