The Issues 06/03/2020

6 June 2020
10 VIEWS

● ถึงจะมีการประกาศกำหนดการแข่งขันแบบเบื้องต้น (provisional) ในวันที่ 17 มิถุนายน แต่การประชุมพรีเมียร์ลีกยังคงนัดคุยกันเรื่อยๆเพราะยังมีหลายเรื่องหลายประเด็นที่จนถึงป่านนี้ก็ยังคุยกันไม่จบไม่สิ้น

● ข่าวดีคือในการประชุมวันนี้สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ 1 เรื่องถ้วน!

● เรื่องดังกล่าวคือการที่ทุกสโมสรเห็นชอบในการให้เปลี่ยนตัวผู้เล่นได้ 5 คน และจะเพิ่มจำนวนผู้เล่นบนม้านั่งสำรองจากเดิม 7 เป็น 9 คน โดยจะอิงตามกฏบังคับใช้ชั่วคราวที่ออกมาโดย IFAB ที่แต่ละทีมจะมีโอกาสเปลี่ยนตัวได้ 3 ครั้ง และในช่วงพักครึ่งเวลาเท่านั้นเพื่อไม่ให้เบียดบังเวลาในการแข่งขันมากเกินไป

● ที่เหลือ…ไม่มีรายงานข่าวว่าตกลงอะไรกันได้เลย ว่าแต่ยังเหลือประเด็นอะไรอีกบ้างที่ต้องหารือกัน

● หลักใหญ่ใจความอันแรกคือการหารือกันว่าในกรณีที่เกิดการระบาดระลอกสองของโควิด-19 ซึ่งถูกคาดการณ์ว่าจะมีโอกาสเกิดขึ้นจะทำอย่างไร หากแข่งต่อไม่ได้จะตัดจบฤดูกาลอย่างไร? จะตัดสินอันดับกันอย่างไร 

● เรื่องนี้มีการพูดกันไปเยอะแล้วแต่หาข้อสรุปไม่ได้ เนื่องจากมี “หลายสโมสร”​ ที่เป็นห่วงสถานภาพของตัวเอง และต้องการให้ยกเลิกการตกชั้นในฤดูกาลนี้ไปเสีย

● หลายสโมสรที่ว่านั้นเชื่อกันว่ามี “เป็นสิบ” แต่ในการจะโหวตเพื่อเปลี่ยนแปลงกฏนั้นต้องใช้เสียงมากกว่า 2 ใน 3 คือ 14 เสียง ดังนั้นเป็นเรื่องที่ต้องดูกัน เพราะทางพรีเมียร์ลีกรวมถึง FA นั้นไม่ต้องการให้สร้างปัญหาเพิ่มด้วยการเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ และ FA ยืนยันว่าขวางสุดตัวแน่นอน

● อีกเรื่องที่เป็นสิ่งที่ต้องคุยกันเพราะมันคือผลประโยชน์ที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันแต่รับผิดชอบไม่เท่ากันคือเรื่องเงินที่ต้องจ่ายคืนทางด้านเจ้าของลิขสิทธิ์ทั่วโลกจากการที่ไม่สามารถทำการแข่งขันได้ตามกำหนดเวลาเดิม ซึ่งแม้จะมีข่าวดีว่ามีการเจรจาขอลดตัวเลขลงมาเหลือครึ่งนึงราว 300-350 ล้านปอนด์แล้ว แต่ตัวเลขนี้ก็ยังค่อนข้างสูงอยู่ดี และหากแข่งจบช้ากว่า 25-26 ก.ค. ก็จะต้องเสียเงินเพิ่มอีกสัปดาห์ละ 35 ล้านปอนด์

● เงินตรงนี้มีรายงานว่าจะขอชะลอการจ่ายออกไป 1 ปีก่อน เพื่อไม่ให้กระทบต่อกระแสเงินสดของทุกสโมสร โดยจะผ่อนจ่ายเอาในอีก 2 ฤดูกาลถัดไป เพียงแต่แต่ละสโมสรนั้นจะจ่ายคืนไม่เท่ากัน

