สเวน : 70 ปียังมีไฟ

2 August 2018
101 VIEWS

สเวน โกรัน อีริคสัน บนวัย 70 ปี กำลังจะคืนวงการอีกครั้ง ซึ่งหากเป็นอาชีพอื่นๆ อาจจะวางมือ และใช้ชีวิตพักผ่อนหย่อนใจในบั้นปลายชีวิต หลังจากเคี่ยวกรำกับอาชีพผู้จัดการทีมฟุตบอลทั่วทุกมุมโลกมาอย่างยาวนาน แต่เขากำลังจะไปรับงานใหม่ในเร็ววันนี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาด เพราะล่าสุดเขาเดินทางไป เมืองยาอุนเด้ เมืองหลวงของแคเมอรูน เพื่อสัมภาษณ์งาน เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของทีมชาติ แม้จะยังไม่มีการยืนยันว่าทั้ง 2 ฝ่าย ตกลงปลงในกันได้แล้วก็ตาม

ปัจจุบัน ทีมชาติแคเมอรูน ผลงานตกต่ำกว่ามาตฐานลงไป จากการที่กุนซือ อูโก้ บรูส ชาวเบลเยียม ไม่สามารถพาทีมไปตะลุยฟุตบอลโลก 2018 ฉบับหมีขาวรัสเซียได้ แม้ก่อนหน้านั้นปี 2017 อูโก้ บรูส จะพาทีมแคเมอรูนเป็นแชมป์ทวีปแอฟริกา สมัยที่ 5 ได้ก็ตาม ด้วยกราปราบอียิปต์ในนัดชิง แต่ในเมื่อพาทีมชาติไปบอลโลกไม่ได้ สุดท้ายบรูสก็ต้องยอมโบกมือลาเก้าอี้กุนซือ

ตำแหน่งที่ว่างลง โดยปัจจุบันให้ริกโกแบร์ ซง เข้ามาขัดตาทัพ เป็นผู้จัดการทีมชั่วคราว และทำให้ แคเมอรูน สนใจใคร่คว้าตัว สเวน โกรัน อีริคสัน เอามาทำงาน มาวางรากฐานให้กับแข้งหมอผีเจเนอเรชั่นใหม่

“ผู้จัดการทีมชาวสวีเดนได้รับเชิญให้มาพูดคุยถึงแผนงาน พูดประเด็นการสรรหาทีมงานสต๊าฟที่จะเข้ามาร่วมงาน”

“หลังจากเสร็จสิ้นการพูดคุยกับสเวน โกรัน เอริคสัน และรวมถึงกับแคนดิเดตคนอื่นๆ ทางสมาคมฟุตบอลแคเมอรูน จะแถลงถึงความแน่ชัด เกี่ยวกับผู้จัดการทีมคนใหม่ใน 2-3 วันนี้” ทีมชาติแคเมอรูนเปิดเผยความจริงผ่านทางทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของสมาคม

ตามรายงานข่าวคาดการณ์กันว่า หาก สเวน ตกปากรับคำเข้ามาฟื้นฟูทีมชาติแคเมอรูน เขาจะรับค่าจ้างราวๆ 71,000 ยูโร ต่อเดือน (หรือราว 2,800,000 บาท)

สำหรับ สเวน โกรัน อีริคสัน ผู้จัดการทีมชาวสวีดิช เคยเป็นกุนซือเนื้อหอมมากๆ ในช่วง 20 ปีที่แล้ว โดยผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเขาก็คือการพาทีม ลาซิโอ เป็นแชมป์สคูเด็ตโต้ เมื่อปี 2000 และหลังจากนั้น อินทรีกรุงโรม ก็ไม่เคยเฉียดเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์อิตาลีอีกเลย หลังจากผ่านพ้นยุคของ สเวน

จุดพีคที่ทำให้แฟนบอลทั่วโลก รู้จักทุกซอกทุกมุมของชีวิตสเวน น่าจะเป็น การเข้ามารับ งานเป็นเจ้านายใหญ่ ทีมชาติอังกฤษช่วงปี 2001-2006 ซึ่งเขาก็คือคนแหวกม่านประเพณี และฉีกขนบดั้งเดิมของทีมสิงโตคำราม ที่ไม่เคยใช้บริการผู้จัดการทีมจากนอกประเทศมาก่อนเลย ณ เวลานั้น

ช่วงเวลานั้น มีข่าวเชิงกอสซิปเกี่ยวเขา ในแง่ของความเจ้าชู้กับสาวๆ อยู่บ้าง แต่เขาก็ประคับประครอง เอาตัวรอดมาได้ แม้จะมีแผลจากการจิกกัดของเหล่านักข่าว รวมถึงปาปารัซซี่ก็ตาม

จากนั้น เขาก็มาช่วยเพิ่มมูลค่าการตลาดให้กับแมนฯซิตี้ ในยุคที่อดีตนายกชาวไทยไปเป็นเจ้าของทีม ในช่วงปี 2007-2008 แค่ฤดูกาลเดียวเท่านั้น

ช่วงชีวิตต่อมา เขาระเหเร่ร่อน ไปคุมทีมระดับชาติและระดับสโมสร ทั้งการคุมทีมชาติเม็กซิโกและไอวอรี่โคสต์ ก่อนที่กลับมาขัดตาทัพคุม เลสเตอร์ สั้นๆ 1 ปี ตอน 2010-2011 และในช่วงปี 2013-2017 เขาโยกไปทำงานในจีนกับระดับสโมสร กับ กว่างโจวอาร์แอนด์เอฟ,เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี และทีมระดับลีกรองกับ เสิ่นเจิ้น เอฟซี และสุดท้ายก็แยกทางกันมา เมื่อมิ.ย. 2017 เพราะจากผลงานไม่เป็นไปตามที่ตั้งเป้าเอาไว้

1 ปีเต็มที่ว่างเว้นจากการคุมทีมข้างสนาม กับวัยที่เริ่มโรยราไปตามสังขาร ใครหลายคนอาจจะคิดว่า กุนซือวัย 70 ปี อาจจะถึงวันที่ต้องล้างมือในอ่างทองคำไปแล้ว แต่แล้วเมื่อเขาเดินทางไปคุยกับ เอฟเอ แคมเมอรูน แบบจริงจังเป็นเวลา 72 ชั่วโมง พร้อมเสนอเงื่อนไขและแผนงานที่จะทำให้แคเมอรูนกลับมา สู่มาตรฐานที่ดีขึ้นอีกครั้ง

ข่าวนี้ มันเป็นเหมือนการยืนยันว่า บนวัย 70 ปีของสเวน โกรัน อีริคสัน ยังมีไฟในการทำงานอยู่เหมือนเดิม…

หรือบางที มนต์เสน่ห์ของกลิ่นสาบหญ้าสนามฟุตบอล มันเย้ายวน ให้ ชายวัย 70 ปี ยังคงต้องวนเวียนอยู่กับมัน จนกว่าเขาจะหมดแรง…