ทิตซิปาส สตอรี – เรื่องราวฉบับย่อของชายผู้ล้ม “บิ๊ก 3” และคว้า ATP ไฟนอลส์ ในปีเดียวกัน

สเตฟานอส ทิตซิปาส
18 November 2019
222 VIEWS

“สเตฟ มีศักยภาพพอที่จะขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกในสักวัน” 

คำพูดคำนี้คงจะไม่ใช่คำพูดที่แปลกประหลาดในทุกวันนี้แล้ว หลัง สเตฟานอส ทิตซิปาส แซงชนะ โดมินิค ธีม และคว้าแชมป์รายการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาอย่าง ATP ไฟนอลส์ มาครองได้สำเร็จ แต่คำพูดด้านบนนั้น เป็นเรื่องแปลกประหลาดมาก ๆ เมื่อมันออกมาจากปาก แพทริก มูราโตกลู โค้ชของ เซเรนา วิลเลียมส์ เมื่อเราวเกือบ 3 ปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ แชมป์ ATP ไฟนอลส์ คนปัจจุบัน ยังเป็น “ใครวะ?” อยู่เลย

อาจจะพูดได้ว่า ทิตซิปาส เกิดมาเพื่อเป็นนักเทนนิส เพราะเขามีแม่เป็นนักเทนนิสอาชีพที่เคยเล่นใน WTA ทัวร์มาก่อน และยังมีพ่อเป็นโค้ชเทนนิส เขาถูกสั่งสอนให้รู้จักกีฬาตั้งแต่สามขวบ และ เมื่ออายุได้หกขวบ พ่อของเขาก็ยัดโปรแกรมซ้อมแบบนักเทนนิสมืออาชีพให้ตั้งแต่เขายังไม่ได้เขาโรงเรียนประถมเลย เขาเคยกล่าวถึงชีวิตวัยเด็กว่า รอบตัวของเขามีแต่เทนนิส จริง ๆ

“ความทรงจำแรกของผมในวัย 3 ปี คือการตีบอลกับพ่อในช่วงเวลาว่างระหว่างการเรียน ผมจำได้ดีว่าผมดูเกมในทีวี เพราะเป็นเด็ก ผมจำไม่ได้หรอกว่า ใครเล่นอยู่ แต่ผมจำได้ว่าผมดูอยู่”

หลังจากถูกจับซ้อมเทนนิสอยู่ราวสามปี ในคืนหนึ่ง ที่ฝรั่งเศส หลังจากที่เขาแข่งทัวร์นาเมนต์ระดับเยาวชนอายุไม่เกิน 12 ขวบจบ เด็กชายสเตฟานอส ทิตซิปาส ในวัย 9 ขวบ ได้ตื่นมากลางดึก เขาตัดสินใจเดินไปหาพ่อของเขาและบอกว่า

“พ่อ ผมมีบางอย่างต้องบอกนะ ผมต้องการจะเป็นนักเทนนิส ผมชอบการแข่งขัน ผมชอบความท้าทาย”

หลังจากนั้นสักพัก ทิตซิปาส ก็เดินหน้าแข่งขันในระดับเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง รู้ตัวอีกทีเขาก็กลายเป็น มือ 1 ของโลกในระดับเยาวชนไปแล้ว และนั่นเปิดโอกาสให้เขาได้รู้จักกับ แพทริก มูราโตกลู โค้ชคนดัง ที่จะเข้ามามีบทบาทในการสอบบางอย่างที่จำเป็นในการเล่นเทนนิสอาชีพให้แก่เขาในวัย 17 ปี จนโค้ชส่วนตัวของ เซเรนา วิลเลียมถึงกับเอ่ยปากประโยคที่ขึ้นต้นบทความนี้มาหลังจากรู้จักกับ “สเตฟ” ได้ไม่ถึง 2 ปี 

“สเตฟ มีศักยภาพพอที่จะขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกในสักวัน” 

หลังจากนั่นเพียงปีเดียว โลกก็ได้รู้จักนักเทนนิสชื่ออ่านยากคนนี้หลังเขาผ่านรอบคัดเลือกไปเล่นในเมนดรอว์ของ เทนนิส ร็อตเทอร์ดัม โอเพ่น ปี 2017 ถึงแม้เขาจะตกรอบแรกเพราะพ่ายต่อ โจ วิลฟรีด ซองกา แชมป์ในปีนั้น แต่นั่นคือก้าวแรก และก้าวสำคัญของเขา ในการเข้าสู่ ATP อย่างเป็นทางการ และหลังจากนั้นแค่ 3 เดือนเศษ เขาก็ผ่านการคัดเลือกไปเล่นในรอบ เมน ดรอว์ ของแกรนด์สแลมแรกใตชีวิต ได้สำเร็จ ที่ โรลังด์ การ์รอส ในปี 2017

