เกมตัดเกรด “ผู้ท้าชิง”: ไก่ vs หงส์ เวอร์ชั่น 1

2 วันติดต่อกันนี้ ผมน่าจะ “แตะ ๆ” ถึงเกม สเปอร์ส – ลิเวอร์พูล เป็นหลักนะครับ

คุณ “มาริโน่” และน้อง ๆ ในทีม “SPORTDesk.” จัดพรีวิวเบาะ ๆ แต่น่าจะเต็มอิ่ม ลองเลือกเสพกันได้

ส่วนตัวผมคงแตะที่ “กลยุทธ์” ในการเล่น และแท็คติกส์เป็นหลัก โดยวันนี้จะขอเริ่มที่ “ภาพรวม” ของทั้ง 2 ฝ่ายกันก่อน

1.
ระบบการเล่น ลิเวอร์พูล “ลงตัว” กับ 4-3-3 มาตลอดในยุค เยอร์เก้น คลอปป์ ขณะที่อาจปรับเป็นหลัง 3 บ้างเหมือนบางเกมใน 4 นัดซีซั่นนี้ที่ชนะรวด 100% ตอนท้าย ๆ ที่เปลี่ยน โจเอล มาติป ลงมาเป็นเซนเตอร์ฯคนที่ 3 ช่วยประคองรักษาสกอร์

มากกว่านั้น หาก “ปิดตา” ไม่สนใจชื่อชั้นแล้ว คลอปป์ดูเหมือนจะมี 11 คนแรกที่ดีที่สุดแล้ว

ประกอบด้วย: อลิสซง; โรเบิร์ตสัน, ฟาน ไดต์, โกเมซ, เทรนท์-เรย์โนลด์; ไวจ์นัลดุม, มิลเนอร์, เกอิต้า; มาเน่, เฟียร์มิโน่ และซาลาห์

โดยไม่มี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน หรือฟาบินโญ่

หรือ มาติป, ลัลลาน่า (เพิ่งเจ็บ – แต่ก่อนหน้านี้ก็ยังสำรอง), ลอฟเรน (ยังไม่สมบูรณ์), สเตอร์ริดจ์, ชาคิรี่

เฉพาะอย่างยิ่งกัปตัน “เฮนโด้” ยังเบียดเข้าได้ยากในชั่วโมงนี้กับทีมที่ดู “ลงตัว”

เกมก่อนกับเลสเตอร์ก็ยังไม่ลื่นไหล สอดประสานกับเพื่อน ๆ ได้ “เนียน” เท่ากับ นาบี้ เกอิต้า

นอกนั้น ก็น่าจะเป็นเรื่องการรอ โม ซาลาห์ คืนฟอร์มยิงประตูแบบฤดูกาลก่อน

2.
ขณะที่ สเปอร์ส จริง ๆ แล้วจะไม่น่าวิตกใด ๆ หากไม่ไปเสียรังวัดพลาดให้แก่ วัตฟอร์ด 1-2 ในเกมที่ผ่านมาทั้งที่ออกนำ 1-0 ทำให้เสียสถิติชนะรวด

ระบบการเล่น เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ จะใช้ทั้ง “หลัง 3” เช่น ที่เจอวัตฟอร์ด หรือชนะฟูแล่ม 3-1 หรือไม่ก็ “หลัง 4” ตามปกติดังที่ชนะแมนฯยูฯ 3-0 หรือเฉือนนิวคาสเซิล 2-1

โดยมี ดาวินสัน ซานเชส มิน่า กองหลังร่างใหญ่โคลัมเบีย เป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟ “สอดแทรก” หากต้องการเล่น “หลัง 3” ร่วมกับ แยน แฟร์ตองเก้น และโทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์

เดเล่ อัลลี อาจจะยังเจ็บเช่นเดียวกับ ฮูโก้ ญอริส และเอริค ลาเมล่า แต่จะได้ ซง เฮือน มิน กลับมาจากเอเชียนเกมส์ในเวลาที่ คริสเตียน เอริคส์เซ่น เพิ่งทำได้ 2 ประตูให้เดนมาร์ก ชนะเวลส์ 2-0 แต่ แฮร์รี เคน กำลังมีประเด็น “ล้า โหย และหิว” เหมือนไร้ซึ่งพลัง แม้จะยิงในเดือน ส.ค.ได้แล้วก็ตาม

