ท็อปโฟร์ของ “โซลชา”

3 April 2019
362 VIEWS

สถานการณ์แย่งพื้นที่อันดับ 4 ในพรีเมียร์ลีก ดูจะเป็นเรื่องยากรากเลือดขึ้นเรื่อยๆ สำหรับ แมนฯยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา 

หลังจากนัดล่าสุด “ผีแดง” บุกรัง “หมาป่า” และสุดท้าย วูล์ฟแฮมป์ตัน เป็นฝ่ายยำแค้นฝังความเจ็บปวดได้อีกครั้งด้วยสกอร์ 2-1 เหมือนกับครั้งที่เจอกันในศึกเอฟเอ คัพ ช่วงกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา 

นัดล่าสุดในพรีเมียร์ลีกของ แมนฯยูไนเต็ด พวกเขาอุตส่าห์นำ วูล์ฟแฮมป์ตัน ก่อน จาก สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ตั้งแต่ต้นเกม แต่จากนั้น วูล์ฟแฮมป์ตัน มาตีเสมอ 1-1 ได้ก่อนจบครึ่งแรก 

พอครึ่งหลัง จุดเปลี่ยนสำคัญครั้งใหญ่ก็คือ การถูกไล่ออกของ แอชลี่ย์ ยัง ในนาที 57 และนี่ถือเป็นใบแดง ลำดับที่ 100 ของ ไมค์ ดีน ที่แจกให้กับนักเตะในพรีเมียร์ลีก และสุดท้าย วูล์ฟส์ มาได้ประตูชัยในอีก 20 นาทีหลังจากนั้น จากการทำเข้าประตูตัวเองของ คริส สมอลลิ่ง 

ฟอร์มของ แมนฯยูไนเต็ด ดูจะออกท่า “สะดุด” แล้ว เพราะ 5 เกมหลังสุดในทุกรายการ พวกเขาแพ้ถึง 3 นัด (แพ้ วูล์ฟส์ 2 นัด และแพ้ อาร์เซน่อล 1 นัด)

นอกจากนี้ จากการที่แต้มหยุดอยู่กับที่ 61 คะแนน จากการลงสนามไป 32 นัด ทำให้ “ผีแดง” ยังรั้งอยู่ที่ 5 ตามเดิม โดยอันดับ 4 อย่าง สเปอร์ส ที่จะลงเล่นเกมที่ 32 คืนวันพุธนี้ ที่ก่อนแข่งมีแต้มเท่ากันที่ 61 คะแนนก็ มีสิทธิ์จะฉีกหนีออกไป ส่วน เชลซี อันดับ 6  ที่จะลงสนามคืนนี้ ก็มีสิทธิ์ทำแต้มแซงหน้าได้อีก

นอกจากนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องหยุดสถิติไม่แพ้ใคร เวลาเป็นฝ่ายยิงนำไปก่อนไว้ที่ 78 นัดในพรีเมียร์ลีกอีกด้วย โดยครั้งสุดท้ายที่ “ผีแดง” ขึ้นนำแล้วแพ้ในพรีเมียร์ลีก ต้องย้อนไปเดือนสิงหาคม 2015 ที่เจอ สวอนซี

“สงสัยตอนนี้เราจำเป็นต้องได้ 15 คะแนนจาก 6 นัดที่เหลือแล้ว” โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กุนซือ แมนฯยูไนเต็ด เกริ่นนำถึงสถานการณ์การลุ้นพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

“สถานการณ์มันยากกว่าเมื่อก่อนแล้ว แต่ทรงของทีมเรายังดีอยู่ ดังนั้นทีมไหนที่ต้องเจอกับเราในช่วงท้ายฤดูกาล ก็คงจะต้องเจอกับงานยากๆ อยู่นั่นแหละ” 

สำหรับโปรแกรมพรีเมียร์ลีก 6 นัดที่เหลือของ แมนฯยูไนเต็ด พวกเขาจะได้เปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด ถึง 4 นัด เจอกับ เวสต์แฮม, แมนฯซิตี้, เชลซี และ คาร์ดิฟฟ์  ส่วนเกมนอกบ้านมี 2 เกม คือไปเยือน เอฟเวอร์ตัน และฮัดเดอร์สฟิลด์ ที่ตกชั้นไปแล้วอย่างเป็นทางการ 

ส่วน วูล์ฟแฮมป์ตัน น้องใหม่ของพรีเมียร์ลีกในซีซั่นนี้ กำลังรั้งอันดับ 7 บนตารางลีก และพวกเขามีโอกาสที่จะเป็นทีมที่ 3 ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกรอบ 10 ปีหลังสุด ที่จบ Top 10 ทันทีในซีซั่นแรกที่เลื่อนชั้นขึ้นมา ต่อจาก เวสต์แฮม (อันดับ 10  ซีซั่น 2012-13) และ นิวคาสเซิ่ล (อันดับ 10 ซีซั่น 2017-18)