ผลงานแข้งไทย และการต่อสู้ที่ไม่ง่ายของ “กวินทร์” ในเจลีก1 | by RONIN

11 July 2020
82 VIEWS

เรียกว่ากลับมาได้อย่างเข้มข้นสมการรอคอยจริงๆครับสำหรับ “เจลีก1” ฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศญี่ปุ่น

ทั้งเกมแรกที่ได้หวนคืนกลับมาแข่งขันอีกครั้งเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว และเกมกลางสัปดาห์ล้วนแล้วแต่โม่แข้งกันได้เมามันส์น่าติดตามทุกคู่ทุกสนามจริงๆ

ยิ่งในสุดสัปดาห์นี้จะไม่ใช่การแข่งขันในสนามปิดแล้วด้วย หลังจาก เจลีก อนุญาตให้แฟนบอลเข้าสู่สนามได้ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม เป็นต้นไปภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวด แบบจำกัดจำนวนไม่เกิน 5,000 คนต่อสนาม หรือ 50% ของความจุสนาม รวมถึงอนุญาตให้มีการขายอาหารและเครื่องดื่ม สินค้าต่างๆ บูทของสปอนเซอร์ รวมทั้งตัวมาสคอตในสนาม ซึ่งแน่นอนว่ามันจะยิ่งช่วยเพิ่มความเข้มข้นให้กับเกมการแข่งขันอย่างแน่นอน

เหมือนอย่างภาพที่เกิดขึ้นในเกม เจลีก2 ลีกรองระหว่าง ฟาเกียโน่ โอกายามะ กับ กีราวานซ์ คิตะคิวชู ที่แข่งกันเมื่อช่วงเย็นวันศุกร์ ซึ่งเป็นเกมแรกของเจลีกที่ได้รับอนุญาตให้แฟนบอลเข้าชมเกมในสนามได้

ครับ ด้วยบรรยากาศในสนามที่จะเปลี่ยนแปลงไปทำให้เกมนัดที่ 4 ของลีกสูงสุดแดนอาทิตย์อุทัยนั้นดูน่าสนใจและน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง 

ทว่านอกเหนือจากเรื่องดังกล่าวแล้ว สำหรับแฟนฟุตบอลชาวไทย การได้ติดตามผลงานของดาวเตะเชื้อสายไทยทั้ง 4 คน ที่ค้าแข้งในลีกสูงสุดของแดนอาทิตย์อุทัย อย่าง ชนาธิป สงกระสินธ์ และ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ กับทีม คอนซาโดเล ซัปโปโร , ธีราทร บุญมาทัน กับ โยโกฮามะ มารินอส แชมป์เก่า และ ธีรศิลป์ แดงดา กับ ชิมิสึ เอสพัล์ ก็คงจะเป็นอะไรที่หลายคนต่างเฝ้ารอ

ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ…

โดยหลังผ่านพ้นไป 3 เกม สถานการณ์ของนักเตะไทยแต่ละคน และต้นสังกัดของพวกเขาก็แตกต่างกันออกไปครับ

ชนาธิป ดูจะโดดเด่นกว่าใครจากการออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทั้ง 2 เกมหลังจากเจลีก1 กลับมาเตะกันอีกครั้ง โดย “เจ” เป็นตัวขับเคลื่อนเกมรุกคนสำคัญให้กับต้นสังกัด และสร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้อย่างยอดเยี่ยม โดยทำแอสซิสต์ไปแล้ว 3 ครั้ง ขึ้นนำในอันดับแอสซิสต์ของ เจลีก1 พร้อมพาทีม “คอนซะ” เก็บชัยชนะได้ 2 เกมติด มี 6 คะแนน อยู่ในอันดับ 6  ของตารางคะแนน

