10 ควันหลงจาก เอฟเอ คัพ และ 4 ลีกใหญ่

8 April 2019
140 VIEWS

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฟุตบอล เอฟเอ คัพ ของอังกฤษ ได้เฉลยชื่อคู่ชิงออกมาแล้ว ซึ่งเป็น แมนฯซิตี้ ที่ได้ตั๋วไปตามคาด ส่วนอีกทีมคือ วัตฟอร์ด ที่ “ตายยาก” เสียเหลือเกิน

ส่วนในพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล ทำได้ตามเป้า เพราะสามารถทวงบัลลังก์จ่าฝูงได้อีกครั้ง เช่นเดียวกับที่ บุนเดสลีกา เยอรมนี ที่จ่าฝูงต้องเปลี่ยนมืออีกครั้ง และมาตกอยู่ในมือของบาเยิร์นแล้วตอนนี้ ขณะที่ในลีก อิตาลี และ สเปน ตำแหน่งแชมป์เริ่มจะเห็นภาพที่ชัดเจนมากขึ้นแล้ว 

เอฟเอ คัพ 

1. แมนฯซิตี้ สามารถทะลุเข้าชิงเอฟเอ คัพ ได้ตามความคาดหมาย จากการเฉือนชนะไบรท์ตัน 1-0 จากประตูชัยของ กาเบรียล เฆซุส ทำให้ แมนฯซิตี้ เข้าชิงฯ รายการนี้เป็นครั้งที่ 11 หลังจาก 10 ครั้งที่ผ่านมา พวกเขาก้าวไปเป็นแชมป์ได้ 5 ครั้ง และเป็นรองแชมป์ 5 ครั้ง แต่ครั้งสุดท้ายที่ แมนฯซิตี้ เข้าชิงฯ พวกเขาจบลงด้วยฝันร้าย พ่ายแพ้ต่อ วีแกน 0-1 เมื่อปี 2013 

2. ส่วนคู่ชิงฯของ แมนฯซิตี้ ก็คือ วัตฟอร์ด ที่สามารถแซงชนะ วูล์ฟแฮมตัน ได้ 3-2 ในช่วงต่อเวลาพิเศษ ทั้งที่ วูล์ฟแฮมตัน เป็นฝ่ายนำก่อน 2-0 แต่มาโดนทีเด็ดของ เคราร์ด เดลโลเฟว ที่ลงมาเป็นซูเปอร์ซับ ซัด 2 ประตู ให้วัตฟอร์ดทะลุเข้าชิงฯ เป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์สโมสรต่อจากเมื่อปี 1984 หรือเมื่อ 35 ปีที่แล้วนั่นเอง สำหรับ แมนฯซิตี้ จะชิงเอฟเอ คัพ กับวัตฟอร์ด ในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้

พรีเมียร์ลีก

3. ลิเวอร์พูล สามารถแซงขึ้นจ่าฝูงได้สำเร็จจากการแซงชนะเซาแธมป์ตัน 3-1 ทั้งที่เป็นฝ่ายตามหลังก่อน โดยโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปลดล็อกยิงประตูแรกได้เสียที หลังจากปืนฝืดมานานแสนนาน และประตูของซาลาห์ ทำให้เขาซัดประตูที่ 50 ในพรีเมียร์ลีก โดยใช้เวลาทั้งหมด 69 นัด ซึ่งเร็วที่สุดในนักเตะ ลิเวอร์พูล แซงหน้า เฟรนานโด ตอร์เรส ที่ใช้เวลา 72 นัด

อย่างไรก็ตาม อลัน เชียร์เรอร์ (66 เกม ) คือนักเตะที่ยิง 50 ประตูเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก โดยมี รุด ฟาน นิสเตลรอย (68 เกม) ตามมาเป็นอันดับ 2 ส่วนสถิติใหม่ของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ อยู่อันดับ 3

4. ตอนนี้ ลิเวอร์พูล มี 82 คะแนน นำ แมนฯซิตี้ อยู่  2 คะแนน แต่หงส์แดงเล่นไปแล้ว 33 นัด มากกว่าเรือใบสีฟ้าอยู่ 1 นัด

5. อาร์เซน่อล แต้มต้องหล่นหายอีกแล้ว จากการบุกไปแพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 จากประตูชัยของ ฟีล จาเกียลก้า ตั้งแต่ต้นเกม โดยลูกทีมของ อูไน เอเมรี่ ถือว่ามีสถิติการเล่นเกมเยือนที่ไม่ดีนัก เพราะพวกเขาแพ้ถึง 7 เกม จากการออกจากบ้าน 11 เกมหลังสุดในทุกรายการ (ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 7) 

นอกจากนี้ อาร์เซน่อล ยังเป็นหนึ่งในสองทีมจากทุกๆทีมใน 4 ดิวิชั่นของฟุตบอลอังกฤษที่ซีซั่นนี้ยังไม่สามารถทำ “คลีนชีท” ได้เลยในเกมเยือน ส่วนอีกหนึ่งทีมที่มีสถิตินี้ก็คือ อิปสวิช ที่อยู่ในเดอะแชมเปี้ยนชิพ

