น้ำตาลูกผู้ชาย ของ คิมีเนซ

9 July 2018
143 VIEWS

“มันผิดหรือไม่ที่ผู้ชายจะร้องไห้ และน่าละอายหรือเปล่าหากนักบอลจะร้องไห้ก่อนเกมการแข่งขันจะจบลง”

ภาพ โฮเซ่ มาเรีย คิมีเนซ เซนเตอร์ฮาล์ฟ อุรุกวัย กลั้นน้ำตาไม่อยู่ สะอื้น “ปล่อยโฮ” ออกมาขณะตั้งกำแพงฟรีคิกรับมือฝรั่งเศสก่อนหมดเวลาประมาณ 5 นาที

จัดว่า “กินใจ” ยิ่งนัก และน่าจะถูกบันทึกเป็น “ภาพจำ” ใบหนึ่งประจำฟุตบอลโลกครั้งนี้ที่รัสเซีย

หรืออย่างน้อย ๆ ก็คือ “ไฮไลต์” ที่ถูกจดจำในแมตช์รอบ 8 ทีมสุดท้ายที่อุรุกวัยซึ่งไม่มี เอดิสัน คาวานี่ สู้เต็มพลังความสามารถแต่แพ้ให้กับฝรั่งเศส 0-2 จากลูกตั้งเตะ และมุสเลร่า รับพลาดเองในนาทีที่ 61

ครับ ในทาง “ปฏิบัติ” ฟุตบอลแมตช์นี้ “ใกล้จบ” ตั้งแต่ฟรีคิกที่ กรีซมันน์ เปิดให้ วาราน ตัดหน้าไปโหม่งประตูแรกตั้งแต่นาทีที่ 40 แล้ว

แต่อุรุกวัยยังมีหวังเหมือนฟุตบอลทุกแมตช์ที่สกอร์ 1-0 ไม่เคยเข้าใครออกใคร

แม้ในความเป็นจริงจะเห็นชัดเจนว่า โอกาสที่ลูกทีม ออสการ์ วอชิงตัน ตาบาเรซ จะคัมแบ็กแค่มาตีเสมอได้นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย

ครั้น เกิดนายทวารประสบการณ์สูงรับพลาด 0-2 ที่กรีซมันน์คนยิงเองก็ไม่ดีใจ เพราะความ “เคารพ” บุคคลที่เคยให้วิชาลูกหนังแก่เค้า (เป็นชาวอุรุกวัย) และเจ้าตัวก็ชื่นชมความใจสู้ และวิถีฟุตบอลอุรุกวัยเป็นทุนเดิมตั้งแต่จำความได้

ทุกอย่างจึง “จบสนิท” ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงของเกมผ่านพ้น!

การร้องไห้ของ คิมีเนซ จึงเป็น “สัญลักษณ์” ของความแคร์ และรู้สึกอยากจะ “ปลดปล่อย” ความอัดอั้นตันใจที่ค้างคาจากเกมนัดนี้ที่ไม่สามารถพาชาติของตนเองผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศได้

น้ำตามันจึงไหลออกมา…

 

ส่วนตัว ผมเคยมีประสบการณ์ตรงกับ พีทีที ระยอง ในฐานะที่ปรึกษา และทีมเทคนิคที่เห็นนักเตะร้องไห้ยามแพ้ หรืออะไรไม่เป็นใจเหมือนกัน

ผมไม่เคยมองว่า มันเป็นเรื่องน่าละอายกับ “บริบท” ฟุตบอลแบบนี้

หนำซ้ำ มันกลับทำให้ผมรู้สึกว่า อเล็กซ์ รูเอลล่า (กองหน้าพีทีที ระยอง ฤดูกาล 2016) ทุ่มเท และแคร์มาก ๆ กับทีม รวมถึงเต็มที่กับผลงานส่วนตัว และของทีม

กับกรณี คิมีเนซ วัยเพียง 23 ปีจากสโมสรแอตเลติโก้ มาดริด ก็ไม่ต่างกันในบรรยากาศ “เวิลด์คัพ” ที่ยิ่งใหญ่พร้อม ๆ กับโอกาสจะเข้ารอบตัดเชือกที่รออยู่เบื้องหน้า

ประเด็นการ “ร้องไห้ (ก่อนหมดเวลา)” ถูกให้ความเห็นโดย แกรี่ เนวิลล์ อดีตดาวเตะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ทำหน้าที่คอมเมนเตเตอร์ให้กับสถานีโทรทัศน์ “ITV” ว่า น่าละอาย ประหนึ่งว่า ควรใส่ใจกับอย่างน้อย 5 นาทีที่เหลืออยู่มากกว่าจะมาโศกเศร้า

มุมมองนี้เข้าใจได้นะครับ ในฐานะยอดนักสู้ในสนามคนหนึ่งตามแบบฉบับพี่น้องตระกูลเนวิลล์ และเลือดปิศาจแดงที่จะสู้จนวินาทีสุดท้ายของเกม

