แท็คติกส์ “โต้กลับ” ด้วยขุนพล “มด” เม็กซิโก

18 June 2018
35 VIEWS

เป็นฟุตบอลอีกแมตช์ที่ “พลิกล็อก” ระดับสะท้านโลก!!!

กล่าวคือ ฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็น “แชมป์โลก” หรือมีดีกรีติดตัวขนาดไหน สามารถมีวันเบา ๆ ทุกอย่างไม่เป็นใจ และแพ้ได้

โดยเฉพาะหากเจอคู่แข่งที่เตรียมตัวมาดี นำ “กลยุทธ์” และ “แท็คติกส์” ที่ถูกต้องออกมาใช้

เหมือนล่าสุด เม็กซิโก ของกุนซือ ฮวน คาร์ลอส โอโซริโอ ทำได้สำเร็จเหนือแชมป์โลกล่าสุด ดีกรีแชมป์เก่า 4 สมัย เยอรมัน

อันเป็น “ความช็อก” ในดีกรีระดับขีดสุด

ทำเอา อาร์เจนติน่า ที่เมสซี่ “พลาดโทษ” ทำได้แค่เสมอไอซ์แลนด์ 1-1 กลายเป็นผลการแข่งขันที่ “ดูดี” ขึ้นอักโขทีเดียว

1.

เกิดอะไรขึ้นกับทัพอินทรีเหล็ก?

ผมพูดเสมอครับว่า “ทีมรอง” แบบชื่อชั้นห่างกัน ฟ้า กับเหว จะไม่มี “ออฟชั่น” อื่นใด นอกจากเน้นเกมรับแล้วโต้กลับ หรือก็คือ Counter Attack

“กลยุทธ์” จึงมีหน้าเดียว แบบเดียว ไม่ต้องคิดมาก แต่จะลงรายละเอียดอย่างไร และมีนักเตะที่เปรียบเสมือนเป็น “อาวุธ” หลากหลายแค่ไหน

นั่นแหละจะเป็นดรรชนีชี้วัดผลการแข่งขันได้

ตรงกันข้าม ทีมใหญ่จะต้องคิดหาหนทางหลากหลายในการ “รุกก่อน” หรือ Take Initiative ใส่คู่แข่ง

การจะมารอรับแล้วโต้ไม่ใช่วิสัย ดังที่เยอรมันเลือกวิธีการ “ครองบอล” และบิ้วท์อัพเกมด้วย “ลูกสั้น” จากผู้รักษาประตู นอยเออร์ และจะใช้เซนเตอร์ฮาล์ฟ บัวเต็ง และฮุมเมลส์ เป็นตัวฟรี 2 คน “เซ็ตบอล” คอยรับ และออก “บอลแรก”

เหนือสิ่งอื่นใด ฟูลแบ็กทั้ง 2 ข้าง คิมมิช และแพลตเทนฮาร์ดต์ จะมีความเร็ว และดันสูงมาก เรียกว่า จะอยู่ในแดนคู่แข่งเป็นส่วนใหญ่ (อันมีข้อเสีย คือ ที่ว่างหลังแบ็คตอนโดนโต้)

กองกลางคู่ 2 ตัว เคห์ดิร่า กับโทนี่ โครส จะคอยกำกับจังหวะเกม และโคเวอร์ตำแหน่งแทนฟูลแบ็ค หรือเซนเตอร์ฮาล์ฟ โดยใช้ มุลเลอร์, โอซิล และแดรกซ์เลอร์ ตัวรุกครีเอทีฟให้กองหน้า เวอร์เนอร์

ตามหน้ากระดาษ ไม่น่ามีปัญหาใด ๆ กับรูปแบบการเล่นที่ โจอาคิม เลิฟ ต้องการนะครับ

 

2.

แล้ว “ปัญหา” ของเยอรมันอยู่ตรงไหน?

