The Issues 05/14/2020

14 May 2020
18 VIEWS

● การเทคโอเวอร์ทีม “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ของกลุ่มทุนที่มีนายทุนจากซาอุดีอาระเบียหนุนหลังไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อตอนนี้พวกเขาเจอ “ตอ” เข้าเต็มๆ
● เท้าความก่อนสำหรับกรณีการเทคโอเวอร์นิวคาสเซิล ซึ่งเป็นข่าวดีที่แฟนๆ “ทูนอาร์มีส์” ได้ร้องเฮกันดังลั่นหลังจากที่ไมค์ แอชลีย์ เจ้าของสโมสรคนปัจจุบันที่เป็นหนึ่งในเจ้าของสโมสรที่เลวร้ายที่สุดในโลกยอมขายทีมให้แก่กลุ่มทุนที่ถูกชักนำมาโดยอแมนดา สเตฟลีย์ นายหน้าสาวในราคา 300 ล้านปอนด์
● ประเด็นที่เป็นปัญหาให้ร้องเอ๊ะ! ตั้งแต่แรกคือกลุ่มทุนดังกล่าวเป็นที่รู้กันดีว่าได้รับการหนุนหลังจาก KSA PIF หรือกองทุน Saudi Arabia’s Public Investmen Fund หรือพูดให้เข้าใจง่ายกว่านั้นอีกคือทุนของรัฐบาลซาอุฯ
● เรื่องนี้คือปัญหาเพราะมีมือที่ 3 ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับดีลนี้โดยตรงอย่าง beIN SPORTS ที่ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงทุกสโมสรและพรีเมียร์ลีกว่าจะยอมให้ทุนจากซาอุฯเข้ามาเทคโอเวอร์ไม่ได้เด็ดขาด เพราะไม่เช่นนั้นคือการปล่อยให้อาชญากรได้มาล้างมือในอ่างทองคำ
● จริงๆสิ่งที่ทำเขาเรียกกันว่า Sportwash หรือการใช้เกมกีฬาเพื่อหวังผลลบภาพหรือกลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง ซึ่งเป็นสิ่งที่มีการทำกันมานานแล้ว และซาอุฯก็เป็นหนึ่งในชาติที่ใช้วิธีนี้บ่อยเพราะภาพลักษณ์ของตัวเองต่อนานาประเทศนั้นไม่สู้ดีนัก ล่าสุดคือการจัดรายการฟุตบอลของลาลีกาที่ทำเอาฮาเวียร์ เตบาส ประธานลาลีกาโดนด่ายับ
● เหมือนทำชั่วมาร้อยอย่าง เสร็จแล้วเอาตู้ปันสุขไปวางหน้าบ้าน คนจะได้ลืมหมดว่าทำอะไรมาบ้าง อะไรแบบนั้น
● สำหรับซาอุฯกับ beIN SPORTS ประเด็นความขัดแย้งรุนแรงมากเพราะ beIN SPORTS เป็นบริษัทของกาตาร์ (ซึ่งมีทุนจากรัฐบาล/ราชวงศ์หนุนหลังเช่นกัน) และระหว่างซาอุฯกับกาตาร์มีปัญหาทางการเมืองกันอยู่ ทางด้านซาอุฯเลยใช้วิธีสกปรกด้วยการดูดสัญญาณถ่ายทอดสดกีฬาระดับโลกที่ beIN SPORTS ซื้อมาด้วยเงินมหาศาลไปปล่อยแบบเถื่อนๆให้ชาวซาอุฯดู นอกจากนี้ยังขายให้ชาวตะวันออกกลางดูด้วยในชื่อ beoutQ (beout = beIN SPORTS, Q = Qatar) 

● ที่แสบกว่านั้นคือทาง beIN SPORTS ขอให้ซาอุฯจัดการ beoutQ กลับไม่มีการจัดการแถมยังหนุนหลังแบบโจ่งแจ้งอีก!
● ในช่วงนั้น beIN SPORTS จึงต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวมาตลอด โดยพยายามขอความช่วยเหลือจากองค์กรกีฬาเจ้าของลิขสิทธิ์ต่างๆเช่น พรีเมียร์ลีก, ฟีฟ่า, เทนนิสเอทีพี ฯลฯ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ สุดท้าย beIN SPORTS ขาดทุนย่อยยับเพราะรายได้จากผู้สมัครใช้บริการลดลงอย่างน่าใจหาย คนตะวันออกกลางที่ว่ารวยๆหันไปใช้ beoutQ กันหมด
● SPORTDesk. ซึ่งเคยร่วมงานกับ beIN SPORTS ยืนยันได้ว่าเรื่องนี้ทาง beIN SPORTS แม่ที่โดฮาซีเรียสมาก และเป็นสิ่งที่กระทบต่อสถานะของบริษัทอย่างมาก
● สิ่งที่ beIN SPORTS บอกกับพรีเมียร์ลีกคือ ถ้ายอมให้ทุนซาอุฯเข้ามาเทคโอเวอร์ก็เหมือนเปิดประตูให้โจรที่เพิ่งปล้นบ้านเพื่อนเข้ามานั่งเล่นในบ้านตัวเองต่อ (สรุปได้แบบนี้) ซึ่งเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และควรมีการทบทวนด่วน
● ตอนแรกเสียงเรียกร้องดูไม่ค่อยดังนัก แต่หลังมีจดหมายเปิดผนึกอีกฉบับจากฮาติซ เชงกิส คู่หมั้นของจามาล คาช็อกกี อดีตนักหนังสือพิมพ์ที่เสียชีวิตแบบมีปริศนาในสถานทูตซาอุฯที่เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี เมื่อปี 2018 ส่งตรงถึงแฟนๆนิวคาสเซิล เสียงเริ่มดังขึ้น
● นางฮาติซ เขียนใจความสรุปได้ว่า “ถึงจะรู้ว่าแฟนๆนิวคาสเซิลดีใจที่มีคนมาซื้อสโมสรและจะได้หมดทุกข์หมดโศกเสียที แต่มันจะดีเหรอถ้าคนมาซื้อเป็นอาชญากร” (เพราะแฟนนิวคาสเซิลจำนวนมากไม่สนใจเรื่องที่ beIN SPORTS บอก)
● จริงๆนิวคาสเซิลกับซาอุฯไม่ได้มีอะไรกัน พรีเมียร์ลีกกับซาอุฯ ก็ไม่ได้มีปัญหากันโดยตรง มันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร โดยที่ผ่านมาก็เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบเอกสารและตรวจสอบคุณสมบัติได้ตามปกติ
● แต่ล่าสุดเรื่องชัก Go So Big เมื่อมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นสมาชิกของ DCMS หน่วยงานที่กำกับดูแลกิจการกีฬาในประเทศเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องที่ซาอุฯ มีส่วนรู้เห็นในการลักลอบขโมยถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก
● มีการเรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษ “ระงับ” การเทคโอเวอร์ครั้งนี้แล้ว
● เรื่องนี้จะจบอย่างไรยังไม่แน่ใจ แต่ไม่ง่ายแน่นอนสำหรับการเทคโอเวอร์ในครั้งนี้ ซึ่งกระแสสังคมดูเหมือนจะเริ่มจุดติดแล้ว
พบกับ #TheIssues สรุปประเด็นข่าวร้อนที่น่าสนใจแบบเจาะลึกและย่อยง่ายที่ SPORTDesk ได้ทุกวัน!