The Issues 05/20/2020

20 May 2020
18 VIEWS

● การกลับมาของบุนเดสลีกา นอกจากจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับวงการฟุตบอลที่ในที่สุดก็มีเกมการแข่งขันดีๆอีกครั้งหลังจากที่พักการแข่งมายาวนานกว่า 2 เดือน ซึ่งเกือบเทียบเท่าช่วงการปิดฤดูกาลปกติเลยทีเดียว อีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนจับตาคือเหล่าสตาร์ลูกหนังเมืองเบียร์ทั้งหลายที่มีข่าวกับหลายสโมสรยักษ์ใหญ่

● หนึ่งในนักเตะที่มีข่าวการย้ายทีมมาตลอด และส่งสัญญาณชัดเจนว่าต้องการจะไปไหนคือติโม แวร์เนอร์ กองหน้าจากทีมแอร์เบ ไลป์ซิก ที่เป็นเป้าหมายของลิเวอร์พูล และลิเวอร์พูลก็เป็นเป้าหมายของกองหน้าสุดฮอตรายนี้เช่นกัน

● ก่อนหน้าโควิด-19 ลิเวอร์พูล มีแผนที่จะหากองหน้าที่มีความสามารถที่จะแทรกเข้ามาใน 3 ประสานแดนหน้าได้ นอกจากจะต้องการกระตุ้นโม ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน และบ็อบบี้ เฟียร์มิโนแล้ว อีกหนึ่งเหตุผลคือการที่ 2 รายแรกมีโปรแกรมจะต้องลงแข่งในรายการแอฟริกัน คัพ ออฟ เนชันส์ ในช่วงต้นปี 2021 และอาจจะต้องหายหน้าไปจากทีมนานถึง 6 สัปดาห์ (รวมถึงนาบี เกตาด้วย)

● แวร์เนอร์ เป็นกองหน้าที่ติ๊ก “ถูกทุกข้อ” และมีโอกาสสูงที่จะได้ย้ายมาร่วมถิ่นแอนฟิลด์ โดยเงื่อนไขในการย้ายทีมคือ 53.7 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่จะใช้ได้ถึงในช่วงเดือนมิถุนายน หากเลยจากนั้นก็จะไม่สามารถใช้เงื่อนไขนี้ได้ ซึ่งเดิมเชื่อกันว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะลิเวอร์พูลเซฟเงินสำรองเอาไว้มากในปีที่แล้วที่ไม่ทุ่มซื้อสตาร์ราคาแพงแม้แต่รายเดียว

● แต่กับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปทำให้มีคำถามเยอะว่าตกลงแล้วแวร์เนอร์ จะได้ย้ายมาลิเวอร์พูลหรือไม่?

● เรื่องนี้ก็มีการเปรยอยู่หลายครั้ง และล่าสุดมีการ “ย้ำ” อีกทีโดย James Pearce เจ้าเก่าที่บอกว่า “คนใน” ยืนยันว่าจะไม่ได้เห็นการซื้อนักเตะในระดับดาวดังเข้ามาในช่วงปิดฤดูกาลนี้

● เหตุผลก็ง่ายๆเพราะโควิด-19 ทำให้สโมสรได้รับผลกระทบรุนแรงในเรื่องทางการเงิน โดยสโมสรมีรายจ่าย fixed cost อยู่ที่ 310 ล้านปอนด์ ขณะที่รายรับจากวัน match-day อยู่ที่ 84 ล้านปอนด์ ซึ่งรายรับส่วนนี้จะหายไปไม่เฉพาะแค่ปีนี้ แต่อาจจะรวมถึงปีหน้าด้วยเพราะไม่มีใครรู้ว่าแฟนบอลจะกลับเข้าสู่สนามได้อีกครั้งเมื่อไหร่ และในเวลาเดียวกันสโมสรต้อง refund เงินให้ก่แฟนฟุตบอลที่มีตั๋วเกมของฤดูกาลนี้ และอีกจำนวนมากยังชะลอการจ่ายเงินค่าตั๋วปีสำหรับฤดุกาลหน้า

● มีการประเมินว่าแต่ละนัดที่ไม่มีแฟนบอลในบ้านเงินจะหายไป 3 ล้านปอนด์ สำหรับในฤดูกาลนี้เหลือ 4 นัดคือหายไปเบื้องต้น 12 ล้านปอนด์ และสำหรับในฤดูกาลหน้าหากไม่มีแฟนบอลเลยตลอดฤดูกาลคือ 19 นัด = 57 ล้านปอนด์

● commercial revenue หรือรายได้จากการจำหน่ายสินค้าซึ่งเคยทะยานขึ้น 22% ในฤดูกาล 2018-19 สูงถึง 188 ล้านปอนด์ และเดิมถูกคาดหมายว่าจะทะยานฟ้าไปอีกหากลิเวอร์พูลได้เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก (สักที) ในฤดูกาลนี้ รายได้ส่วนนี้ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง สโมสรขาดยอดขายมา 2 เดือนแล้ว