ด้าน ธีราทร ผลงานของต้นสังกัด “มารินอส” ถือว่าไม่เสียหายเก็บได้ 4 คะแนนจาก 3 นัด รั้งอันดับ 12 ตัว “อุ้ม” เองก็รักษาระดับการเล่นที่ยอดเยี่ยมของตัวเองเอาไว้ได้ แม้ในเกมล่าสุดจะถูกดรอปเป็นตัวสำรองเนื่องจากทีมมีการโรเตชั่นนักเตะจากโปรแกรมการแข่งขันที่ชุกชุมยิ่งกว่ายุง และยังไม่สามารถทำประตูหรือแอสซิสต์ ได้เหมือนเมื่อปีที่แล้วที่ช่วยพาทีมคว้าแชมป์ เจลีก1 มาครอง ทว่าผลงานที่ปรากฎในสนามยามได้ลงเล่นก็ยังคงเป็นไปตามมาตรฐานของเจ้าตัวที่ยังคงยอดเยี่ยม โดยส่วนตัวผมเชื่อว่า “อุ้ม” ยังเป็นกำลังสำคัญทางฝั่งซ้ายที่ทัพ “มารินอส” จะขาดไม่ได้เช่นเดิม เพราะสังเกตได้ว่าในเกมล่าสุดแม้ทีมจะเก็บชัยชนะได้ แต่ เรียว ทาคาโนะ ที่ลงมาแทนยังทดแทนตำแหน่งแบ็คซ้ายในสไตล์ “มารินอสเวย์” ที่เราเห็นเมื่อฤดูกาลก่อนได้ไม่ดีเท่าที่ควร ไม่เนียนตาเท่าแบ็คซ้ายวัย 30 ปีชาวไทยครับ 

หลังจากนี้เชื่อว่าเมื่อทุกอย่างเริ่มลงตัว “ทัพกะลาสี” จะเร่งเครื่องขึ้นมาเป็นทีมระดับหัวแถวลุ้นป้องกันตำแหน่งแชมป์ของตัวเองได้ ด้วยระบบทีมเวิร์คจากขุมกำลังที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากมายนัก  ยังคงเป็นผู้เล่นชุดเดิมๆที่คว้าแชมป์เมื่อฤดูกาลก่อน รวมทั้งระบบการเล่น และแท็คติคในสไตล์มารินอสเวย์ที่ อังเก พอสเตโคกลู  กุนซือชาวออสเตรเลียยังยึดมั่นถือมั่นเป็นแนวทางในการเล่น ซึ่งถ้าทำได้ก็ยากที่ใครจะหยุดพวกเขา

ส่วน ธีรศิลป์ นั้นถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบากพอสมควร ด้วยผลงานของต้นสังกัดอย่าง “เอสพัลส์” ที่ไม่สู้ดี ยังไม่ชนะใคร จมอยู่ในอันดับ 17 ของตาราง แม้ผลงานส่วนตัวของ “มุ้ย” จะสามารถสังหารประตูได้ตั้งแต่เกมแรกที่ลงสนามก่อนเจลีกหยุดหนีการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่หรือโควิด-19 แต่ผลงานโดยรวมของต้นสังกัดนั้นยังทำได้ไม่ดีนัก ด้วยอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงทีมมาก ทั้งผู้เล่น และผู้จัดการทีมที่ดึง ปีเตอร์ ซคลามอฟกี้ ผู้ช่วยของ อังเก พอสเตโคกลู มาทำทีม ซึ่งอาจทำให้ยังไม่เจอทีมที่ลงตัว ฟอร์มการเล่นจึงดูขาดๆเกินๆ บอลไปถึงแดนหน้าน้อยมากในแต่ละเกม ซึ่งส่งผลกับผลงานของ มุ้ย โดยตรง ไม่เหมือนสมัยที่เล่นให้กับ ฮิโรชิมะ ซานเฟรซเซ่ ที่ดาวยิงชาวไทยจะได้เล่นกับบอล หรือมีโอกาสในการทำประตูมากกว่า

ซึ่งหากเอสพัลส์ยังปรับทีมให้ลงตัวไม่ได้ในเร็ววัน ฤดูกาลนี้คงเป็นฤดูกาลที่ยากลำบากสำหรับพวกเขา และดาวยิงขวัญใจคนไทยอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามแม้มุ้ยจะเจอสถานการณ์ที่ยากลำบากของทีม แต่โอกาสในการถูกส่งลงสนามนั้นยังเปิดกว้างสำหรับดาวยิงวัย 32 ปี ซึ่งนั่นแตกต่างจาก แข้งไทยคนสุดท้ายในเวทีเจลีก 1 ที่ยังไม่ได้พูดถึงอย่าง “กวินทร์”

หลังย้ายจาก โอเอช ลูเวน ในเบลเยี่ยม มาหาความท้าทายใหม่ในแดนอาทิตย์อุทัยกับ คอนซะ ต้นสังกัดเดียวกับ ชนาธิป “ตอง” ต้องเจอสถานการณ์ที่ไม่ง่ายในการเบียดขึ้นมาเป็นผู้รักษาประตูหมายเลข 1 ของทีม