เริ่มจาก “สมดุล” ทีมชุดนี้กับระบบ 4-2-3-1 กันก่อน ที่พอมาหลอมหลวมกันแล้ว มี “จุดอ่อน” อย่างน้อย 2 จุดครับ

1.กองกลาง เคห์ดิร่า กับโครส ไม่ได้โดดเด่นในเกมรับ และไม่ได้มีความเร็ว หรือแข็งแกร่ง ประกอบกับผมเชื่อว่า ทีมอินทรีเหล็กชุดนี้ค่อนข้างปล่อยอิสระในการเล่น

นักเตะจะทดแทนกันโดยอัตโนมัติ คล้าย ๆ สไตล์ “Total Football” ขณะที่แผงหลังดันขึ้นสูงมากกว่าครึ่งสนามด้วยซ้ำ และมีส่วนร่วมในการทำเกมบุกพร้อม ๆ ทั้ง 10 คน (หรืออย่างต่ำก็ 8 คน ยกเว้นแค่คู่เซนเตอร์ฯ)

จะว่าดีก็ดีครับ เพราะระบบนี้เท่ากับจะสามารถกดดันเม็กซิโกให้อยู่ในแดนตัวเองเสียเป็นส่วนใหญ่ และหากเสียการครองบอลก็จะสามารถ “เพรสซิ่ง” แย่งคืนได้ไม่ยาก

เพราะจำนวนผู้เล่นมีมากในยามรุก แถมยังเป็นการแย่งคืนแล้วรุกต่อได้ในแดนอันตรายของคู่แข่งทันทีอีกด้วย

แท็คติกส์แบบนี้ หากทุกอย่างเข้าล็อก คู่แข่งจะแทบไม่ได้ “โงหัว” เลยทีเดียว เพราะเหมือนกันโผล่พ้นน้ำมาก็จะเจอกดหัวลงไป

ไม่ต้องหายใจ หายคอกัน!

2.นอกจาก เคห์ดิร่า และโครส ในแดนกลางแล้ว ไม่ว่าจะแดรกซ์เลอร์, โอซิล และมุลเลอร์ ต่างไม่ใช่นักเตะที่มีความเร็ว

สปีดบอลทีมชุดนี้จึงต่ำ และไม่มีผู้เล่นแดนบนแม้แต่คนเดียวจาก 6 ตัวรวมถึงเวอร์เนอร์ที่มีความสามารถเลี้ยงกินตัวได้

การบิ้วท์อัพเกมจากหลัง สู่กลาง และหน้า หรือจากหลังทะแยงมุมให้ริมเส้นด้านหน้าจึงดำเนินไปอย่างช้า และทำให้เม็กซิโกมีเวลาในการตั้งรับด้วยทรงฟุตบอลที่ดีแบบที่เตรียมมา

หมายความว่า เม็กซิโก อยู่ใน “shape” การป้องกันที่พร้อมทั้งรับ และรุก

เสมือน “งูเห่า” จ้องคอยจังหวะจะฉก เหมือนเยอรมันที่เผลอเป็นโดน ๆ โดยไม่ทันตั้งตัว เพราะนักเตะแดนกลางไม่ได้ถนัดเกมรับ ตัดเกม และช้าไปทั้งรุก และเพรสซิ่งเอาบอลคืนตอนรับ

หลาย ๆ ครั้ง อย่าโทษ ฮุมเมิ่ลส์ หรือบัวเต็ง เลยครับ เพราะโดนสถานการณ์เลี้ยงจี้เข้าหา 2 ต่อ 2 หรือ 3 ต่อ 2 บ่อย ๆ โดยกลางลงมาช่วยไม่ทัน หรือไม่ได้มีการเพรสซิ่ง/ดีเลย์ไว้ตั้งแต่ข้างบน

ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า “สมดุล” ในการรุก และรับของทีมชุดนี้มีปัญหา เฉพาะอย่างยิ่งเกมรับที่ “ตำแหน่ง” การยืน กับความเร็ว คล่องตัวที่น้อยทำให้ไม่สามารถเพรสซิ่งคู่แข่งได้

3.

แล้วเม็กซิโกมีดีอย่างไร?

นอกจากเกมรับแน่นปึ้กโดย “แบ็คโฟร์” ซัลซีโด, อยาล่า, โมเรโน่, กายาร์โด ไม่เน้นเติมเกมรุกกับมี โอชัว เป็นนายทวารที่ไว้ใจได้แล้ว

คู่มิดฟิลด์ทั้งเอร์เรร่า กับกวาร์ดาโด้ ก็ทำงานหนัก

เหนือสิ่งอื่นใด คือ แนวรุกอย่าง ลายูน, เบล่า, โลซาโน่ และชิชาร์ริโต้ เร็วทุกตัว

ครับ มันแปลกแต่จริงที่แดนหน้าเม็กซิโกตัวเท่า “มด” เล็กมาก แต่เร็ว คล่อง ทักษะดี ได้ถูก “วางหมาก” ให้มาเผชิญหน้ากับความใหญ่ของ 2 เซนเตอร์ฯเยอรมัน กับคู่มิดฟิลด์ช้า ๆ

