โควัช : เกมดวลหงส์สำคัญที่สุดในชีวิตกุนซือ

บาเยิร์น มิวนิค จะเปิดรังอลิอันซ์ อารีน่า ดวลกับ ลิเวอร์พูล ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายนัดที่ 2 หลังจากนัดแรกเสมอกันมาที่แอนฟิลด์ 0-0

โดยก่อนแข่งต้องถือว่า โมเมนต์ตั้มของทั้ง 2 ทีม กลับข้างกัน เพราะปัจจุบัน ลิเวอร์พูล หล่นจากจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกแล้ว ขณะที่เสือใต้ กลับมาแย่งจ่าฝูงของบุนเดสลีกาได้อีกครั้ง จากการมีผลต่างประตูดีกว่าดอร์ทมุนด์แล้ว

สำหรับ ค่ำคืนนี้จะเป็นค่ำคืนสุดสำคัญของทั้ง 2 ทีมอย่างปฏิเสธไม่ได้ โดยเฉพาะกับ นิโก้ โควัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนของบาเยิร์น มิวนิค ที่เขาเองก็ยอมรับว่า เกมชี้ชะตากับลิเวอร์พูล จะเป็นเกมที่สำคัญสุดชีวิตการเป็นกุนซือ 

“ผมเคยคุมทีมชาติโครเอเชีย ประคับประคองเข้ารอบสุดท้ายฟุตบอลโลกได้ (ปี2014) นอกจากนี้ผมยังเคยคุมแฟรงเฟิร์ตเพลย์ออฟหนีตกชั้น…”

“แต่เกมดวลกับลิเวอร์พูล จะเป็นไฮไลท์ชีวิต…เพราะตอนนี้แฟนบอลทั่วโลกจะจับตามองมา… ทุกๆคนต่างรู้สึกตื่นเต้นไม่ว่าจะเป็นโค้ช,นักเตะ,แฟนบอลและสื่อมวลชน”

“มันเป็นที่ยากและกดดันหนักอยู่เสมอสำหรับการเล่นรอบน๊อคเอาท์ แต่นี่คือการมองโลกในแง่บวกไม่ใช่ด้านเลวร้ายอะไรเลยนะครับ…”

อย่างไรก็ตาม นิโก้ โควัช กุนซือมาดเนี้ยบ จากแคว้นบาวาเรีย วัย 47 ปี ยอมรับว่าจากผลนัดแรก 0-0 ทำให้ต้องพยายามเปิดเกมบุกในนัดที่ 2

แต่ที่สำคัญสุดก็คือแนวรุกของเสือใต้ต้องมีความเฉียบขาดเมื่อมีโอกาสต้องลงโทษคู่แข่งทันที แต่เกมนี้ พวกเขาต้องขาด 2 แกนหลักอย่าง โจชัว คิมมิช และ โธมัส มุลเลอร์ ที่ติดโทษแบน 

“สิ่งที่เราต้องทำก็คือประสิทธิภาพแดนหน้าต้องคมกว่านี้และเปิดที่ว่างโจมตีและฉกฉวยความได้เปรียบ…”

สำหรับ ในประวัติศาสตร์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในรอบน็อกเอาท์ , หากทีมใด ได้เล่นในบ้านก่อน แล้วจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 ในนัดแรก จะมีโอกาสที่ทีมนั้นกระเด็นตกรอบสูงถึง 68% เพราะที่ผ่านมาเคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว 21 จาก 31 ครั้ง 

อย่างไรก็ตาม บาเยิร์น มิวนิค มีสถิติที่ไม่ค่อยดี ในการเจอกับลิเวอร์พูล ในถ้วยยุโรปทุกรายการ เพราะเสือใต้เคยชนะหงส์แดงแค่ 1 ครั้ง จากการเจอกันทั้งหมด 8 ครั้ง (เสมอ 5 แพ้ 2 )

โดยชัยชนะครั้งเดียวของบาเยิร์นที่มีเหนือต่อลิเวอร์พูล ต้องย้อนไปในเกม คัพ วินเนอร์ส คัพ ปี 1971, วันนั้น แกรด มุลเลอร์ เหมา 2 ประตู ส่วนอีกหนึ่งประตูเป็นของอูลี่ เฮอเนส

แต่หากจะนับเฉพาะในถ้วย ยูโรเปี้ยน คัพ / ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คู่นี้เคยเจอกันมาแล้ว 1 ซีซั่นในปี 1980-81 ในรอบรองฯ ซึ่งปีนั้น นัดแรกเสมอ 0-0 ที่แอนฟิลด์

ส่วนนัดที่ 2 ลิเวอร์พูลบุกไปยันเสมอ 1-1 ได้ที่โอลิมปิก สตาดิโอน และสุดท้ายซีซั่นนั้น ลิเวอร์พูล ก้าวไปเป็นแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพด้วย ในท้ายที่สุด …


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Thought

ฟันเฟืองเล็ก ๆ

ไข่มุกดำ

จากภาพจะเห็น อังเดร เอร์เรร่า วิ่งมาจากไกล ๆ ร่วมแสดงความยินดีกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด และเพื่อน ๆ หลังประตูชัย 2-1 ‘ทดเจ็บ’ เหนือบอร์นมัธ ครับ นั่นคือ “ภาพความจริง” ในชีวิตจริงของนักเตะสแปนิชกับทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยเช่นกัน

Story

เอเมรี่กังวลปืนลุ้นที่ 4 ยาก หลังหยุดสถิติไม่แพ้ 22 นัด

SPORTDesk. Team

โดยเกมที่เซนต์ แมรี่ เซาแธมป์ตัน ที่ได้กุนซือใหม่อย่าง ราล์ฟ ฮาเซนฮุสเทิล คุมทีมในรังเป็นเกมแรก หลังจากนัดที่แล้วเจอเกมพ่ายแพ้ในเกมนอกบ้านมา คราวนี้นักเตะเซาแธมป์ตันรวบรวมพลังและศักยภาพทั้งหมดออกมา จนกระทั่งปราบทีมในกลุ่มหัวตารางอย่างอาร์เซน่อลได้ 3-2 และนี่คือ 3 คะแนนแรกของกุนซือชาวออสเตรียน

Thought

หงส์แดงชนะแบบมืออาชีพ

ไข่มุกดำ

หลังแมนฯซิตี้ ทำ “แต้มหล่น” กับวูล์ฟส์ในคู่หัวค่ำ สิ่งที่ลิเวอร์พูลต้องทำ และแสดงให้ “โลกเห็น” ก็คือ การเก็บ 3 แต้มเหนือไบร์ทตันในถิ่นแอนฟิลด์ให้ได้