บุนเดสลีกา

6. บิ๊กแมตช์ บาเยิร์น เอาชนะ ดอร์ทมุนด์ ขาดกระจุย 5-0 โดยฝ่ายบาเยิร์นขึ้นนำในครึ่งแรกไปก่อน 4-0 ด้วย และเกมนี้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เบิ้ลประตูใส่ต้นสังกัดเก่าถึง 2 ประตู ซึ่งชัยชนะที่อลิอันซ์ อารีน่า ทำให้ บาเยิร์น แซง ดอร์ทมุนด์ กลับมาเป็นจ่าฝูง ด้วยการมี 64 คะแนน นำเสือเหลืองอยู่ 1 คะแนน ขณะที่เหลือการแข่งขันอีก 6 นัด 

7. นอกจากนี้  เลวานดอฟสกี้ ยังทำสถิติ ยิงอย่างน้อย 20 ประตูในบุนเดสลีกา 7 จาก 8 ฤดูกาลหลังสุดอีกด้วย และ 4 ซีซั่นหลังสุด ที่คู่นี้เตะดวลกันที่บ้านเสือใต้ ฝั่งบาเยิร์น เป็นฝ่ายยำแหลก โดย ซีซั่น 2015-16 บาเยิร์นชนะ 5-1, ซีซั่น 2016-17 บาเยิร์น ถล่ม 4-1, ฤดูกาลที่แล้ว บาเยิร์นถล่ม 6-0 และล่าสุด เสือใต้ชนะไป 5-0 

กัลโช่ เซเรีย อา

8. ยูเวนตุส ใกล้จะเป็นแชมป์อย่างเป็นทางการเข้าไปทุกขณะ เพราะนัดล่าสุดพวกเขาเปิดบ้านแซงชนะคู่ปรับอย่างเอซี มิลาน 2-1  และได้ประตูชัยจากเจ้าหนู มอยเซ่ คีน ก่อนจบเกมแค่ 6 นาที ทำให้ตอนนี้ ยูเวนตุส นำ นาโปลี รองจ่าฝูง ที่ทำได้แค่เสมอ เจนัว 1-1 อยู่ 20 คะแนน ดังนั้น ม้าลาย ต้องการชัยชนะอีกแค่ 1 นัด จาก 7 นัดสุดท้ายของฤดูกาล  ลูกทีมของมัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ก็จะป้องกันแชมป์ลีกอิตาลีได้ทันที

ขณะที่ อินเตอร์ มิลาน อันดับ 3 ฟอร์มฝืด เสมอกับ อตาลันต้า อันดับ 4 แบบไร้สกอร์  0-0 โดยที่เกมนี้มีจังหวะที่ งูใหญ่น่าจะชนะ แต่ เมาโร อิคาร์ดี้  ที่กลับมาเป็นแกนหลักให้กับทีมอีกครั้ง ทว่าเขาทำโอกาสทองหลุดมือแบบน่าเจ็บใจ

ลา ลีกา

9. คู่ใหญ่ประจำสัปดาห์ บาร์เซโลน่า เปิดบ้านชนะ แอต.มาดริด 2-0 จากประตูช่วงท้ายเกมของหลุยส์ ซัวเรส และ ลีโอเนล เมสซี่ แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ การไล่ออกของ ดีเอโก้ คอสต้า กองหน้าตราหมี ตั้งแต่ช่วงกลางครึ่งแรก ซึ่งเวลานี้ รายงานจากประเทศสเปน ระบุว่า กองหน้าทีมชาติสเปน อาจจะมีสิทธิ์โดนแบนยาวจากพฤติการณ์ของเขา ซึ่งมีอันเชื่อได้ว่า ไปพูดจาดูถูก ดูหมิ่น บุพการีของผู้ตัดสิน เฆซุส กิล มานซาโน่ 

จากชัยชนะทำให้ บาร์ซ่า นำ แอต.มาดริด  11 คะแนน และเหลือการแข่งขันเพียงแค่ 7 นัดสุดท้ายเท่านั้น 

10. เรอัล มาดริด ของซีเนอดีน ซีดาน ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง จากการเปิดบ้านแซงชนะเออิบาร์ 2-1 จาก คาริม เบนเซม่า เหมาคนเดียวทั้ง 2 ประตูในช่วงครึ่งหลัง แถมประตูชัยก็มาในช่วง 10 นาทีสุดท้ายอีกแล้ว

ทำให้สถานการณ์ของ เรอัล มาดริด ตอนนี้ถือว่ามีสิทธิ์ฉกชิงอันดับ 2 ของลีกกระทิงได้เหมือนกัน เพราะแต้มตามหลัง แอต.มาดริด เหลือแค่ 2 คะแนนแล้ว