10 บทสรุป 4 ลีกใหญ่ยุโรปหลังฟีฟ่าเดย์

1 April 2019
513 VIEWS

พรีเมียร์ลีก ขับเขี่ยวกันอย่างสนุก จากการที่ แมนฯซิตี้แย่งจ่าฝูงกลับได้ในวันเสาร์ แต่วันอาทิตย์ ลิเวอร์พูล ก็ทวงตำแหน่งคืนได้อีกครั้ง จากชัยชนะในบิ๊กแมตช์เหนือสเปอร์ส

ในลาลีกา สเปน ลีโอเนล เมสซี่ ก็ยัง ‘เทพ’ เช่นเดิม ขณะที่ เรอัล มาดริด ของซีดาน แม้จะหืดจับ แต่ก็ได้ 3 คะแนนเพิ่มความมั่นใจ

ส่วนที่อิตาลี ยูเวนตุส แม้ไม่มี โรนัลโด้ แต่ก็ยังชนะได้ ไม่มีแผ่วปลาย ขณะที่ ลีกเยอรมนี จ่าฝูงต้องเปลี่ยนหน้าอีกครั้งหนึ่ง

และนี่คือ 10 บทสรุป 4 ลีกใหญ่ยุโรป หลังฟีฟ่าเดย์

พรีเมียร์ลีก

1.บิ๊กแมตช์ระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ สเปอร์ส จบลงด้วยชัยชนะของหงส์แดงแบบหืดจับสุดๆ จากการทำเข้าประตูตัวเองของ โทบี้ อัลเดอร์ไวเรล ในนาทีสุดท้าย

ชัยชนะทำให้ ลิเวอร์พูล ยังนำจ่าฝูงต่อไป ด้วยการมี 79 คะแนนจาก 31 นัด นำแมนฯซิตี้ 1 คะแนน แต่หงส์แดงลงเล่นมากกว่า 1 นัด อย่างไรก็ตาม โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ดูเหมือนจะขาดความมั่นใจไปเยอะ เพราะตอนนี้เขายิงประตูไม่ได้ 8 เกมติดต่อกันแล้ว แต่หงส์แดง ก็ยังมีคนโดดเด่นอย่างเหลือเชื่อ จากการที่ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน เปิดให้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ โหม่งประตูแรกนั้น ทำให้ โรเบิร์ตสัน แอสซิสต์เป็นลูกที่ 9 ในซีซั่นนี้ไปแล้ว

2.ด้าน แมนฯซิตี้ ที่ลงเล่นก่อนเป็นคู่แรก ก็สามารถเก็บชัยชนะได้ตามคาด จากการบุกชนะฟูแล่ม 2-0 จากแบร์นาโด ซิลว่า และ เซร์คิโอ อเกวโร่ ซึ่งตอนนี้ ‘กุน’ ยังนำเป็นดาวซัลโว จากการซัดไป 19 ประตู และแมนฯซิตี้ จะเล่นนัดตกค้าง ในคืนวันพุธนี้ ที่จะดวลกับคาร์ดิฟฟ์ และหาก แมนฯซิตี้ ชนะได้ ก็จะแซงขึ้นจ่าฝูง ก่อนเกมสุดสัปดาห์หน้า

3.ขณะที่ ผีแดง ของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่เพิ่งได้สัญญาอย่างเป็นทางการ เฉือนชนะวัตฟอร์ด 2-1 จาก 2 ประตูของ มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อองโตนี่ มาร์กซิยาล นั่นทำให้ซีซั่นนี้เป็นซีซั่นแรกนับตั้งแต่ปี 1995-96 ที่มีผู้เล่น ผีแดง ยิงในพรีเมียร์ลีก เกิน 10 ประตู ได้ถึง 4 คน โดยซีซั่นนี้มี พอล ป็อกบา, โรเมลู ลูกากู, มาร์คัส แรชฟอร์ด และ อองโตนี่ มาร์กซิยาล

4.เชลซี โกงความตายได้แบบสุดชีวิต เพราะในเกมระหว่างดวลกับ คาร์ดิฟฟ์ มีทั้งลูกที่พวกเขาไม่โดนจุดโทษ, ประตูตีเสมอ 1-1 ก็มาจากลูกล้ำหน้าอย่างชัดเจน แถม รูเบน ลอฟตัส-ชีค ยังมาซัดชัยให้เชลซีชนะในช่วงทดเจ็บ 2-1 อีก งานนี้ นีล วอร์น็อก กุนซือคาร์ดิฟฟ์ฉุนขาดกระจุย บอกว่า กรรมการในพรีเมียร์ลีกห่วยที่สุดในโลก

ขณะที่ ฮัดเดอร์ฟิลด์ บุกไปแพ้ คริสตัล พาเลซ 2-0 นั่นทำให้ ฮัดเดอร์ฟิลด์ กลายเป็นทีมแรกในซีซั่นนี้ที่ตกชั้นอย่างเป็นทางการ และพวกเขาเป็นทีมที่ 2 ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ที่ต้องตกชั้นตั้งแต่เดือนมี.ค. ต่อจาก ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในซีซั่น 2007-08