● เหตุผลคือเงินที่ต้องจ่ายคืนนั้นสามารถชะลอการจ่ายได้เฉพาะกับ Sky และ BT เจ้าของลิขสิทธิ์ในประเทศ ส่วนเจ้าของลิขสิทธิ์ประเทศอื่นๆทั่วโลก (รวมถึง True ของไทย) ไม่สามารถชะลอจ่ายได้ และเงินส่วนแบ่งจากการถ่ายทอดสดก็เงื่อนไขคนละอย่าง โดยถ้าเป็น Sky และ BT จะแบ่งจ่ายเท่ากันทุกทีม แต่เงินจาก Overseas จะจ่ายตามจำนวนเกม (และอันดับที่ได้) ดังนั้นทีมไหนถ่ายเยอะ อันดับดีก็ได้รับเยอะ แต่แน่นอนว่าก็ต้องจ่ายเยอะเช่นกัน อาทิ ลิเวอร์พูลอาจจะต้องจ่าย 30 ล้านปอนด์+ แต่นอริช จ่ายแค่ 8 ล้านปอนด์ ตรงนี้ก็ต้องตกลงกันให้จบให้ได้ก่อน

● อีกอันที่ต้องดูกันคือเรื่องของโปรแกรมการแข่งขันที่ยังไม่มีการประกาศออกมาแบบเต็มๆเพราะต้องจัดวางกันแบบละเอียดยิบ เพราะจะมีเกมตลอดทั้งสัปดาห์ แต่เรื่องนี้เชื่อว่าน่าจะพอตกลงกันได้ โดยพรีเมียร์ลีกจะพยายามจัดโปรแกรมไม่ให้แน่นเกินถึงขั้นเตะ 2 นัดใน 48 ชั่วโมง

● ที่เหลือคือเรื่องของเกมสนามเป็นกลางซึ่งอยู่ในแผนรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยจะมีเกมที่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “ความเสี่ยงสูง” แต่ก็มีเหลือน้อยลงมากจากเดิมที่มีถึง 12 นัด (ซึ่งก็ถูกกังขาเยอะว่าเอาเกณฑ์อะไรตัดสิน) ซึ่งพื้นฐานแล้วจะให้แข่งกันแบบเหย้า-เยือน แต่หากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การระบาดเพิ่มขึ้นรวดเร็วในพื้นที่ใดก็อาจจำเป็นต้องให้แข่งกันที่สนามเป็นกลางแทน

● นอกนั้นเป็นเรื่องพวกเกณฑ์การปฏิบัติ มาตรการ และแผนการในวันแข่งขัน ใครจะเข้าจะออกสนามได้กี่คนจะมี “คู่มือการใช้งาน” อย่างละเอียดให้ ที่เหลือคือเรื่องเกมถ่ายทอดสดจะออกอากาศที่ไหนบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องใหญ่ของคนอังกฤษเขา เพราะบ้านเรา True ถ่ายทอดสดทุกนัดอยู่แล้วทั้งทาง Truevisions และ TrueID 

● ประเด็นใหญ่ที่เชื่อว่าต้องหารือกันต่อคือเรื่องการปิดฉากฤดูกาลและการตกชั้นว่าจะมีตามเดิมหรือไม่ ซึ่งยังพอมีเวลาให้ใช้กำลังภายในวัดกันอีกนิดหน่อย แต่คาดว่าภายในไม่กี่วันนี้ทุกอย่างต้องจบได้แล้ว บอลใกล้จะเตะแล้วพี่เอ๊ย!

.
พบกับ #TheIssues สรุปประเด็นข่าวร้อนที่น่าสนใจแบบเจาะลึกและย่อยง่ายที่ SPORTDesk ได้ทุกวัน!