ประเด็นนี้ทำให้นึกถึงลีกบอลไทยที่ไม่แน่ใจว่าจะตาม “ไทรนด์” แข่งกันใหญ่ไปไหน

กองหลังใหญ่ ก็ต้องหากองหน้าใหญ่กว่า (ส่วนใหญ่จะต่างชาติ)

ทั้งที่ชาติอย่าง เม็กซิโก, บราซิล, อาร์เจนติน่า แสดงให้เห็นแล้วว่า “หน้าเป้า” ตัวเล็กเหมือน “มด” ก็ใช้ได้ แต่ต้องใช้งานเป็น และมีของที่ดีพอ

ประตูชัยที่เกิดจากการโต้กลับ 1 ในหลายครั้งมาก ๆ ในเกมนี้ “ฉายภาพ” ชัดเจนครับในสิ่งที่ผมพูดถึง เพราะไม่มีใครวิ่งทัน ชิชาร์ริโต้ และคนยิง โลซาโน่ นักเตะจากพีเอสวี ไอด์โฮเฟน)

โดยเห็นวิ่งโห้ตามมากลับกลายเป็น โอซิล ดังที่ผมเรียนว่า เยอรมันชุดนี้น่าจะทดแทนตำแหน่งกันอยู่เนือง ๆ และก็ทำได้ไม่ขี้เหร่

ทว่าน่าเสียดายตรงที่ “สมดุล” ไม่ได้ เลยทำให้ดีไม่พอพลิกการครองบอล 67%, ผ่านบอล 600 ต่อ 280 ครั้ง และยิง 17 ต่อ 11 ครั้งให้กลายเป็นชัยชนะ หรืออย่างน้อยเสมอได้

โดยจากตัวสำรองวันนี้ นักเตะมีความเร็ว และคล่องอย่าง จูเลียน บลันด์ท น่าจะได้รับโอกาสมาเติมสปีด และสร้างสมดุล มากขึ้น

รวมถึงการไม่เสียบอลแดนกลาง กับระบบเพรสซิ่ง ต้องทำได้ดีกว่านี้

หาไม่แล้วโอกาสได้เห็น อินทรีปีกหัก มีอีกแน่ ๆ ครับ

4.

ฟุตบอลมันส์ ๆ ครบทุกรสชาติแบบนี้ทั้งที่เริ่มมาไม่กี่วัน จะชมได้มีอรรถรสที่สุดผ่านระบบ 4K นะครับ เพราะหลังจาก VAR, Goal Line Technology ได้ใช้ไปแล้ว

พลิกล็อก, พลาดจุดโทษ ฯลฯ มีไปแล้ว แต่ก็เชื่อเถอะครับ ยังจะมีอีกหลาย “ไคลแม็กซ์” ตามมา

การติดตั้งกล่อง TrueVisions 4K Ultra HD วันนี้ มีโปรโมชั่นสุดเร้าใจมาพร้อมทีวี SAMSUNG 4K UHD 55 นิ้ว ราคาพิเศษ!! รวมเพียง 16,500 บาท (จากปกติ 33,490 บาท)

สมาชิกแพลทินัมที่จองติดตั้งกล่องไปแล้วตั้งแต่ 15 พ.ค. 2561 เป็นต้นมา ขอรับสิทธิ์นี้ และสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย ได้เช่นกัน โปรโมชั่นตั้งแต่ 12 มิ.ย. 2561 ถึง 30 มิ.ย. 2561 (ของมีจำนวนจำกัด)

เพื่อจะได้ชม “บอลโลก 4K” ครั้งแรกของโลกนะครับ

ปล.ผลเสมอของบราซิล ขอยกยอดก่อนนะครับ เพราะไม่ได้ถือว่า “ขี้เหร่” นัก แต่ก็ไม่ดีอย่างคาดหวัง และจังหวะไม่เป็นใจ (คล้ายอาร์เจนติน่า) ซึ่งไม่ได้เสียทรงกระบวนท่าเหมือนเยอรมันครับ