พ้นวันเส้นตายตลาด…ใครคือผู้แพ้-ชนะที่แท้จริง

10 August 2018
816 VIEWS

“พอไม่มีน้ำตา…เราก็ไม่มีหลักฐานว่ามันคือความเศร้า” คำคมจากภาพยนตร์เรื่อง Burnig ที่น่าจะนำมาใช้กับสถานการณ์ของโจเซ่ มูรินโญ่ และ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ สองทีมใหญ่ไซส์บิ๊กที่ทำ Performanceในช่วงโค้งสุดท้ายเส้นตายตลาดนักเตะได้อย่างน่าผิดหวัง  ซึ่งแม้ทั้ง 2 กุนซือไม่มีน้ำตา แต่การันตีได้เลยว่า ดูโอกุนซือคู่นี้ เศร้า แน่นอน…

23.00 น ตามเวลาไทย วันที่ 9 ส.ค  ตลาดซื้อ-ขายนักเตะอังกฤษ มีการปิดดีลในช่วงเส้นแดงกันหลายๆทีม แต่ผีแดงและคลับไก่กลับเงียบเหงาเป่าสาก ไม่ได้ใครหน้าไหนมาเสริมเลย

ในเคสของสเปอร์สของโปเช็ตติโน่ อาจจะรู้คร่าว ๆ แล้วว่า สโมสรอยู่ในภาวะรัดเข็มขัดสุดชีวิต เนื่องจากตอนนี้ทีมกำลังสร้างสนามแห่งใหม่ งบประมาณตัวเลขยังแดง แล้วจะให้ไปช็อปปิ้งหนักมือได้อย่างไร และเมื่อไม่ได้ใครมาใหม่ แต่ก็ยังดีที่เก็บแกนหลักของทีมได้ครบถ้วนกระบวนความเหมือนเดิม แต่สภาพจิตใจของ “พอช” อาจจะอยู่ในภาวะหวานอมขำกลืน ต้องพาทีมฝืนลุยพรีเมียร์ลีกด้วยแข้งเดิม ๆ ต่อไป

ทั้งนี้ สเปอร์ส ยังกลายเป็นทีมประวัติศาสตร์ทีมแรกในประวัติศาสตร์ลีกผู้ดี  นับตั้งแต่มีการเปิดช่วงเวลาซื้อขายนักเตะตั้งแต่ 2003  ที่ไม่ได้นักเตะหน้าใหม่มาเสริมทีมในช่วงปิดฤดูกาลอีกด้วย

ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด มีข่าวอยากได้แข้งมากมายในวันสุดท้าย อาทิ ดิเอโก้ โกดิน,เยอร์รี มิน่า,โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ แต่สุดท้ายทีมเจรจาของผีแดง ก็ไม่อาจจะพรากใครให้มาอยู่ในรังโอลด์ แทรรฟอร์ด ได้เลย

และ นี่คือสองทีมยักษ์ใหญ่ ที่กราฟ การเสริมทีมในวันเดดไลน์ ปักหัวทิ้งดิ่งลง ….

 

ขณะที่ เดอะวินเนอร์ส สำหรับการเทรดในวันเส้นตายในครั้งนี้ ต้องยกโป้งทั้ง 4 นิ้ว ให้กับเอฟเวอร์ตัน,ฟูแล่ม และ เลสเตอร์ ที่โชว์ฟอร์มเกียร์แรงแซงโค้งทุกทีมในวันสุดท้ายตลาดนักเตะ

ผู้ชนะเบอร์หนึ่งอย่างเอฟเวอร์ตัน ได้ 3 แข้งมาเติมเต็มกูดิสัน ปาร์ก ให้มีมนต์เสน่ห์น่าติดตามมากขึ้น จากการได้ เยอร์รี่ มีน่า จากบาร์ซ่า ด้วยราคา 27 ล้านปอนด์ และ ยืมตัว อังเดร โกเมส กองกลางโปรตุเกสเพื่อนร่วมค่ายของมีน่ามาใช้งาน 1 ฤดูกาล นอกจากนี้ ยังมี เบอร์นาร์ด กองกลางดีกรีเคยติดทีมชาติบราซิล ที่ได้มาจากชัคตาร์แบบฟรี ๆ อีก งานนี้ มาร์โก้ ซิลวา กุนซือท็อฟฟี่ มียุทโธปกรณ์ในสนามรบพรีเมียร์ลีกปีนี้แบบครบมือ เลือกใช้ใครอะไรตอนไหนก็ได้ ตามแต่แท็กติกส์ที่ต้องการ

ส่วน ฟูแล่ม น้องใหม่พรีเมียร์ลีกของย็อคก้า อดีตกุนซือเมืองทอง ได้ อังเดร แซมโบ อังกุยซ่า กองกลางดาวรุ่ง 22 ปี ทีมชาติแคเมอรูน มาจากโอลิมปิก มาร์กเซย์ ด้วยราคา  22.3 ล้านปอนด์  แถมยังปิดดีลยืมตัวแข้งคุณภาพเกรดดี อาทิ ธิโมธี ฟอซู-เมนซ่า จากแมนฯ ยูไนเต็ด, เซร์คิโอ ริโก้ ผู้รักษาประตูจากเซบีย่า , และกองหน้าอย่างลูเซียโน่ วิเอ็ตโต้ จากแอต.มาดริด ซึ่งในอดีตคนนี้น่าจับตามองฟอร์มเร้าร้อนมาก สมัยเล่นให้บียาร์เรอัล