อย่างไรก็ดี “บริบท” ของเกม ณ ตอนนั้นของอุรุกวัยเป็นอย่างที่ผมได้เรียนไว้ คือ “เกมมันจบไปนานตั้งแต่โดน 2-0 แล้ว”

นักเตะน่าจะทราบดีว่า เค้าทำดีที่สุดแล้ว แต่มันทำไม่ได้จริง ๆ และสุดท้ายก็ต้อง “หลั่งน้ำตา” ออกมา

จริง ๆ ควรพูดว่า มัน “ไหล” ออกมาเองเสียมากกว่านะครับ

อีกทั้งโดยประวัติ คิมีเนซ คือ นักเตะบ้าบิ่น มุทะลุ ดุดัน ใจสู้คนหนึ่ง หาใช่พวก “ใจป๊อด”

เค้ามาร่วมทีม “ตราหมี” ตั้งแต่ 2013/14 ก่อนจะฉายแววตั้งแต่อายุยังไม่เต็ม20 ปีจนแอตฯมาดริด กล้าปล่อย เจา มิรันดา ออกไปในปี 2015

ฤดูกาล 2015/16 คิมิเนซ ผนึกกำลังกับรุ่นพี่ ดิเอโก้ โกดิน เป็นคู่เซนเตอร์ฯตัวจริงก่อนจะมีแกว่งบ้างตามสไตล์หนุ่มห้าวจนไม่ถูก ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ เลือกลงตัวจริงนัดไฟนอล UCL 2016

ชีวิตก็มีขึ้นลงผ่านอุปสรรคเล็กน้อย ฤดูกาลนี้ก็เช่นกันก่อนจะได้โอกาส และมาแรงช่วงท้ายซีซั่นเต็ม ๆ อีกครั้ง และทำได้ดีจนยอดทีมจากเมืองมาดริดต้องรีบต่อสัญญาออกไป 5 ปีก่อนบอลโลกจะเริ่มต้นนี้เอง

เรียกได้ว่า สยบทุกข่าวลือย้ายค่าย โดย 1 ในหลายสโมสรที่จีบปราการหลังรายนี้อยู่ก็คือ แมนฯยูไนเต็ด ของเนวิลล์เช่นกัน

ทั้งนี้ ประเด็นคำพูดของเนวิลล์ ผู้พี่ ได้ถูกวิจารณ์ตามมากว้างขวาง แต่แทบทั้งหมดจะไม่เห็นด้วย เพราะไม่ได้มองว่า น่าละอายกับ “น้ำตาลูกผู้ชาย” ในครั้งนี้

ย้อนกลับไป “บอลโลก 1990” โลกก็ได้มีโอกาสบันทึกภาพ “น้ำตา” พอล แกสคอยน์ หลังไปสกัด โธมัส แบร์โธลด์ จนโดนใบเหลืองในรอบตัดเชือกที่จะส่งผลถึง “โดนแบน” นัดชิงชนะเลิศ

“แกสซ่า” เบะปาก ตาแดงก่ำ ก่อนภาพจากล้องทีวีจะถูกสับโดย “switcher” ไปที่แกรี่ ลินิเกอร์ ที่ส่งสัญญาณไปที่ม้านั่งสำรองว่า แกสซ่า ปริ่มโฮแล้ว!

เหตุการณ์นี้ กลายเป็น “ประเด็น” สำคัญที่สุดของเกมนั้น ไม่แพ้การดวลจุดโทษแพ้เยอรมัน หรือพูดถึงความสำเร็จครั้งสุดท้ายของอังกฤษ

ที่ไม่เคยทำได้ดีถึงเซมิไฟนอลอีกเลยกระทั่งอีก28 ปีผ่านมา

เกมดังกล่าว มีความโชคดีในโชคร้ายที่อังกฤษแพ้ เราจึงไม่ได้เห็น แกสคอยน์ “โดนแบน” นัดไฟนอล เวิลด์คัพ 1990 ไปโดยปริยาย

ครั้งนี้ก็ไม่ต่างกันที่ “switcher” ตัดภาพไปที่คิมีเนซ หลายจังหวะตอน “เบรกแตก”

เสมือนผู้กำกับภาพยนต์กำลัง “ขยี้” บทใส่คนดู

ใครที่ว่า “ต่อมน้ำตา” แข็ง ๆ รบกวนให้เสิร์ชคำว่า “Gimenez crying” แล้วคลิ๊กไปที่ VDO ได้เลย

แล้วท่านจะรู้ว่า ตัวเองกลั้นน้ำตาได้เก่งจริงหรือไม่

ส่วนตัวผมเอง…ไม่อยากจะคุย เพราะ “ไหลพราก” แทบจะทันที

ไม่วาย ขณะเขียนอยู่นี้ น้ำตายังซึม ๆ ออกมาอีกครั้งเลยครับ…