ไทเกอร์ : แบบอย่างของการกลับมายิ่งใหญ่

3,954 วัน คือจำนวนระยะเวลาที่ ไทเกอร์ วู้ดส์ ต้องเฝ้ารอคอยในการกลับมาเป็นแชมป์กอล์ฟรายการเมเจอร์ รายการที่ 15 ในชีวิต หลังจากแชมป์สุดท้ายในรายการเมเจอร์ของเขาเกิดขึ้นเมื่อปี 2008 ในรายการยูเอส โอเพ่น

ค่ำคืนที่ผ่านมา ต้องนับเป็นค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ของวงการกอล์ฟและวงการกีฬาอื่นๆ ด้วย จากการที่ ไทเกอร์ วู้ดส์ ผู้ชายที่มีปัญหาชีวิตมาตลอดในช่วงหลัง ทั้งอาการบาดเจ็บ โรคซึมเซา และปัญหาครอบครัว  

แต่เขาก็ได้กลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง จากการก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์กอล์ฟ ‘เดอะ มาสเตอร์ส 2019’  

บนวัย 43 ปี ไทเกอร์ กลับมาเป็นแชมป์ เดอะ มาสเตอร์ส เป็นครั้งที่ 5 ในชีวิต และเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2005 อีกด้วย 

นี่คือการ ‘คัมแบ็กที่ยิ่งใหญ่ ‘  หากจะเปรียบเทียบแบบนี้ คงจะไม่เกินเลยจากความเป็นจริงเท่าไรนัก

โดยผลงานปีนี้ ใน เดอะ มาสเตอร์ส ณ สนาม ออกัสต้า เนชันแนล กอล์ฟ คลับ ไทเกอร์ ออกสตาร์ตวันสุดท้ายด้วยการตามผู้นำอยู่ 2 สโตรก

แต่ในการแข่งขันวันสุดท้าย มาเข้มข้นเอาใน 9 หลุมสุดท้าย และเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก สถานการณ์พลิกไปพลิกมาแบบช็อตต่อช็อต หลุมต่อหลุมจริงๆ  

เริ่มต้นหลุม 10 และ 11 มีนักกอล์ฟแค่ 3 คนเท่านั้นที่มีโอกาสได้แชมป์ แต่ห้วงเวลาหลังจากนั้น ไทเกอร์ ได้ความ ‘สุดยอด’ ในการควบคุมเกม ควบคุมจิตใจ 

‘ไทเกอร์คนเดิม’ ได้กลับมาแล้ว

เขารู้ว่าจังหวะไหนควรบุกเอาเบอร์ดี้-อีเกิ้ล  (หลุม11,15,16) จังหวะไหนไม่ควรบุ่มบ่าม ออกโบกี้ ก็ยอมรับได้มันได้ (หลุม18) 

บทสรุป จบวันสุดท้าย ไทเกอร์  ได้ 2 อันเดอร์ จาก 6 เบอร์ดี เสีย 4 โบกี รวม 4 วัน 13 อันเดอร์ เอาชนะ ดัสติน จอห์นสัน, บรูคส์ โคปก้า และ ซานเดอร์ ชอฟเฟเล 1 สโตรก

ขณะที่ ฟรานเชสโก โมลินารี แชมป์ ดิ โอเพ่น 2018 และเป็นผู้นำหลังจากจบวันที่ 3  ได้อันดับ 5 ร่วม จาการมี 11 อันเดอร์ ส่วน ‘โปรอาร์ม’ กิรเดช อภิบาลรัตน์ สกอร์รวม 1 โอเวอร์  จบอันดับ 49 ร่วม

“ผมแค่พยายามเดินไปเรื่อยๆ บนสนามกอล์ฟตลอดวัน เมื่อผมพัตต์ลงหลุม ผมไม่รู้ว่าผมทำอะไร แต่รู้ชัดเจนว่า ผมกรีดร้องลั่น การมีลูกๆ มาอยู่ที่นี่ เปรียบเสมือนวัฏจักรที่สมบูรณ์ เมื่อก่อนพ่อของผมก็อยู่ที่นี่ เมื่อปี 1997 (แชมป์มาสเตอร์สมัยแรก) ตอนนี้ผมเป็นคุณพ่อลูก 2 แล้ว” ไทเกอร์ วู้ดส์ เปิดใจ

การกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ของไทเกอร์ ต้องถือว่าเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับการไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ และบุคคลในวงการกีฬาต่างๆ ก็มาร่วมแสดงความยินดีกับไทเกอร์มากมาย 

