อัศวิน (สีส้ม) ผู้กลับมาร้อนแรง

22 March 2019
450 VIEWS

ฤดูกาล 2015-16  เมมฟิส เดปาย แนวรุกทีมชาติเนเธอร์แลนด์ เล่นฟุตบอลแบบไม่เป็นโล้ไม่เป็นพาย กับสโมสร แมนฯยูไนเต็ด ในพรีเมียร์ลีก จนกระทั่งซีซั่นต่อมา ผีแดง ต้องตัดสินใจขายทิ้งให้กับโอลิมปิก ลียง ในลีกเอิง ฝรั่งเศส ชนิดที่ยอมขาดทุน

เพราะตอน แมนฯยูไนเต็ด ซื้อเขามาจาก พีเอสวี  สนนราคา 25 ล้านปอนด์ แต่ผีแดงต้องตัดใจขายให้ ลียง ในราคา 16 ล้านปอนด์เท่านั้น

แต่หลังจากช่วงเวลาอันเลวร้ายบนถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ดูเหมือนว่า เมมฟิส เดปาย จะกลายเป็นคนใหม่ แล้ว เพราะเขาโชว์ฟอร์มโดดเด่นกับโอแอล ตลอด 3 ฤดูกาลที่ผ่านมา

ส่วนกับผลงานทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ภายใต้ยุค หลุยส์ ฟาน กัล, กุส ฮิดดิ้งส์, แดนนี่ บลินด์, ดิ๊ค อัดโวคาท จนกระทั่ง โรนัลด์ คูมัน ในยุคล่าสุด เมมฟิส เดปาย ค่อยๆ ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักในช่วง 4-5 ปีหลังมานี้

นับตั้งแต่คว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2014 จนกระทั่งผลงานทีมชาติตกต่ำ ไม่ผ่านไปเล่นฟุตบอลยูโร 2016 และไม่ได้ไปเล่นฟุตบอลโลก 2018  เมมฟิส เดปาย ก็อยู่กับทีมมาตลอด

ปัจจุบัน ต้องบอกวว่า “อัศวินสีส้ม” กำลังผลัดเปลี่ยนใบ ถ่ายเลือดใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง และผลงานเริ่มจะเข้ารูปเข้ารอย เป็นทรงมากขึ้น โดยการผ่านเข้าสู่รอบรองฯ ฟุตบอลยูฟ่า เนชั่น ลีก เป็นเครื่องยืนยัน ทั้งที่เนเธอร์แลนด์ อยู่กลุ่มสุดหินกับ เยอรมนี และแชมป์โลก ฝรั่งเศส 

ส่วนผลงานการออกสตาร์ต รอบคัดเลือกยูโร 2020 “อัศวินสีส้ม” ก็ประเดิมได้อย่าง ‘เฉียบ’ โดยเฉพาะผลงานส่วนตัวของ เมมฟิส เดปาย ที่มีส่วนร่วมกับ 4 ประตู  (ยิง 2 จ่าย 2 ) ในเกมที่ เนเธอร์แลนด์ ถล่ม เบลารุส 4-0

หากย้อนเข็มนาฬิกากลับไปในช่วง 1-2 ปีหลัง เดปาย คือบุคคลผู้ทรงอิทธิพลในเกมรุกของ “อัศวินสีส้ม” เป็นอย่างยิ่ง เพราะทำผลงานได้อย่างสุดยอด 14 นัดหลังสุดในนามทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ของ เมมฟิส เดปาย ซัดไปถึง 10 ประตู กับ 4 แอสซิสต์ 

แม้วัยของ เดปาย จะเพียงแค่ 25 ปี แต่เขาได้กลายเป็นแข้ง “ซีเนียร์” ของทีมชาติไปแล้ว จากการติดทีมชาติ 45 นัด ยิงไปทั้งสิ้น 15 ประตู โดยในทีมชาติชุดปัจจุบันไม่มีใครยิงประตูได้มากกว่าเขาอีกแล้ว  

ส่วนจำนวนนัดในการเล่นทีมชาติ ก็มีเพียง ไรอัล บาเบิ้ล, จอร์จินิโอ ไวจ์นาดุม , ดาลี่ย์ บลินด์ และ ยาสเปอร์ ซิเลสเซ่น ที่ลงเล่นในนามทีมชาติมากกว่า เดปาย 

หาก เดปาย ยังคงรักษามาตรฐานของตัวเองได้ต่อไป เขาน่าจะนำพา “อัศวินสีส้ม” กลับมาสู่เวทีระดับโลกได้อีกครั้ง โดยทัวร์นาเมนต์ยูโร 2020 น่าจะเป็นรายการแรกที่ “อัศวินสีส้ม” คัมแบ็กสู่เส้นทางที่ควรจะเป็น