อย่างไรก็ดี ลูคัส มูร่า กำลังโดดเด่นในบทบาทเหมือน “หน้าต่ำ” หรือตัวสนับสนุน เคน ที่ทำไปแล้ว 3 จาก 4 ประตูทำท่าจะกลายเป็นนักเตะต่างชาติที่ “โดดเด่น” ในซีซั่นนี้หลังย้ายมาจาก เปแอสเช ฤดูกาลที่ผ่านมาแล้วยังไม่เปรี้ยง

3.
รวมความแล้ว คู่นี้มักจะ “สกอร์สูง” ดังนั้น “การันตี” ประตู และดูสนุกแน่ ๆ

แต่จะ “การันตี” ว่าใครชนะจะไม่ง่าย เพราะการแกว่งเสียอาการให้เห็นจนแพ้แตนอาละวาดของไก่จะเป็นอย่างไรหากเจอเกมเพรสซิ่ง และโต้เร็ว ๆ ของซาลาห์ และเพื่อน ๆ

ส่วนหงส์ใช่ว่าจะ “สมูธ” ราบรื่น เพราะท้ายเกม 3 นัดหลังกับ พาเลซ, ไบร์ทตัน และเลสเตอร์ ล้วนมีระส่ำ

ชนิดไม่อยากคิดว่า หากต้องเจอทีมระดับผู้ท้าชิงแชมป์เหมือนกันอย่างไก่ที่มีเกมรุกดี ๆ

ผมจะยังใช้คำว่า “ชนะแบบมืออาชีพ” กับลิเวอร์พูลได้อีกหรือไม่?

ครับ วันนี้แค่นี้ก่อน พอหอมปากหอมคอ

ไว้พรุ่งนี้เราค่อยมาตัดเกรดกันต่อใน “เวอร์ชั่น 2” กับ “ปัจจัย” ชี้ผลแพ้ชนะ และจุดโฟกัสต่าง ๆ ในสนามที่ควรจับตาครับ

———-

เกมนี้จะเป็นอีก “บิ๊กแมตช์” พรีเมียร์ลีกที่จะออกอากาศในระบบ 4K ทาง “ทรู วิชั่นส์” ช่อง 400 ตั้งแต่ 18.30 น. นอกจากนี้ยังมี ลาลีกา และรถสูตรหนึ่ง ฟอร์มูลาวัน ด้วยเช่นกัน ข้อมูลเพิ่มเติมรายละเอียดตามนี้ครับ https://bit.ly/2yu6Qs6



MOST POPULAR

RELATED POSTS

Thought

บัลลงดอร์บนเครื่องหมายคำถาม

ลูกแม่กิ่ง

หากจะมีอะไรสักอย่างที่บ่งบอกว่าการประกาศรางวัลบัลลงดอร์ในปี 2018 เป็นการประกาศรางวัลที่กระแสตอบรับไม่สู้ดีนัก บางทีการปฏิเสธจะเข้าร่วมงานของ ลิโอเนล เมสซี่, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ เนย์มาร์ 3 ซูเปอร์สตาร์ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกก็น่าจะแทนคำตอบได้หลายอย่าง

Story

5 เรื่องที่คุณต้องรู้เกม 2 สัตว์ปีก “ไก่ – หงส์”

SPORTDesk. Team

หลังจากหลีกทางให้กับโปรแกรมทีมชาติ ไป 1 สัปดาห์ คราวนี้ถึงคิวโม่แข้งของฟุตบอลลีกเช่นเดิมแล้ว โดยไฮไลท์ของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษสัปดาห์นี้ มาฟาดแข้งกันเร็วมาก ตั้งแต่คู่วันเสาร์ เวลา 18.30 น. ซึ่งสเปอร์สของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ต้องโคจรมาดวลกับ จ่าฝูง ลิเวอร์พูล ของกุนซือเฮฟวี่เมทัล เยอร์เก้น คล็อปป์

Story

ฮาเซนฮุทเทิล : ตัวเต็งรับงานคุมนักบุญ

SPORTDesk. Team

ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้มาร์ก ฮิวจ์ส โดนปลดออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม นักบุญ เซาแธมป์ตัน คือเกมที่เปิดบ้านเสมอกับแมนฯ ยูไนเต็ด 2-2 โดยพวกเขาเป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน 2-0 แต่สุดท้ายมาถูกลูกน้องโจเซ่ มูรินโญ่ไล่ตีเสมอแบบน่าเจ็บใจ