“นี่คือเสียงคำราม บ่งบอกการกลับมาที่ยิ่งใหญ่จริงๆ” เมจิก จอห์นสัน สุดยอดนักบาสเก็ตบอลตลอดกาล เปิดเผยข้อความ

“นี่คือการกลับมาที่ยิ่งใหญ่ของวงการกีฬา ” สตีเฟ่น เคอร์รี่ ออลสตาร์ NBA 6 สมัย แสดงความคิดเห็น 

“นี่มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อมากๆ สุดยอดจริงๆ ไทเกอร์” แกเร็ธ เบล ปีกเรอัล มาดริด เปิดเผยข้อความผ่านทางโซเชียล เน็ตเวิร์ก

ด้านอดีตผู้นำของสหรัฐอย่าง บารัก โอบาม่า ยังขอแสดงความยินดีกับไทเกอร์ด้วย 

“ยินดีด้วย ไทเกอร์ สำหรับการคืนฟอร์ม และคว้าแชมป์ เดอะ มาสเตอร์ส หลังช่วงชีวิตที่รุ่งเรืองและตกต่ำ คือ บททดสอบสู่ความเป็นสุดยอด ความอดทน และ ความมุ่งมั่น”

ไทเกอร์คือแบบอย่างที่ดี กับการไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ  

ขอบคุณ ไทเกอร์ ที่เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า “ความสำเร็จ…ไม่ได้เกี่ยวกับว่า คุณไม่เคยล้ม แต่มันเป็นเรื่องของการลุกขึ้นได้ทุกครั้ง เมื่อล้มลงต่างหาก” 

ทำเนียบแชมป์กอล์ฟเมเจอร์

แจ๊ค นิคคลอส (1962-1986) 18 แชมป์

ไทเกอร์ วู้ดส์ (1997–2019) 15 แชมป์

วอลเตอร์ ฮาเก้น (1914–1929) 11 แชมป์

เบน โฮเก้น (1946–1953) 9 แชมป์

แกรี่ เพลย์เยอร์ (1959–1978) 9 แชมป์

ทอม วัตสัน (1975–1983) 8 แชมป์


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

ก็องเต้ : ค่าของคน อยู่ที่ผลของงาน

SPORTDesk. Team

หน้าสื่อหนังสือพิมพ์ออนไลน์จากฟากฝั่งอังกฤษ เริ่มเผยแพร่ข่าวที่กำลังแพร่สะพัดกันในหมู่วงในของเชลซี ว่าล่าสุด เอ็นโกโล่ ก็องเต้ มิดฟิลด์ดีกรีแชมป์โลกพ่วงท้าย ในวัย 27 ปี กำลังจะรับค่าเหนื่อยสูงสุดของสโมสร ในการขยายสัญญาฉบับใหม่ออกไป

Story

เซย์กู๊ดบาย…ฟาน กัล

SPORTDesk. Team

นับตั้งแต่แยกทางกับสโมสร แมนฯยูไนเต็ด ในช่วงพฤษภาคม 2016 หลุยส์ ฟาน กัล ก็ไม่เคยรับงานคุมทีมสโมสรใดๆ อีกเลย ช่วงเวลาผันผ่านเกือบๆ 3 ปี จากวันนั้นจนถึง ณ เวลานี้ หลุยส์ ฟาน กัล อดีตกุนซือชาวดัตช์ วัย 67 ปี ขอประกาศหันหลังให้กับวงการฟุตบอลอย่างเป็นทางการแล้ว

Story

ซาลาห์คว้าแข้งยอดเยี่ยมแอฟริกา 2 สมัยซ้อน

SPORTDesk. Team

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แนวรุกสโมสรลิเวอร์พูล วัย 26 ปี สร้างชื่อกระฉ่อนให้กับวงการฟุตบอลระดับโลก และเขาโดดเด่นขึ้นมาเป็นอย่างมากมากใน 2 ฤดูกาลที่ผ่านมา และล่าสุดความโดดเด่นของเขาก็สามารถทำให้เขาคว้ารางวัลนักเตะแอฟริกันยอดเยี่ยมประจำเป็น 2018 ไปครอง ซึ่งถือเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันแล้ว ที่โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยึดรางวัลนี้ไปครอบครองจากการประกาศของ CAF หรือสหพันธ์ฟุตบอลทวีปแอฟริกา