เมื่อทีมใหญ่เสียงดังกว่า ผลที่ตามมาอาจเลวร้าย

19 April 2020
15 VIEWS

สโมสรใหญ่ในพรีเมียร์ลีก ตกลงที่จะเดินหน้าเพื่อเล่นเกมพรีเมียร์ลีกให้จบในสนาม จากการประชุมวันศุกร์ที่ผ่านมา นั่นหมายความว่า พวกเขาจะไม่ตัดจบการแข่งขันในฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะมันเกี่ยวกันกับเงินจำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการดำเนินธุรกิจ โดยพวกเขาเล็งจะจบฤดูกาลให้ได้ภายใน 40 วันหลังจากที่รัฐบาลสหราชอาณาจักร อนุมัติการเล่นฟุตบอลต่อไป เพื่อให้ฤดูกาลจบลงอย่างเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นเพียงแค่เสียงจากสโมสรในพรีเมียร์ลีก ซึ่งในความเป็นจริง ไม่ใช่แค่ พรีเมียร์ลีกเท่านั้นที่เป็นลีกซึ่งถูกระงับการแข่งขันในสหราชอาณาจักร เพราะมันยังรวมถึงลีกรอง ๆ อย่าง เดอะ แชมเปียนชิพ, หรือต่ำกว่านั้นอย่าง ลีกวัน และ ลีกทู ด้วย ซึ่งสโมสรเหล่านี้ต้องแบกภาระทางการเงินอยู่ในขณะนี้เช่นเดียวกัน แต่มันต่างกันตรงที่ “สายป่าน” พวกเขาสั้นกว่าทีมในลีกสูงสุดและลีกรองมาก ทำให้ตอนนี้ ผลกระทบจากโควิด-19 เริ่มจะเล่นงานพวกเขาแล้ว

ไม่ถึง 24 ชั่วโมงดีหลังจากที่ สโมสรในพรีเมียร์ลีก ได้ข้อสรุปในเรื่องการจบฤดูกาลนี้ด้วยการเล่นให้ครบตามโปรแกรม ก็มีคำถามมาจากสโมสรฟุตบอลหลายแห่งไล่ตั้งแต่บางสโมสรใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ และเกือบทุกสโมสรในลีกวัน และ ลีกทู เกี่ยวกับการตัดสินใจในครั้งนี้ เพราะตอนนี้พวกเขา “ใกล้ตาย” กันเต็มทีแล้ว หลังจากที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายซึ่งหลัก ๆ คือค่าตัวของนักเตะในสังกัด

แอนดี โฮลต์ ประธานสโมสร แอคคริงตัน สแตนลีย์ เปิดเผยว่า การตัดสินใจในวันศุกร์ที่ผ่านมาไม่มีการประเมินเกี่ยวกับความเสียหายด้านการเงินที่เกิดขึ้นกับบรรดาสโมสรเล็ก ๆ เลยแม้แต่น้อย และตอนนี้หลายสโมสรก็ออกมารวมตัวกันเพื่อแสดงความต้องการที่จะขอตัดจบฤดูกาลนี้แล้ว เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น 

“เราจะเสียค่าใช้จ่ายราวครึ่งล้านปอนด์เพื่อจบฤดูกาลนี้ในสนาม ถ้านั่นคือสิ่งที่ อีเอฟแอล (อิงลิชฟุตบอลลีก) ตัดสินใจว่าพวกเขาต้องการจะทำ” ประธานสโมสรในลีกวัน กล่าว “แต่สำหรับผม ผมอยากจะใช้เงินนั้นในการสร้างทีมใหม่ในฤดูกาลหน้า แทนที่จะใช้เวลาอีกสามเดือนตอนนี้เพื่อรอดูสโมสรของเราตายลงอย่างช้า ๆ

“ถ้าทางเลือกตอนนี้มีระหว่างการเล่นในฤดูกาลที่เหลือต่อไปแล้วตายลง กับ รอดชีวิตต่อไป เราจะเลือกทางที่เรารอด ความเสี่ยงหลักสำหรับ แอคคริงตัน สแตนลีย์ คือ อีเอฟแอฟ บังคับให้เราใช้จ่ายเงินต่อไปเพื่อเกมที่เราไม่ได้ลงสนาม และนั่นเป็นสิ่งที่ไร้ความหมายสำหรับเรา

“ผมหวังว่า มันจะมาไม่ถึงจุดนี้ แต่ บางที มันอาจจะถึงแล้วก็ได้ เรามาถึงจุดที่เรามีแต่ความสูญเสีย เพราะว่า เราไม่ได้ลงสนาม แม้กระทั้งเราอาจจะตกชั้น แต่งานของผมคือต้องแน่ใจว่า แอคคริงตัน สแตนลีย์ จะต้องไม่ตายเท่านั้น”

เจ้าของสโมสรอื่น ๆ ใน อีเอฟแอล กล่าวว่า “เรื่องนี้มันแย่ลงเพราะว่า มีนักเตะหลายคนที่เราจะหมดสัญญากับเขาในวันที่ 30 มิถุนายน เจ้าของสโมสรหลายทีมคุยกันว่า พวกเขาไม่สนใจที่จะจ่ายเงินต่อไปให้กับนักเตะเหล่านั้นแล้ว (ถ้าลีกต้องมีการเล่นต่อไปถึงเดือน สิงหาคม) เพราะพวกเขาไม่มีเงินมากพอ