ด้าน เลสเตอร์ของโคล้ด ปูแอล ที่ใส่กลอนล็อกกุญแจรักษา แฮร์รี่  แม็คไกวร์ เอาไว้ได้แบบเหนียวแน่นหนึบแล้ว ยังสามารถตะลุยตลาดช่วงก่อนวายได้อย่างน่าสนใจ เพราะจิ้งจอกน้ำเงินได้ตัว ฟิลิป เบนโควิช กองหลังดาวรุ่งโครแอต ว่าที่ตัวแทนเดยัน ลอฟเรนในทีมตราหมากรุก ในราคา 13 ล้านปอนด์ จากดินาโม ซาเกร็บ นอกจากนี้ยังกระชากตัว คักลาร์ โซยุนคู กองหลังตุรกีไฟแรงมาจาก มาจากไฟร์บวร์ก ราคา 19 ล้านปอนด์ ซึ่งการเสริมทัพ 2 รายล่าสุดของเลสเตอร์ เป็นการตอกย้ำว่า เกมรับต้องมาก่อนเกมรุกเสมอสำหรับเลสเตอร์

ขณะที่ เซาแธมป์ตัน นักบุญแดนใต้ ได้ยืมตัว แดนนี่ อิงก์ส ที่หาตำแหน่งไม่ได้ในแอนฟิลด์  มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาล ซึ่งดีลนี้น่าสนใจในความวิน-วินทั้งคู่ เพราะอิงก์จะได้มาเรียกฟอร์มเก่าๆกับทีมที่มีความเหมาะสมกับเขา เหมือน ๆ กับสมัยที่โดดเด่นราศีจับกับเบิร์นลี่ย์ในอดีต,ส่วน มาร์ก ฮิวจ์ส กุนซือก็ถือได้ว่ามีทางเลือกในแผงกองหน้ามากขึ้น

ด้าน นิวคาสเซิ่ล ของเอล บอส ราฟา เบนิเตซยอมจ่าย 6 ล้านปอนด์  ดึง เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ เซนเตอร์ฮาล์ฟอาร์เจนไตน์สวอนซีมาเสริมทัพ ก็ดูจะไม่นิ่งนอนใจในปัญหาเกมรับ จึงหาทางเลือกให้มีมากกว่าที่เป็นอยู่

ส่วน เชลซี ของเมาริซิโอ ซาร์รี่ ถือได้ว่าเป็นทีมที่ผลงานถือว่าตามมาตฐานในการเทรดช่วงวันสุดท้าย จากการยืมมัตเตโอ โควาซิช กองกลางคุมเกมรองแชมป์โลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดีลปล่อยตัว ธีโบต์ บูร์กตัวส์ ไปให้เรอัล มาดริดนั่นเอง

สำหรับวันที่ 9 ส.ค. 2018 มีการย้ายทีมทั้งสิ้น 25 คน ถือว่าเป็นตัวเลขสูงสุดของลีกอังกฤษในรอบ 5 ปี ส่วนตัวเลขเงินสะพัดตลอดช่วงการซื้อขายในช่วงซัมเมอร์ อยู่ที่ราว ๆ 1,200 ล้านปอนด์  คนที่แพงที่สุดในตลาดรอบนี้ คือ เซป้า อาร์ริซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูเชลซีคนใหม่ ที่ไปดึงมาจากแอธ.บิลเบา 71 ล้านปอนด์

แม้ตอนนี้ 20 ทีมในลีกผู้ดี จะไม่สามารถซื้อใครได้อีกแล้ว แต่ “การขาย” ให้กับทีมลีกอื่น ๆ ยังสามารถทำได้อยู่  ดังนั้นเราอาจจะยังเห็นการย้ายออกที่สนั่นครึกโครมอีกรอบ เพราะลาลีกา,บุนเดสลีกา,ลีก เอิงจะปิดตลาดสิ้นเดือนนี้  ขณะที่ กัลโช่ เซเรีย อา จะปิดตลาด ศุกร์ 17 สิงหาคม

ตอนนี้ทุกทีมคงใช้เวลาปรับจูนนักเตะทั้งใหม่และเก่าให้เข้าที่…และเดินหน้าเต็มกำลังสำหรับพรีเมียร์ลีก ที่จะต้องต่อสู้กันแบบเกมระยะยาว…ทีมใดจะเป็นผู้ชนะที่แท้จริง  คงต้องวัดจากผลงาน รวมถึงตารางคะแนนเมื่อจบฤดูกาล เพราะ ตารางคะแนนไม่เคยโกหกใคร..