ตอนแรกคาดว่าโอกาสน่าจะเปิดกว้างสำหรับนายทวารทีมชาติไทย เนื่องจาก ผู้รักษาประตูมือ 1 ของทีมทัพนกฮูกแดนเหนืออย่าง กู ซึง ยุน มีข่าวว่าจะต้องไปเป็นทหารรับใช้ชาติในปีหน้า และผู้รักษาประตูมือ 2 อย่าง ทาคาโนริ ซุเงโนะ ก็อายุอานามปาเข้าไป 36 ปีแล้ว อาจจะโรยราเต็มที

ยิ่งในช่วงปิดลีกหนีโควิด กู ซึง ยุน ตัดสินใจย้ายทีมกลับบ้านเกิดในเกาหลีใต้ไป ก็ยิ่งดูเหมือนว่าโอกาสของ ตอง น่าจะยิ่งเปิดกว้างในการลุ้นแย่งตำแหน่งมือ 1 ในทีม ที่มี ซุเงโนะ และ ชุนตะ อะวะกะ ผู้รักษาประตูร่างยักษ์เด็กปั้นของสโมสร

ทว่าความจริงการเบียดแย่งตำแหน่งมือ 1 ในทีมกลับไม่ง่ายเลยสำหรับตอง…

เพราะ ซุเงโนะ ในวัย 36 ปี ยังมีฝีมือที่เรียกว่า “ไม่ธรรมดา”

จาก 3 เกมที่ได้ออกสตาร์ตในฤดูกาลนี้ ซุเงโนะ แสดงให้เห็นว่าตัวเขายังมีดีมากพอที่จะเป็นมือ 1 ของ คอน.ะได้ และ “ยสก” ที่ใครจะมาแย่งตำแหน่งเขา

เอาจริงๆตัวผมเองคิดว่านายด่านวัย 36 ปี “ชัวร์” กว่า กู ซึง ยุน ด้วยซ้ำ ยิ่งในเกมล่าสุดที่ คอนซะ บุกไปอัด คาชิมะ แอนท์เลอร์ส ได้ถึงถิ่น ซุเงโนะ โชว์ฟอร์มซูเปอร์เซฟได้หลายครั้ง จนทีมสามารถคว้าชัยชนะและเก็บคลีนชีตออกมาได้สำเร็จ จนติดทีมยอดเยี่ยมเจลีกทีเดียว

นอกจากฝีมือแล้วประสบการณ์ในฟุตบอลญี่ปุ่นของนายด่านวัย 36 ปีก็ถือว่ามากโข…

หากย้อนไปดูผลงานในอดีต ต้องบอกว่า ซุเงโนะ นี่คือ “ของจริง” นายด่านวัย 36 ปี ประสบความสำเร็จมาหมดแล้วในญี่ปุ่นสมัยเป็นมือ 1 ที่ทคาชิวะ เรย์โซล ทั้งแชมป์ เจลีก1 , เจลีก2 , เจลีก คัพ และ เอ็มเพอร์เรอร์คัพ

ด้วยประสบการณ์ และฝีมือที่มี มือ 1 ของ คอน.ะ ตอนนี้จึงตกอยู่กับ ซุเงโนะ และเป็นสถานการณ์ที่ยากลำบากจริงๆสำหรับ ตอง ที่จะก้าวขึ้นมาแย่งชิงตำแหน่งมือ 1 ของทีม

ดังนั้นหากจะเอาชนะใจ มิไฮโล เปโตรวิช กุนซือของทีมได้ นายด่านทีมชาติไทยคงต้องอดทน และมุ่งมั่นในการฝึกซ้อม หรือหากมีโอกาสได้ลงสนาม อย่างในฟุตบอลถ้วย ลูวาน คัพ ที่มีแผนจะกลับมาแข่งกันในเดือนสิงหาคม หรือ เอ็มเพอร์รเรอส์ คัพ ซึ่งมีโอกาสที่ตอง จะได้ลงสนาม ค่อนข้างแน่ นายด่านทีมชาติไทยคงต้องทำผลงานให้ได้อย่างยอดเยี่ยม บางทีก็มีโอกาสที่จะได้เบียดแย่งตำแหน่งมือ 1 ในทีมได้เช่นกันซึ่งเชื่อว่า ตอง จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อต่อสู้แย่งชิงตำแหน่งมือ 1 ในทีมให้ได้อย่างแน่นอน

แม้จะเป็นเรื่อง “ยาก” แต่ก็ใช่ว่าจะ “เป็นไปไม่ได้” ครับ