“และหากผู้เล่นบางคนตกลงที่จะเข้าร่วมสโมสรอื่นพวกเขาจะลังเลที่จะเสี่ยงเพื่อออกไปจากสโมสรปัจจุบันของพวกเขา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นความสมบูรณ์ของการแข่งขันจะลดลง”

พรีเมียร์ลีก กำลังพูดคุยกันเพื่อหาทางเดินหน้าฤดูกาลต่อไป ภายใต้ความเสี่ยงที่ลดลง พวกเขาวางแผนที่จะให้ผู้เล่นพักที่โรงแรม และทดสอบการติดเชื้อในทุกสองวัน โดยพรีเมียร์ลีก หวังอย่างยิ่งที่จะได้รับอนุมัติจากรัฐบาลให้กลับมาซ้อมในกลางเดือน พฤษภาคม และกลับมาเริ่มเตะกันอีกครั้งในวันที่ 8มิถุนายน แต่คำถามคือ บรรดาสโมสรเล็ก ๆ ในลีกรอง มีเงินมากพอจะทำแบบนั้นหรือไม่?

จากคำแนะนำของ มาร์ก กิลเล็ตต์ ที่ปรึกษาทางการแพทย์ของพรีเมียร์ลีก เปิดเผยถึงแผนการณ์ในการนำพรีเมียร์ลีกกลับมาเล่นอีกครั้งในเดือน มิถุนายน ทำให้มีข้อปฏิบัติเกิดขึ้นมากมาย และหลาย ๆ อย่างมันหมายถึงเงินมหาศาลที่ต้องโยนเข้าไปเพื่อแก้ปัญหา แน่นอนว่า ถ้าเป็นทีมที่จ่ายค่าตัวนักเตะหลักล้านปอนด์ได้ เงินเหล่านี้เป็นเพียงเงินเล็กน้อย และมันเป็นเพียงการลงทุนเพื่อแลกกับเงินก้อนใหญ่ ทั้งค่าลิขสิทธิ์ในการถ่ายทอดสด ค่าสปอนเซอร์ และ ค่าโฆษณามหาศาลที่จะได้เข้ามา

แต่ถ้าเป็นสโมสรที่จ่ายค่าเหนื่อยนักเตะเฉลี่ยสัปดาห์ละราว 1,000-5,000 ปอนด์ ล่ะ?

นอกจากนี้ การเลือกเดินบนเส้นทางในการเล่นต่อไปให้จบฤดูกาลของพรีเมียร์ลีก ยังได้รับความเป็นห่วงจากบุคลากรทางการแพทย์มากมาย อาทิ ดร. บรารัต ปังกาเนีย อาจารย์คลินิกอาวุโสที่ มหาวิทยาลัยแพทย์แห่ง เอ็กเซเตอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการโรคติดเชื้อ ซึ่งกล่าวว่า “หากผู้เล่น A ได้กำจัดไวรัสแล้วผมจะรู้ได้แน่นอนว่าผู้เล่น B, C, D และ E ได้ติดไวรัสด้วยหรือไม่? เพราะการแสดงอาการมันต้องใช้ ‘เวลา’ ถึง 14 วัน

“สามารถทดสอบในวันนี้โดยผลอาจจะออกมาว่าคุณไม่เป็นอะไร แต่ไวรัสอาจจะอยู่ในตัวคุณ โดยมันใช้เวลาฟักตัวอย่างน้อย 3 วัน และใช้อีก 14 วันในการแสดงผล คุณอาจจะถูกตรวจว่าไม่ติดเชื้อ และคุณก็ไม่มีอาการใด ๆ แต่เมื่อคุณกลับไปทำงาน คุณก็ไปแพร่เชื้อให้คนอื่น ๆ 

“การกลับมาเตะอีกครั้งอาจจะทำได้ ถ้าสมมติว่า สโมสรมีผู้เล่นและทีมงานรวม 40 คน ทั้งหมดถูกแยกออกจากกัน และไม่มีใครเลยที่แสดงอาการอะไร หลังจากนั้น ทุกคนได้รับการตรวจเชื้ออย่างสม่ำเสมอ แล้วค่อยกลับไปเตะกันอีกครั้ง แต่คำถามคือ ใครกันที่จะตัดสินใจให้มันเป็นแบบนั้นได้”

บุนเดสลีกา กำลังวางแผนที่จะเริ่มกลับมาเตะใหม่อีกครั้งในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมและสโมสรกำลังฝึกซ้อมอยู่ในตอนนี้ โดยพวกเขามีแนวโน้มที่จะทดสอบการติดเชื้อทุก ๆ สองวัน แต่ปัจจุบันเยอรมนีมีศักยภาพในการทดสอบผู้ติดเชื้อได้มากกว่า 100,000 ครั้งต่อวัน ในขณะที่รัฐบาลของสหราชอาณาจักร กล่าวว่ามีการทดสอบ 21,389 ครั้งในวันศุกร์ที่ผ่านมา

และการทดสอบที่ว่า ก็เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่ต้องใช้เงิน แล้วเป็นเงินไม่น้อยด้วย บางที เมื่อรวมค่าใช้จ่ายในการจ่ายค่าแรงนักเตะ กับ ค่าทดสอบเชื้อทุก ๆ สองวันของบรรดาทีมในลีกวัน และ ลีกทู บางที พวกเขาอาจจะตายไปก่อนที่จะได้กลับมาเตะอีกครั้งไปแล้วก็ได้…