ลา ลีกา

5.ดาร์บี้แมตช์แคว้นคาตาลัน บาร์เซโลน่า ชนะ เอสปันญ่อล 2-0 จากความสุดยอดของลีโอเนล เมสซี่ล้วนๆ เพราะเหมา 2 ประตู โดยเฉพาะประตูแรกในนาที 71 ที่ยิงฟรีคิกอย่างเหนือชั้น

ชัยชนะนัดนี้ ทำให้ เมสซี่ ทำสถิติลงเล่นลาลีกา และคว้าชัยไปได้แล้ว 334 เกม เทียบเท่ากับสถิติของ อีเคร์ คาซียาส แต่เมสซี่ลงเล่นไปทั้งหมด 445 เกม ขณะที่ คาซียาส ต้องใช้เวลาเล่นถึง 510 เกม

6.เรอัล มาดริด เปิดบ้านเฉือน อูเอสก้า 3-2 เกมนี้ คาริม เบนเซม่า ซัดชัยนาที 89 ทำให้ เบนซ์ ยิงคู่แข่งในลาลีกาครบ 34 ทีมที่เขาต้องเผชิญหน้า ซึ่งสถิตินี้ เมสซี่ และ โรนัลโด้ ยังยิงไม่ครบทุกทีมที่เจอเลย นอกจากนี้ยังมีประเด็นสำคัญอีกเรื่องคือ ลูก้า ซีดาน บุตรชายของ ซีเนอดีน ซีดาน ได้ประเดิมลงสนามเฝ้าเสาเป็นเกมแรกด้วย

7.แอต.มาดริด บุกชนะ อลาเบส 4-0 โดย อัลบาโร โมราต้า ซัดได้ 1 ประตู และนั่นทำให้ อดีตกองหน้าเชลซี ซัดไปแล้ว 4 ประตู นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับตราหมีในช่วงต้นปีที่ผ่านมา และนับได้ว่า กองหน้าทีมชาติสเปนรายนี้กำลังกลับมาเข้าฝักเข้าฟอร์มที่ดีอีกครั้ง

กัลโช่ เซเรีย อา

8.ไม่มีโรนัลโด้ ก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับ ยูเวนตุส เพราะพวกเขาเก็บชัยเหนือ เอ็มโปลี 1-0 จากประตูชัยสุดล้ำค่าของ มอยเซ่ คีน และสัปดาห์นี้ต้องถือเป็นสัปดาห์ของเจ้าหนูดาวรุ่งคนนี้ เพราะในเกมทีมชาติเขาก็เพิ่งประเดิมประตูแรกกับทีมชาติอิตาลีได้

9.นาโปลี ฟอร์มเด็ด เพราะบุกไปชนะ โรม่า ถึงถิ่น 4-1 แต่พวกเขาก็ยังตามหลังยูเว่ห่างไกลถึง 15 คะแนนเหมือนเดิม

ส่วนอีกหนึ่งบิ๊กแมตช์ ลาซิโอ บุกชนะ อินเตอร์ มิลาน 1-0 จากประตูชัยของเซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิช และเกมนี้อินเตอร์ก็ยังไม่มี เมาโร อิคาร์ดี้ ที่มีปัญหาเช่นเดิม

บุนเดสลีกา

10.สถานการณ์จ่าฝูงเปลี่ยนมืออีกแล้ว เมื่อ ดอร์ทมุนด์ เปิดบ้าน โวล์ฟสบวร์ก 2-0 แต่รูปเกมเป็นไปอย่างหืดจับ เพราะมาได้ 2 ประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จากการเหมาของ ปาโก้ อัลคาเซร์ ซึ่งทำให้ อัลคาเซร์ ขึ้นมาเป็นรองดาวซัลโว ด้วยการซัดไป 16 ประตู ตามหลัง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ 3 ประตู และ ในซีซั่นนี้ อัลคาเซร์ ซัดไปประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บไปล้วนๆ 5 ประตูแล้ว ( 2 ประตูโวล์ฟสบวร์ก, 1 ประตู : เลเวอร์คูเซ่น, เอาก์สบวร์ก และ ไฟร์บวร์ก)

ด้าน บาเยิร์น สะดุดบุกไปเสมอ ไฟร์บวร์ก 1-1 ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ เสือใต้ ต้องตามหลัง เสือเหลือง 2 คะแนนแล้ว จากตอนแรกที่มีคะแนนเท่ากัน

ดังนั้น โปรแกรมบิ๊กแมตช์ระหว่าง บาเยิร์น-ดอร์ทมุนด์ ในวันเสาร์ 6 เมษายน การันตีได้เลย ต้องเตะกันไฟแลบแน่นอน