10 เรื่องควันหลง เอฟเอ คัพ และ 4 ลีกใหญ่

18 March 2019
234 VIEWS

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฟุตบอลยุโรป มีหลากหลายประเด็นที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การกระเด็นตกรอบ เอฟเอ คัพ ของ แมนฯยูไนเต็ด ด้านพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล กลับมายึดตำแหน่งจ่าฝูงอีกครั้ง ขณะที่สเปน ซีเนอดีน ซีดาน กลับมาคุมทีมนัดแรกได้อย่างน่าจับตามอง ส่วนที่อิตาลี ยูเวนตุส จ่าฝูงต้องพบกับความพ่ายแพ้นัดแรก

และนี่คือ 10 ประเด็นควันหลงที่น่าสนใจติดตาม

เอฟเอ คัพ

1. ฟุตบอลที่ไม่เคยมีที่ว่างให้กับผู้แพ้อย่างเอฟเอ คัพ มีการพลิกล็อกเบอร์แรงในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อ แมนฯยูไนเต็ด เต็ง 2 แพ้ วูล์ฟแฮมตัน 1-2 ทำให้ วูล์ฟแฮมป์ตัน ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1997-98 เลยทีเดียว

ส่วน แมนฯซิตี้ เอาตัวรอดได้อีกครั้ง ด้วยการยิง 3 ประตูรวด บุกแซงชนะสวอนซี 3-2 โดยได้ประตูชัยจากเซร์คิโอ อเกวโร่ ก่อนหมดเวลาแค่ 2 นาที ทำให้ตอนนี้ แมนฯซิตี้ ยังมีลุ้นแชมป์ถึง 4 ถ้วย โดยมีลีก คัพ ที่ได้การันตีไปแล้ว 1 ถ้วย คงเหลือให้ลุ้นคือ เอฟเอ คัพ, พรีเมียร์ลีก และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 

2. รอบรองฯชนะเลิศ จับสลากออกมาแล้ว แมนฯซิตี้ – ไบรท์ตัน วันที่ 6 เมษายน และ วัตฟอร์ด – คริสตัล พาเลซ วันที่ 7 เมษายน ทั้ง 2 คู่เตะกันที่เวมบลี่ย์ 

พรีเมียร์ลีก

3. ลิเวอร์พูล ทะยานขึ้นจ่าฝูง (ชั่วคราว) ได้อีกครั้ง จากการบุกชนะฟูแล่ม 2-1 จากการได้ประตูก่อนจากซาดิโอ มาเน่ , แต่ฟูแล่มมาตีเสมอได้จากเด็กเก่าหงส์อย่างไรอัน บาเบิ้ล, ก่อนที่เจมส์ มิลเนอร์จะมาซัดจุดโทษประตูชัยในนาที 81

ลิเวอร์พูล ผ่าน 31 นัด มี 76 คะแนน แซงหน้าแมนฯซิตี้ 2 คะแนนแล้ว แต่เรือใบสีฟ้า ลงเล่นน้อยกว่า 1 นัด โดยซาดิโอ มาเน่ ยิง 9 ประตูจาก 9 เกมหลังสุดให้กับ ลิเวอร์พูล ในพรีเมียร์ลีก นอกจากนี้ มาเน่ ยังเป็นนักเตะแอฟริกันคนที่ 2 ที่ยิงถึง 40 ประตูในพรีเมียร์ลีก ให้กับ ลิเวอร์พูล ต่อจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ซัดไป 49 ประตู ,ขณะที่ เจมส์ มิลเนอร์ ไม่เคยแพ้ในพรีเมียร์ลีก เวลาที่เจ้าตัวยิงประตูได้ เป็นนัดที่ 51 ติดต่อกันแล้ว 

4. ด้าน เชลซี แพ้อีกแล้ว ทำให้แต้มยังอยู่ ที่ 57 คะแนน รั้งที่ 6 ตามเดิม จากการบุกไปแพ้ เอฟเวอร์ตัน 2-0 , เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือเชลซีถึงกับบ่นอุบว่าแข้งเชลซี มีปัญหาเรื่องจิตใจมากๆ ในช่วงนี้ 

กัลโช่ เซเรีย อา

5. ยูเวนตุส ต้องแพ้นัดแรกในซีซั่นนี้แล้ว โดยนัดนี้ไม่มีคริสเตียโน่ โรนัลโด้ด้วย โดยโดนเจนัว เปิดบ้านชนะไป 2-0 และหนึ่งในประตูที่เจนัวยิงได้ มาจากสเตฟาโน่ สตูราโร่ เด็กเก่าม้าลายด้วย

ความพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้ ยูเวนตุสต้องหยุดสถิติไร้พ่ายในซีซั่นนี้ไว้ที่ 27 นัด แต่ก็ยังนำ นาโปลี อันดับ 2 อยู่ 15 คะแนน ซึ่งนาโปลี สามารถเอาชนะอูดิเนเซ่ ได้ 4-2 แต่นาโปลีก็ต้องเสีย ดาวิด ออสปิน่า ผู้รักษาประตูที่มีอาการกระทบกระเทือนที่ศีรษะอย่างรุนแรงด้วย 

6. ด้าน มิลาน ดาร์บี้แมตช์ , อินเตอร์ มิลาน ชนะ เอซี มิลานได้อย่างสุดมัน 3-2 ทำให้ ตอนนี้ งูใหญ่ แซง ปิศาจแดงดำ ขึ้นมารั้งอันดับ ที่ 3 แล้ว โดยแซงเอซี มิลาน ไปแล้ว 2 คะแนน 

ลา ลีกา 

7. บาร์เซโลน่า ร้อนแรงไม่หยุด บุกถล่มเรอัล เบติส 4-1 ลีโอเนล เมสซี่ ซัดแฮตทริกได้ และถือเป็นแฮตทริกลำดับที่ 33 ในลาลีกาของเมสซี่ ทำให้ตอนนี้สถิติแฮตทริกสูงสุดตลอดกาลในลีกสเปน ตอนนั้น เมสซี่ ตามหลัง โรนัลโด้ อยู่ 1 ครั้ง ส่วนอีก 1 ประตูเป็นของ หลุยส์ ซัวเรส ซึ่งนี่คือประตูที่ 128 ประตูในลีกสเปน และนับเป็นสถิติสูงสุดของนักเตะอุรุกวัย ในรายการนี้ เทียบเท่า ดิเอโก้ ฟอร์ลัน ที่เคยทำไว้

8. ด้าน เรอัล มาดริด ที่ได้ซีเนอดีน ซีดานกลับมาคุมทีมนัดแรก งานนี้นักเตะศิษย์รัก อาทิ เคย์เลอร์ นาบาส, มาร์เซโล่, อิสโก้ และ เกเร็ธ เบล กลับมาลงตัวจริง ในเกมที่ เปิดบ้านชนะเซลต้า 2-0 ซึ่งทั้ง 2 ประตูก็มาจากอิสโก้ และ เบล นั่นเอง

จากชัยชนะทำให้เรอัล มาดริด มีเพิ่มเป็น 54 คะแนน ไล่แอต.มาดริด รองจ่าฝูง เหลือ 2 คะแนนแล้ว เพราะแอต.มาดริด มาสะดุด บุกไปแพ้แอธ.บิลเบา 2-0 

บุนเดสลีกา

9. บาเยิร์น มิวนิค นำเป็นจ่าฝูงต่ออีกหนึ่งสัปดาห์ และเหมือนกับการ ‘ระบายอารมณ์’ หลังจากตกรอบยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เพราะนัดล่าสุด เปิดบ้านถล่มไมนซ์ 6-0 โดย ฮาเมส โรดริเกวซ สังหารแฮตทริก ส่วนดอร์ทมุนด์ บุกชนะแฮร์ธ่า เบอร์ลิน ที่เหลือ 9 คนแบบลุ้นระทึก 3-2 เพราะได้ประตูชัยจาก มาร์โก้ รอยส์ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ 

10. ทั้งนี้ มาร์โก รอยส์ ยิงในบุนเดสลีกาไปแล้ว 15 ลูกในซีซั่นนี้ ซึ่ง ดอร์ทมุนด์ ยังไม่เคยแพ้ในเกมที่ รอยส์ ยิงได้นี้ (ชนะ 12 เสมอ 1) ขณะเดียวกัน “เสือเหลือง” ได้ประตูในนาที 90 หรือช่วงทดเจ็บมากถึง 7 ลูกในบุนเดสลีกาฤดูกาลนี้ มากที่สุดเหนือทุกทีมด้วย , ดังนั้น แม้ เสือเหลืองจะยังรั้งที่ 2 แต่การมีคะแนนเท่ากับบาเยิร์น ที่ 60 คะแนน

ดังนั้น 8 นัดสุดท้ายของฤดูกาล คงเป็นอะไรที่ลุ้นสนุกตื่นเต้นน่าดู