เมื่อชื่อเสียงที่สั่งสม กลายเป็นคมมีกรีด “อินทรีเหล็ก”

15 October 2018
351 VIEWS

ความพ่ายแพ้ยับเยินเกินบรรยาย 0-3 ของเยอรมนี อดีตแชมป์โลก 4 สมัย ที่บุกไปโดนเนเธอร์แลนด์ถล่มถึงโยฮัน ครัฟฟ์ อารีน่า ยังคงมีประเด็นให้หยิบยกและเอามาพูดถึงต่อเนื่อง เพราะนี่คือวิกฤตการของทีมอินทรีเหล็ก ที่หากไม่รีบแก้ไข พวกเขาอาจจะจมดิ่งและตกต่ำลงจนยากจะกู้คืนให้กลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว

ความพ่ายแพ้นัดล่าสุดแบบขาดลอย 0-3 นั้น นับเป็นความพ่ายแพ้เกมที่ 5 ในปีปฏิทิน 2018 แล้ว โดยขุนพลลูกทีมของโยอัคคิม เลิฟ เคยแพ้ต่อบราซิล 0-1, บุกแพ้ออสเตรีย 1-2 ในช่วงต้นปี, แพ้เม็กซิโก 0-1 ในบอลโลก, แพ้เกาหลีใต้ 0-2 ในบอลโลก และล่าสุดคือการบุกแพ้อัศวินสีส้ม 0-3 ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก

นอกจากนี้ การยิงประตูเจาะตาข่ายไม่ได้ในเกมที่เยือนเนเธอร์แลนด์ ยังทำให้พวกเขาต้องเจอกับสถิติเกมรุกฝืดเคืองและวิกฤตเข้าขั้นขีดแดง เพราะนี่คือเกมที่ 3 ติดต่อกันแล้วที่เยอรมนียิงประตูไม่ได้ ซึ่งนี่คือเหตุการณ์ครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ทีมชาติเยอรมนี เท่าที่เคยเก็บสถิติมาเลย

ตัวเลขสถิติทั้งหมด คือสิ่งบ่งชี้ว่า หาก โยอัคคิม เลิฟ ยังนิ่งดูดาย ในไม่ช้า อินทรีเหล็ก จะหมดสิทธิ์สยายปีกแล้ว โดยเว็บไซต์ kicker ออนไลน์ได้มีการเปิดโหวตให้แฟนบอลกว่า 24,000 คน เข้ามาโหวตว่าทีมชาติเยอรมี ควรจะเป็นทีมเกรด A ของทวีปยุโรปต่อไปไหม แต่คำตอบที่ได้ช่างน่าขมขื่น เพราะ 90 % โหวตชัดเจนว่าอินทรีเหล็กไม่ใช่อีกต่อไปแล้ว, โดยแฟนบอลต้องการเห็นโยอาคิม เลิฟ ออกจากตำแหน่งบุนเดสเทรนเนอร์ ในขณะเดียวกันก็ต้องการเห็นผู้เล่นชุดแชมป์โลก 2014 เลิกเป็นตัวหลักของทีมได้แล้ว

ด้าน แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ อดีตกองหลังวัย 34 ปีของอาร์เซน่อล และ อดีตกองหลังทีมชาติเยอรมนีชุดแชมป์โลกที่บราซิล ออกมาให้ความเห็นว่า ตอนนี้โยอัคคิม เลิฟ จำเป็นต้องหา “ความสำเร็จ” อย่างเร็วที่สุด หากจะนำทีมอินทรีเหล็ก กลับมายืนอยู่ในมาตรฐานที่ควรจะเป็นอีกครั้ง

“ตอนนี้ เราสามารถเริ่มต้นคิดกันได้แล้วว่า ทีมชาติของเราได้ทำอะไรผิดพลาดไป …ชื่อเสียงที่เคยสั่งสมมากลับหายไป…ซึ่งมันเป็นเรื่องบั่นทอนมาก ๆ” แพร์ แมร์เตซัคเกอร์ เปิดใจต่อการเฝ้ามองผลงานทีมชาติเยอรมนี

“ทีมชาติเยอรมนีจำเป็นต้องหาความสำเร็จโดยเร็วที่สุด แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในทีมชาติ เปลี่ยนตัวนักเตะและสตาฟฟ์โค้ชไป 2-3 ตำแหน่ง แต่ในหลัก ๆ โครงสร้างใหญ่แล้ว คนเก่า ๆ และโครงสร้างเก่า ๆ ยังอยู่ที่เดิม

“ในอดีตทีมชาติเยอรมนีเป็นทีมที่แกร่ง และมักจะผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาท์รายการหลักได้ ดังนั้นในช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นกลายเป็นเรื่องน่าแปลก ที่ต้องเห็นทีมชาติต้องพยายามอย่างหนักในการแข่งขันช่วงหลัง ๆ ” แมร์เตซาคเกอร์ เจ้าของสถิติติดทีมชาติเยอรมนี 104 นัด และประกาศอำลาทีมชาติหลังได้แชมป์โลก 2014 กล่าว

นอกจากนี้ แมร์เตซาคเกอร์ ยังให้ความเห็นว่า เขาเสียใจที่เห็นสมาพันธ์ฟุตบอลเยอรมนี ไม่ได้ปกป้อง เมซุต โอซิล อดีตนักเตะทีมชาติเยอรมนี และเพื่อนร่วมสโมสรอาร์เซน่อลของแมร์เตซาคเกอร์ ที่ต้องกลายเป็น “แพะ” จากการตกรอบแรกฟุตบอลโลก 2018 และโดนโจมตีจากประเด็นการเมือง “เยอรมนี-ตุรกี” จนสุดท้ายโอซิลต้องประกาศอำลาทีมชาติด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

“นักฟุตบอลบางคนนั้น ตัดสินใจอำลาทีมชาติ ตามความต้องการของตัวเอง แต่ในกรณีของเมซุต โอซิลนั้น มันเป็นไปไม่ได้เลย… ผมรู้สึกเศร้าและเสียใจมาก ๆ นะที่ สมาคมฟุตบอลและเมซุต ไม่ได้หาทางออกร่วมกันให้ดีกว่านี้…” แมร์เตซาคเกอร์เปิดใจ

สำหรับ ปัจจุบัน แมร์เตซาคเกอร์ ประกาศแขวนสตั๊ดไปแล้ว และกำลังมีความท้าทายใหม่ ๆ ในชีวิตด้วยการดูแล อคาเดมี่ของอาร์เซน่อล แต่อีกด้านหนึ่ง เขาก็กำลังเฝ้ามองความเป็นไปอย่างใกล้ชิดของทีมชาติเยอรมนี และหากอินทรีเหล็กไม่ได้ “ผลการแข่งขัน” ที่ดี ในเกมบุกเยือนฝรั่งเศส 16 ตุลาคมนี้ บางทีการผ่าตัดใหญ่ของทีมอินทรีเหล็ก ก็คงจะมาถึงในไม่ช้า…