10 เรื่องเก็บตก 4 ลีกใหญ่ยุโรปท่ามกลางความร้อนระอุ

22 April 2019
580 VIEWS

ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับสภาพร้อนระอุ ประหนึ่งว่าตอนนี้พวกเรากำลังซ้อม “ตกนรก” เอาให้มันหมกไหม้ และ 4 ลีกใหญ่ของยุโรป แม้พวกเขาจะไม่ต้องเผชิญสภาพอากาศแบบไทย แต่ดีกรีความเข้มข้นของทั้ง 4 ลีกก็เร้าร้อนไม่แพ้สภาพอากาศที่เมืองไทย 

และที่สำคัญ ตอนนี้ที่ อิตาลี เป็นลีกใหญ่ลีกแรก ที่ได้แชมป์อย่างเป็นทางการแล้ว ขณะที่อังกฤษ และ เยอรมนี ยังเบียดกันอย่างสนุกสูสี 

พรีเมียร์ลีก 

1.เริ่มต้นที่บิ๊กแมตช์ แมนฯซิตี้ เปิดเอติฮัด สเตเดี้ยม เฉือน สเปอร์ส 1-0 จากประตูชัยของเจ้าหนู ฟิล โฟเด้น ตั้งแต่ต้นเกมนาทีที่ 5 ซึ่งประตูของ ฟิล โฟเด้น ถือเป็นประตูแรกของเขาในพรีเมียร์ลีก และเขาเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดอันดับ 3 ของ แมนฯ ซิตี้ ที่ยิงประตูได้ในพรีเมียร์ลีก (ต่อจาก ไมกาห์ ริชาร์ดส์ และ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ส) ด้วยวัย 18 ปี 327 วัน ทำให้ตอนนี้ โฟเด้น ยิงไปแล้ว 6 ประตูจาก 10 เกมหลังสุดในทุกรายการให้กับ เรือใบสีฟ้า 

ปัจจุบัน แมนฯซิตี้ ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า กำลังทำซีรี่ย์ ชนะในพรีเมียร์ลีกเป็นนัดที่ 10 ติดต่อกันแล้ว

2.ด้าน ลิเวอร์พูล บุกชนะ คาร์ดิฟฟ์ 2-0 ทำให้พวกเขากลับไปยืนเป็นจ่าฝูงได้อีกครั้ง จากการมี 88 คะแนน จากการลงสนาม 35 นัด มากกว่า แมนฯซิตี้ 2 คะแนน แต่หงส์ลงเล่นมากกว่าเรือใบ 1 นัด

สำหรับการที่หงส์แดงเก็บได้ 88 คะแนนนั้น ถือเป็นคะแนนต่อฤดูกาลที่พวกเขาเก็บได้มากที่สุดในยุคพรีเมียร์ลีกอีกด้วย 
หงส์แดงชนะ 9 นัดติดต่อกันในทุกรายการ นับเป็นสถิติที่ชนะยาวนานที่สุด นับตั้งแต่ช่วงเมษา 2014 ในช่วงที่แบรนดอน ร็อดเจอร์สคุมทีม 

3.ขณะที่ แมนฯยูไนเต็ด ต้องปราชัยยับเยิน จนจำสภาพกลับบ้านไม่ได้  เพราะพวกเขาบุกไปให้เอฟเวอร์ตัน ไล่ถล่มถึง 4-0 ซึ่งนัดนี้ถือเป็นชัยชนะที่ขาดลอยที่สุดของเอฟเวอร์ตันที่สามารถฝังผีลงหลุมได้ นับตั้งแต่ เอฟเวอร์ตันเคยยำแมนฯยูไนเต็ด 5-0 เมื่อปี 1984

นอกจากนี้ ผีแดง ต้องแพ้เกมนอกบ้าน เป็นเกมที่ 5 ติดต่อกันแล้ว ซึ่งถือเป็นการแพ้นอกบ้านติดต่อยาวนาน เท่ากับที่พวกเขาเคยแพ้ 5 นัดติด ในช่วง มีนาคม 1981 

4.ส่วน อาร์เซน่อล ก็สะดุดเช่นกัน เพราะพวกเขาต้องแพ้คารังต่อคริสตัล พาเลซ 2-3 , ทำให้ปืนใหญ่ต้องสะดุดอยู่ที่ 4 เช่นเดิม และแมตช์นี้นับเป็นการแพ้คาบ้านเกมแรก นับตั้งแต่พวกเขาแพ้เชลซี 0-1 เมื่อมกราคม 2016