● อีกหนึ่งในปัญหาคือเรื่องสปอนเซอร์เสื้อใหม่ของ Nike ที่จะเริ่มต้นในฤดูกาลหน้า ซึ่งจากเดิมที่คาดว่าจะรับทรัพย์กันมหาศาล แต่ตอนนี้ข้อตกลงที่จะได้เงินก้อนเล็ก 30 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาลและไปหวังส่วนแบ่งจากยอดขายที่มากขึ้น รวมถึงการมีหน้าร้านเพิ่มเป็น 6,000 แห่งทั่วโลก ถึงตรงนี้ไม่รู้ว่าจะเหลือเดอะ ค็อป ที่กล้าออกไปซื้อเสื้อกี่คน ต่อให้สั่งออนไลน์ได้จะมีคนที่มีกำลังซื้อเหลือมากแค่ไหน เป็นเรื่องที่ประเมินได้ยาก

● ลิเวอร์พูลยังมีพันธะเรื่องของสปอนเซอร์ทั่วโลกที่เป็นเงินมากมายมหาศาล ที่อาจจะงดจ่าย ชะลอจ่าย หรือจ่ายไม่ครบ เพราะลิเวอร์พูลเองก็ไม่สามารถทำตามเงื่อนไขได้ครบถ้วนจากสถานการณ์ในปัจจุบัน

● สัญญาณที่น่าสนใจคือการที่สโมสรชะลอการปรับปรุงอัฒจันทร์แอนฟิลด์ โรดใหม่ที่ใช้งบ 60 ล้านปอนด์ออกไป 12 เดือน และจะไม่เสร็จใช้งานได้จนกว่าจะถึงปี 2023 (ขณะที่ศูนย์ใหม่ที่เคิร์กบีกลับมาเดินหน้าต่อได้)

● ประเมินจากตัวเลขทั้งหมดแล้วผลกระทบของโควิด-19 ที่มีต่อลิเวอร์พูลค่อนข้างรุนแรงอย่างมาก (และจริงๆอีกหลายสโมสรหนักกว่านี้อีกเพราะฐานแฟนบอลไม่กว้างเท่า) 

● อีกส่วนนึงที่น่าสนใจคือนักเตะที่เดิมถูกคาดว่าจะขายออกเพื่อทำทุนไม่ว่าจะเป็น เชร์ดาน ชาคิรี (30 ล้านปอนด์, แฮร์รี วิลสัน กับมาร์โก กรูยิช (คู่นี้ 40 ล้านปอนด์) รวมถึงลอริส คาริอุส ก็ไม่รู้จะหาทีมไหนมาซื้อตัวไปใช้งาน นักเตะเหล่านี้คงจะไม่สามารถทำค่าตัวได้มากเท่านั้น และปัญหาคือไม่รู้จะมีทีมไหนที่มีเงินสดมากพอจะซื้อนักเตะเหล่านี้ได้ด้วย

● ดังนั้นในสถานการณ์นี้จึงพอเข้าใจเหตุผลสนับสนุนได้ว่าทำไมลิเวอร์พูลจึงไม่สามารถจ่ายเงิน (แค่) 50 ล้านปอนด์เพื่อซื้อติโม แวร์เนอร์ได้ 

● สิ่งที่ดีคือนักเตะชุดนี้ของลิเวอร์พูลยังถือว่าใช้การได้ดี แกนหลักของทีมยังเล่นได้อีกหลายปี และพอจะมีดาวรุ่งอย่างเคอร์ติส โจนส์ หรือนีโก วิลเลียมส์ ที่จะทดแทนอดัม ลัลลานาและนาธาเนียล ไคลน์ได้ ส่วนคนอื่นๆอย่างชาคิรี, วิลสัน, กรูยิช รวมถึงนาบี เกตา, ทาคุมิ มินามิโนะ ไม่ได้ขี้เหร่ ไม่นับเรียน บริวสเตอร์ และฮาร์วีย์ เอลเลียต 

● แวร์เนอร์ เองก็พร้อมยินดีที่จะรอต่อไป 1 ปีหากยังไม่ย้ายในปีนี้ก็รอปีหน้า

● แต่ในยุคโควิด-19 ไม่มีอะไรที่แน่นอน ไม่มีใครรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป ตอนนี้ทุกอย่างยังยากที่จะประเมินได้ชัดเจน ดังนั้นอีก 2 สัปดาห์ก็อาจจะมีความเคลื่อนไหวไปอีกทิศทางก็ได้

● อย่างน้อยในเวลานี้พอจะเห็นเหตุผลแล้วว่า “ลิเวอร์พูลจะไม่ซื้อแวร์เนอร์” แน่นอนในซัมเมอร์นี้

.
พบกับ #TheIssues สรุปประเด็นข่าวร้อนที่น่าสนใจแบบเจาะลึกและย่อยง่ายที่ SPORTDesk ได้ทุกวัน!