ตัว “จุดกระแส”

15 November 2018
222 VIEWS

ต่อเนื่องจากทริป “โอซาก้า” ที่ไปดู “อุ้ม”, อิเนียสต้า vs. ตอร์เรส ทำให้ได้เห็นเลยครับว่า “กระแส” ซูเปอร์สตาร์นักเตะระดับโลกที่แม้ “โรยรา” ไปบ้าง

มันยังคงมี “อานุภาพ” เพียงไร?

หน้าสนาม วิสเซล โกเบ มี “ของที่ระลึก” สโมสรฯ ขายตามปกติ และเต็มสูบไปหมดในบริเวณเต๊นท์ขายของอย่างเป็นทางการหน้าสนาม

แต่ที่ “ไม่ปกติ” และกลายเป็นความพิเศษอย่างมาก คือ ของที่ระลึก หรือ Merchandise อิเนียสต้า ทุกชนิด มากมาย

ขนาดผมเองยังทนยั่วยวนจนต้องจัด ทีเชิ้ต, พวงกุญแจ, หมวกแก๊ป, ผ้าพันคอ ติดไม้ติดมือมาด้วยเลยครับ

ขณะที่บู๊ธเล็ก ๆ ด้านในของฝั่งทีมเยือน ซากัน โทสุ ก็เช่นกัน แต่เปลี่ยนเป็น เฟอร์นันโด ตอร์เรส

ขณะที่มีของผลิตพิเศษ แต่มีชื่อ และใบหน้าของทั้ง 2 นักเตะทำเฉพาะฟุตบอลแมตช์นี้ขายต่างหากอีกด้วย

เรียกได้ว่า ความคึกคัก “นอกสนาม” ถือว่า ฮอตสุด ๆ เฉพาะอย่างยิ่งของที่ระลึกของทั้ง 2 ผู้เล่นที่ขายหมดเกลี้ยงก่อนเกมเป็นชั่วโมง ๆ

และอย่างที่ผมได้เคยเรียนไว้ “ตั๋วชม” ฟุตบอลนัดนี้ก็ขายหมดเกลี้ยง คนดูเต็มเกินความจุ 30,000 คน และผมต้องซื้อตั๋วผ่านเอเยนซี ออนไลน์ใบละ 4,000 บาท

จะขอ “เจลีก” หรือหน่วยงานพอรู้จัก เช่น Rakuten ก็ไม่เหลือโควต้าให้ เพราะความต้องการเข้าชมในสนามมีสูงจริง ๆ ครับ

นี่แหละ ทั้งอิเนียสต้า และตอร์เรส คือ ตัวจุดกระแส หรือ “คะตะไลต์” ให้เจลีก และฟุตบอลญี่ปุ่นได้อย่างมาก

ทั้งใน และนอกสนามครับ

ไม่ต่างกันกับ สลาตัน อิบราฮิโมวิช ที่เพิ่งซิวรางวัลทั้งลูกยิงสุดสวยประจำปี และตำแหน่งนักเตะหน้าใหม่ยอดเยี่ยมของลีก MLS

สถิติ 22 ประตู 10 แอสซิสต์จากจำนวน 27 นัด ผมถือว่า “โคตรเทพ” สำหรับดาวเตะ แอลเอ กาแล็กซี ที่ได้รับคะแนนโหวตเหนือ เวย์น รูนีย์ แห่งดีซี ยูไนเต็ด

34.99% เหนือ 30.9% ของรูนีย์ คือ ผลโหวตที่ “อิบรา” ได้รับหลังฤดูกาลแรก แต่ยังยอดเยี่ยมไม่พอช่วยต้นสังกัดทะลุรอบเพลย์ออฟฝั่ง เวสต์เทิร์น คอนเฟอเรนซ์

“ผมต้องการได้ลุ้นตำแหน่งแชมป์ และไม่ได้มาที่นี่ (MLS) เพื่อพักผ่อน แต่มาเพื่อความท้าทาย และต้องการโอกาสที่จะเป็นหนึ่งใน MLS ในฐานะทีม ไม่ใช่ตัวบุคคล เพราะตัวผมดีที่สุดอยู่แล้ว แต่ก็ต้องการให้ทีมสามารถแข่งขันได้”

-อิบรา กล่าวถึงการจะต่อสัญญาในซีซั่นหน้าแบบ “มั่นใจ” ตามสไตล์

ด้วยอายุ 37 ปี แต่รักษาร่างกายได้ยอดเยี่ยมเหลือเกิน และทักษะหายห่วง

สลาตัน, รูนีย์ หรือคาร์ลอส เบล่า (ได้รับโหวตอันดับ 3) ก็จะนำหัวขบวนดาวเตะต่างชาติ “สร้างกระแส” ใน MLS ได้ต่อไป

นอกจากสร้างกระแสที่จะมี “ผลดี” ต่อความคึกคักของลีก และฟุตบอลชาตินั้น ๆ แล้ว

ในแง่มาตรฐานที่ดาวเตะค้างฟ้าเหล่านี้นำสู่ลีก คือ โพสิทีฟที่ปฏิเสธไม่ได้

บ้านเรากับนักเตะเกรด ร็อบบี้ ฟาวเลอร์, เจย์ โบธรอยด์, ฟลอรองต์ ซินามา ปองโกล หรือเคยมี คริสเตียน ซีเก้, ปีเตอร์ วิธ หรือกระทั่ง สเวน โกรัน เอริคส์สัน มาทำทีมอยู่พักหนึ่ง

ล้วนแล้วแต่ “จุดกระแส” การตื่นตัววงการฟุตบอลบ้านเรา

ในอนาคต แนวโน้ม ผมเชื่อว่าจะมีโอกาสมากขึ้น และมากขึ้นที่แฟนบอลบ้านเราจะได้เห็น “ซูเปอร์สตาร์” เกรดประมาณนี้ที่ยังเหลือเวลาสัก ก๊อก สองก๊อก สุดท้ายมาค้าแข้งมากขึ้น

กับพีทีที ระยอง ที่มีส่วนดูแลเองอยู่ก็มีรายชื่ออย่าง ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ, กาเบรียล อักบอนลาฮอร์ ถูกนำมาเสนออยู่เหมือนกัน

ทั้งนี้ด้วยคุณภาพ และชื่อชั้นลีกของเราเป็นที่รู้จัก ได้รับการ “ยอมรับ” มากขึ้น

เหนือสิ่งอื่นใด ค่าเหนื่อยระดับ 30,000 USD อัพ ต่อเดือน หรือ 1 ล้านกว่าบาทขึ้นไปกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว และเกิดขึ้นได้สบาย ๆ พร้อมแพ็คเกจครบ ๆ เช่น ตั๋วเครื่องบินชั้น บิสซิเนส คลาส, ที่พัก, รถยนต์, โบนัส, วีซ่า, ภาษี, รักษาพยาบาล ฯลฯ

ทั้งหมด “ไม่ขี้เหร่” เลยครับ

ดังนั้น ถึงเวลานี้ “ไทยลีก” จึงรอเพียงส่วนผสมที่ลงตัว หรือได้นักเตะที่ยังอยู่ในสภาพดี ราคาแตะต้องได้ และชื่อเสียงระดับโลก

เข้ามาสร้างกระแสดี ๆ มากขึ้นทั้งใน และนอกสนามผ่านการทำการตลาด หรือบริหารจัดการผู้เล่นแบบมืออาชีพครับ