และนี่ถือเป็นฤดูกาลแรกที่ คริสตัล พาเลซ ‘ไม่แพ้’ อาร์เซน่อลในการเจอกัน 2 นัด ในรอบ 39 ซีซั่น 

กัลโช่ เซเรีย อา

5.เรียบร้อยโรงเรียนยูเวนตุสอีก 1 ปี สำหรับตำแหน่งแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา และนี่ถือเป็นแชมป์ปีที่ 8 ติดต่อกันแล้ว และถือเป็นแชมป์อย่างเป็นทางการในสมัยที่ 35 (แต่สำหรับสาวกยูเว่ นี่คือแชมป์ครั้งที่ 37 แล้ว) 

การคว้าแชมป์ลีกด้วยการเปิดบ้านแซงชนะ ฟิออเรนติน่า 2-1 นั่นทำให้ คริสเตียโน โรนัลโด้ ทำสถิติคว้าแชมป์ 3 ลีกใหญ่ ทั้งพรีเมียร์ลีกกับ แมนฯยูไนเต็ด, แชมป์ลาลีกากับ เรอัล มาดริด และแชมป์กัลโช่กับ ยูเวนตุส 

6.บิ๊กแมตช์ อินเตอร์ มิลาน เสมอกับโรม่า 1-1  นั่นทำให้ อินเตอร์ ยังไม่อาจทำแต้มกดดันนาโปลีรองจ่าฝูงต่อไปได้ โดยตอนนี้อินเตอร์รั้งอันดับ 3 มี 61 คะแนน ตามหลังนาโปลี 6 คะแนน แต่งูใหญ่ลงเล่นมากกว่า 1 นัด ส่วนโรม่า อยู่ที่ 5 ตามหลังเอซี มิลานที่ 4 อยู่ 1 คะแนน 

ลาลีกา 

7.บาร์เซโลน่า เปิดบ้านเฉือนชนะ เรอัล โซเซียดาด 2-1 นั่นทำให้ตำแหน่งแชมป์ของพวกเขาอยู่แค่เอื้อมมือแล้ว เพราะตอนนี้ลูกทีมของเออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ต้องการอีกแค่ 6 คะแนนจาก 5 นัดที่เหลือ ก็จะคว้าแชมป์ทันที

ด้าน แอต.มาดริด คว้าชัยชนะแบบสุดหืดจับ ด้วยการบุก ชนะเออิบาร์ 1-0 จากประตูชัยนาที 85 ของโทมัส เลอมาร์ และทำให้ลูกทีมของดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ยืนรองจ่าฝูงต่อไป จากการมี 68 คะแนน นำเรอัล มาดริดอยู่ 4 คะแนน

8.ฝั่งเรอัล มาดริดได้ คาริม เบนเซม่า สวมวิญญาณฮีโร่ซัดแฮตทริกใส่แอธ.บิลเบา 3-0 และทำให้คาริม เบนเซม่า กลายเป็นบุคคลประวัติศาสตร์ เพราะตอนนี้ 8 ประตูล่าสุดของเรอัล มาดริด เป็นผลงานของเบนเซม่าทั้งหมด และ คาริม เบนเซม่า ได้ทำลายสถิติของเฟร์นันโด มอริเอนเตส ที่เคยยิงให้สโมสร 6 ลูกติดต่อกันในช่วงปี 1999 

บุนเดสลีกา

9.บาเยิร์น มิวนิค เหนื่อยหนักกว่าจะผ่านแวร์เดอร์ เบรเมน ที่เหลือ 10 คนได้ด้วยสกอร์ 1-0 จากประตูชัยของนิคลาส ซูเล่อ ในช่วงท้ายเกม นั่นทำให้ยังนำเป็นจ่าฝูงต่อไป ด้วยการมี 70 คะแนนจาก 30 นัด 

10.ฝั่งดอร์ทมุนด์ที่ลงแข่งที่หลัง ก็ตามไล่จี้เสือใต้ได้เหมือนเดิม โดยพวกเขาบุกชนะไฟร์บวร์ก 4-0 เรียงหน้ากันยิงทั้ง เจดอน ซานโช่, มาร์โก้ รอยส์, มาริโอ เกิตเซ่ และ ปาโก้ อัลคาเซร์

ตอนนี้ เสือเหลือง ของลูเซียง ฟาฟร์ มี 69 คะแนน ตามหลังบาเยิร์น 1 คะแนน ดั้งนั้นในช่วง 4 นัดสุดท้าย ทั้งเสือเหลืองและเสือใต้ คงไม่เหลือพื้นที่สำหรับความผิดพลาด หากยังหวังครองถาดแชมป์