ซาวน์เดอร์ส ปิดยุคสมัยของ รูนีย์-อิบราฯ ด้วยการคว้าแชมป์ MLS คัพ

ซีแอตเทิล ซาวน์เดอร์ส
11 November 2019
241 VIEWS

ท่ามกลางศึกอเมริกันฟุตบอล NFL ที่ดุเดือดในช่วงกลางฤดูกาล และ ศึกบาสเก็ตบอล NBA ที่เพิ่งเปิดฤดูกาลให้แฟนกีฬาอเมริกันได้หายคิดถึงกันสด ๆ ร้อน หน้าข่าวการคว้าแชมป์ MLS คัพ ของ ซีแอตเทิล ซาวน์เดอร์ส เป็นสมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์สโมสร ไม่เป็นที่พูดถึงในหน้าสื่อเท่าไหร่นัก แม้กระทั้งสื่อในสหรัฐอเมริกาเองก็ตาม

แต่ถึงอย่างนั้น เกมชิงชนะเลิศของ MLS คัพ ที่ เชนจูรี ลิงก์ ฟิลด์ ปีนี้ ก็สามารถสร้างสถิติการมีคนดูเข้าสนามมากที่สุดของสโมสรขึ้นมาใหม่ที่ 69,274 คน ซึ่งยอดทีมจากฝั่งตกวันตก ก็ไม่ทำให้แฟน ๆ ในสนามผิดหวัง หลังถล่มทีมแชมป์เก่าปี 2017 อย่าง โตรอนโต เอฟซี ไปอย่างขาดลอย 3-1 คว้า MLS คัพ สมัยที่ 2 มาครองได้สำเร็จ

ซีแอตเทิล ได้รับสิทธ์เป็นเจ้าบ้านในรอบชิงชนะเลิศปีนี้ หลังมีสถิติในฤดูกาลปกติ ดีกว่าทีมจาก แคนาดา โดยเกมคู่นี้ ไม่ใช่เกมที่ถูกหมายว่าจะเป็นเกมรอบชิงชนะเลิศเลย เนื่องจากในรอบรองชนะเลิศ (หรือที่เรียกว่ารอบชิงแชมป์สาย) มีชื่อของ แอตแลนตา ยูไนเต็ด ในสายตะวันออก และ ในสายตะวันตก ก็มีชื่อของ ลอสแองเจลิส เอฟซี ซึ่งทั้งคู่เป็นต่อกว่าในการเข้ามาชิงฯ แต่กลายเป็นว่า โตรอนโต บุกเฉือด แอตแลนตาได้ เช่นเดียวกับที่ ซีแอตเทิล บุกเชือด แอลเอ ทำให้ทั้งคู่ต้องกลับมาเจอกันอีกครั้ง

นี่เป็นการเข้ามาชิงชนะเลิศกันเป็นครั้งที่ 3 ของ ซีแอตเทิล กับ โตรอนโต ซึ่งเป็นคู่ชิงที่เจอกันบ่อยที่สุดของ MLS คัพ เท่ากับการเจอกันของ แอลเอ กาแล็กซี พบ นิวอิงแลนด์ เรโวลูชัน โดยก่อนหน้านี้ ทั้งคู่ผลัดกันชนะมาทีมละครั้ง และครั้งนี้กลายเป็นทีมจากมลรัฐวอชิงตันที่คว้าแชมป์สมัยที่ 2 ได้ก่อน

โดยในเกมครึ่งแรกไม่มีสกอร์ แต่ครึ่งหลังกลับมีถึง 4 ประตู โดยเป็นเจ้าบ้านนำก่อนถึง 3-0 จาก เควิน เลียร์แดม นาที 57, วิคตอร์ โรดริเกวซ นาที 76 และ ราอูล รุยดิอาซ นาที 90 ก่อนที่ โจซี อัลติดอร์ จะมาตีไข่แตกให้ทีมเยือนในนาที 90+3 แต่ก็สายเกินไป ทำให้ชัยชนะตกเป็นของเจ้าบ้านในท้ายที่สุดด้วยสกอร์ 3-1

การได้แชมป์ครั้งนี้ของ ซาวน์เดอร์ส เปรียบเสมือนการปิดฉากยุคสมัยของ MLS ที่มีสตาร์ดังจากยุโรปอย่างแท้จริง เมื่อ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ตัดสินใจเลิกเล่น ส่วนเวย์น รูนีย์ ก็บรรลุข้อตกลงในการย้ายไป ดาร์บี เคาน์ตี แล้ว ขณะที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ก็มีข่าวร่ำ ๆ กับทีมยุโรปมากมายโดยเฉพาะกับ เอซี มิลาน ใน กัลโช เซเรีย อา ทำให้เหลืออดีตนักเตะที่มีชื่อเสียซึ่งเคยค้าแข่งในยุโรปอยู่หยิบมือเท่านั้น อาทิ แบรด กูซาน ของ แอตแลนต้า ยูไนเต็ด, โจนาธาน ดอส ซานโตส ของ แอลเอ กาแล็กซี, คาร์ลอส เวล่า ของ ลอสแองเจลิส เอฟซี รวมไปถึง นานี ของ ออร์แลนโด ซิตี เท่านั้น

แน่นอนว่าการจากไปของสิ่งเก่า จะมาคู่กับสิ่งใหม่ โดยในปีหน้า MLS จะมีทีมเพิ่มอีก 2 สโมสร คือ แนชวิลล์ เอสซี และ อินเตอร์ ไมอามี สโมสรที่มี เดวิด เบ็คแฮม ร่วมเป็นเจ้าของด้วย

แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น ในตอนนี้ต้องบอกว่า MLS 2019 ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการ เรียบร้อยแล้ว!

เกร็ดน่าสนใจ

  • เกมชิงชนะเลิศ MLS คัพ ที่มีผู้ชมมากที่สุด คือเกมชิงชนะเลิศในปีก่อนที่ สนาม เมอร์ซีเดส เบนซ์ สเตเดี้ยม ที่ แอตแลนตา ยูไนเต็ด ชนะ พอร์ตแลนด์ ทิมเบอร์ส 2-0 มีคนดูในสนามถึง 73,019 คน
  • แอลเอ กาแล็กซี เป็นทีมที่เข้าชิงชนะเลิศมากที่สุด 9 ครั้ง และได้แชมป์ 5 สมัย
  • นิวอิงแลนด์ เรโวลูชัน เป็นทีมที่เข้าชิงฯ มากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 คือ 5 ครั้ง แต่ไม่เคยได้แชมป์เลยแม้แต่ครั้งเดียว
  • เจ้าของทีม นิวอิงแลนด์ เรโวลูชัน คือ โรเบิร์ต คราฟต์ ซึ่งเป็นเจ้าของ นิวอิงแลนด์ แพทริออตส์ ในศึก NFL ด้วย
  • ขณะที่ เรโวลูชัน เข้าชิงแล้ววืดหมด แต่ แพทริออตส์ ได้แชมป์ซูเปอร์โบวล์ มาแล้ว 6 สมัย