The Issues 05/28/2020

29 May 2020
13 VIEWS

● ช่วงนี้ทรอย ดีนีย์​เป็นหนึ่งในนักเตะที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ หลังจากมีประเด็นไม่เห็นด้วยกับการกลับมาลงฝึกซ้อมหากยังไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของผู้เล่น โดยเฉพาะในกลุ่ม BAME (ผิวสี, เอเชียน, ชนกลุ่มน้อย) ที่มีสถิติการเสียชีวิตจากโควิด-19 สูงเป็น 2 เท่าได้

● ประเด็นนี้น่าจะจบด้วยดีหลังจากที่พรีเมียร์ลีกมีการชี้แจงกัปตันทีมทุกคนอย่างละเอียด สร้างความมั่นใจได้ว่ากลับมาซ้อมเต็มสูบก็ไม่เป็นไร ปลอดภัย ซึ่งดีนีย์ก็เป็นหนึ่งในนักเตะที่พร้อมจะกลับมาทำการซ้อมแล้ว (โดยบอกว่าผมไม่ได้พูดว่าจะไม่กลับมาเลย แค่บอกว่าจะไม่กลับมาแค่สัปดาห์เดียว) – ซึ่งเจ้าตัวก็เปิดเผยว่าโดนสาปส่งอยู่เยอะเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นบนโลกออนไลน์ หรือในชีวิตจริงที่มีคนแช่งให้ลูกติดเชื้อโควิด-19 

● อย่างไรก็ดี Issue วันนี้ไม่ได้อยู่กับเรื่องนี้ แต่เป็นเรื่องการแสดงความเห็นของดีนีย์ ที่ออกมาพูดถึงเรื่องของว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างลิเวอร์พูล ที่ต้องการชัยชนะอีก 2 นัด (หรืออาจจะไม่ต้องชนะเลยสักนัดก็ได้ถ้าซิตีแพ้ 2 นัด ใน 9 นัดที่เหลือ)

● ดีนีย์บอกว่าเขารู้สึก “เสียใจแทน” ลิเวอร์พูลที่ต่อให้ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกจริงๆในฤดูกาลนี้ มันก็เป็นฤดูกาลที่ไม่น่าจดจำ

● ความเห็นแบบเต็มๆของดีนีย์ก็คือ เขาเชื่อว่าการแข่งขันในฤดูกาลนี้ได้สูญเสียความสมบูรณ์ของเกมไปเพราะการที่ต้องหยุดพักการแข่งเป็นเวลา 2-3 เดือน ต่อให้กลับมาแข่งกันต่อได้จบมันก็ไม่ขลังอยู่ดี ไม่มีทางที่จะพูดได้ว่ามันเป็นการแข่งขันจริงๆ ทำให้เขารู้สึกเสียใจแทนลิเวอร์พูล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกัปตันทีมจอร์แดน เฮนเดอร์สัน

● “มันจะไม่ใช่ปีที่ถูกจดจำว่าลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ลีกได้ด้วยการเป็นทีมที่ดีที่สุด ซึ่งก็รู้กันว่าพวกเขารอคอยมันมาตั้ง 30 ปี” ดีนีย์บอกแบบนี้

● ความเห็นของดีนีย์นำไปสู่คำถามที่ดีว่าถ้าแข่งกันจบฤดูกาลได้จริง ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นตามมานั้น พูดง่ายๆว่า “ไม่ควรจะนับ” หรือ “จดจำ” แบบนั้นหรือเปล่า? และในเชิงของคุณภาพของเกมการแข่งขันมันจะเลวร้ายขนาดนั้นจริงหรือไม่? 

● เรื่องนี้ถ้าดูตัวอย่างจากฟุตบอลบุนเดสลีกาที่ลงสนามกันไป 3 matchday แล้ว จะพบว่าคุณภาพของเกมก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร หากตัดประเด็นเรื่องกองเชียร์ที่ความจริงก็เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญออก ผลงานของแต่ละทีมในสนามก็ไม่ได้ย่ำแย่จนดูไม่ได้ หลายทีมยังเล่นในมาตรฐานของตัวเอง เหมือนในเกม Der Klassiker ที่บาเยิร์น มิวนิค แลกกระบวนท่ากับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อย่างสุดมัน

● ขณะที่หลายทีมยังมีเป้าหมายอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการลุ้นแชมป์ การลุ้นไปสโมสรยุโรป หรือการหนีตกชั้น ดังนั้นน่าคิดว่าในสถานการณ์ไม่ปกตินี้ สิ่งเหล่านี้จะยังทำให้การแข่งขันนั้นมีความหมายอยู่หรือไม่? หรือมันก็ไม่มีความหมายแล้วในแบบที่ดีนีย์บอก

● เพราะอย่าลืมว่าวัตฟอร์ดเองก็ยังต้องหนีตายเหมือนกัน หากสมมติวัตฟอร์ดรอดจากการตกชั้น แบบนั้นแปลว่าการหนีตายของพวกเขาก็ไม่มีความหมายเหมือนกันใช่หรือเปล่า หรือหากสมมติเกิดพลาดพลั้งตกชั้นไป จะโทษว่าเพราะมันไม่ใช่เกมการแข่งขันจริงๆเหมือนในยามปกติได้หรือเปล่า

● คำถามสุดท้ายคือโรคระบาดจะทำให้สิ่งที่ลิเวอร์พูล ทำได้ดีตลอดฤดูกาลด้วยการนำโด่ง 25 แต้มหมดความหมายไปเลยใช่หรือเปล่า?

พบกับ #TheIssues สรุปประเด็นข่าวร้อนที่น่าสนใจแบบเจาะลึกและย่อยง่ายที่ SPORTDesk ได้ทุกวัน!