การข้ามจากระดับ ATP ชาเลนเจอร์ มาเล่นใน ATP ทัวร์นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทำให้ในปีแรกของการเข้ามาอยู่ในทัวร์ของ ทิตซิปาส เขามือเปล่า ไม่มีแชมป์ ATP ทัวร์รายการไหนติดไม้ติดมือ ยกเว้นแค่ในรายการระดับชาเลนเจอร์ ที่ อิตาลี เท่านั้นแต่ในทางกลับกัน การได้อยู่ในทัวร์ถึงแม้จะไม่ได้แชมป์ แต่มันก็ทำให้เขาก้าวขึ้นมาติดมือวางอันดับ ท็อป 100 ของโลก และจบฤดูกาลที่มือวางอันดับ 89 ของปี 2017 ได้สำเร็จ

ในปี 2018 คือปีที่โลกรู้จักกับทิตซิปาสอย่างแท้จริง เขาทำผลงานได้ดีตั้งแต่ต้นปีในการเข้าถึงรอบ ควอร์เตอร์ ไฟนอลส์ ที่ กาตาร์ โอเพน และหลังจากนั้นก็บุกไปถึงถิ่นของ ราฟาเอล นาดาล และเข้าไปชิงชนะเลิศกับเจ้าถิ่นที่ บาร์เซโลนา โอเพน ได้ด้วย ถึงแม้จะไม่ชนะ แต่สร้างชื่อให้เขาได้ไม่น้อย หลังจากนั้นเขาก็ไปเจอ “ราฟา” อีกครั้งในรอบชิงฯ โรเจอร์ คัพ ปีเดียวกัน และพ่ายไปอีกครั้ง ก่อนมาคว้าแชมป์ ATP รายการแรกในอาชีพที่ สต็อกโฮล์ม โอเพ่น ในอีก 2 เดือนต่อมา

ผลงานตลอดปี 2018 ทำให้เขาพุ่งจากมือ 89 ของโลกมาจบฤดูกาลที่มือ 16 ของโลก และกลายเป็นนักเทนนิสดาวรุ่งอายุไม่เกิน 21 ปี มืออันดับ 2 ทันที และนั่นทำให้เขาได้รับเลือกให้เล่นในรายการ ATP เน็กซ์เจน โดยอัตโนมัติ ซึ่งผลการแข่งขันก็เป็นที่รู้กันว่า ทิตซิปาส คว้าแชมป์รายการนี้มาครองได้สำเร็จ

มาฤดูกาลนี้ เป็นฤดูกาลที่ “สเตฟ” ประสบความสำเร็จที่สุดในอาชีพ เขาเข้าชิงเทนนิส ATP ทัวร์ได้ถึง 5 รายการ และคว้าแชมป์ได้ 2 คือ เอสโตริล โอเพ่น ATP ไฟนอลส์ และในปีเดียวกันนี้ เขายังล้มนักเทนนิสระดับ “บิ๊กทรี” ได้ครบทั้ง 3 คน รวมถึง ราฟาเอล นาดาล คนที่เขาไม่เคยชนะเลยมาตลอดอาชีพด้วย โดยมีแค่เขา กับ โดมินิค ธีม คู่ชิงใน ATP ไฟนอลส์ เท่านั้น ที่ทำสถิตินี้ได้ในปีนี้

มีการวิเคราะห์กันมาสักพักแล้วว่า สเตฟานอส ทิตซิปาส รวมไปถึง โดมินิค ธีม และ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ จะก้าวขึ้นมาเป็น “บิ๊ก 3” ในยุคถัดไป (บางคนก็มองว่า “บิ๊ก 4” โดยรวม ดานีล เมดเวเดฟ ไปด้วย) แทนที่ของ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์, ราฟาเอล นาดาล และ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ เพราะชื่อชั้นและความสำเร็จของพวกเขาที่สร้างขึ้นมาในตอนนี้ ต้องยอมรับว่า “ดีที่สุด” ในนักเทนนิสรุ่นเดียวกันแล้ว

มีเพียงเวลาเท่านั้น ที่จะให้คำตอบได้ว่า สิ่งที่วิเคราะห์กันจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และนอกจากสิ่งที่วิเคราะห์แล้ว ยังรวมถึงคำทำนายของ มูราโตกลู ด้วย คำทำนายที่ว่า 

“สเตฟ มีศักยภาพพอที่จะขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกในสักวัน” 

เกร็ดที่น่าสนใจ

  • ถึงตอนนี้ ทิตซิปาส คว้าแชมป์ ATP ไปแล้ว 4 รายการ จากการเข้าชิง 9 ครั้ง
  • สถิติการเจอ “บิ๊ก 3” ของเขา เป็นรองเพียง ราฟา นาดาล คนเดียว โดยชนะเพียง 1 ครั้ง และแพ้ถึง 5 ครั้ง แต่กับ โนวัค ยอโควิช และ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ เขาชนะ-แพ้ อย่างละ 2 ครั้งเท่ากัน
  • ในนักเทนนิสรุ่นเดียวกัน เขาชอบเจอ ซาชา ซเวเรฟ มากที่สุด โดยชนะได้ 3 จาก 4 ครั้งที่เจอกัน
  • การคว้าแชมป์ ATP ไฟนอลส์ ของเขาในปีนี้ ทำให้เขาเป็นนักเทนนิสอายุน้อยที่สุดนับแต่ เลย์ตัน ฮิววิตต์ ในปี 2001 ที่คว้าแชมป์ได้ในวัย 20 ปี ด้วย