สิ่งที่คนมองข้ามลิเวอร์พูล

17 September 2018
2,601 VIEWS

เป็นอีกวันที่นั่งอ่าน “Sky Sports” แล้วเจอประเด็นที่ชอบซึ่ง “แกะ” ได้จากคอมเมนต์ของ แกรม ซูเนสส์ และร็อบบี้ คีน ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่นักวิเคราะห์เกมให้กับช่องทีวีบอกรับสมาชิกอันดับหนึ่งของอังกฤษนี่แหละครับ

“นี่คือทีมลิเวอร์พูลซึ่งดีที่สุดนับจาก ค.ศ.1990 ที่ได้แชมป์ลีกสูงสุดครั้งสุดท้าย”

“หากใครจบด้วยอันดับที่สูงกว่าลิเวอร์พูล ทีมนั้นแหละ ‘แชมป์’ ในฤดูกาลนี้”

“ได้เห็นการผ่านบอล และเคลื่อนที่ของ 3 ตัวบนลิเวอร์พูล มาเน่, เฟียร์มิโน่ และซาลาห์ แล้ว นี่มันบาร์เซโลน่ายุครุ่งโรจน์เลยนะ”

3 ประโยคข้างต้นมาจาก แกรม ซูเนสส์ อดีตกัปตันทีมหงส์แดง ยุครุ่งเรือง 80s แต่คือจุดเริ่มต้นพาลิเวอร์พูลร่วงบัลลังก์หมายเลข 1 ของเกาะอังกฤษในยุค 90s ในฐานะกุนซือครับ

ขณะที่ คีน ซึ่งมาในบทบาทอดีตนักเตะสเปอร์ส และช่วงหนึ่งกับ ลิเวอร์พูล กล่าวชื่นชมหงส์แดงเช่นกัน เด็ดสุด คือ เอ่ยว่า “ไม่ปีหน้าก็ปีหน้าลิเวอร์พูลจะคว้าถ้วยพรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ หรือไม่ก็แชมเปี้ยนส์ ลีก”

ฟังแล้ว “ปลื้ม” ตัวจะลอย ณ จุด ๆ นี้สำหรับแฟน ๆ หงส์แดงที่หากเชลซีไม่ได้มีประตูได้เสียดีกว่าจากชัยชนะ 5 นัดรวดในลีกเหมือนกัน

“เดอะ ค็อป” ก็คงอยากจะหยุดฤดูกาลไว้ตรงนี้แล้วแหละครับ

แต่จะว่าไปแล้ว แม้จะติ๊ต่างว่าได้ “แชมป์” จริง ๆ แต่อีกใจใคร ๆ ก็คงอยากเห็น อยากเสพ “อรรถรส” การชมลิเวอร์พูลไปอีกนาน ๆ หากยังรักษาผลงานได้แบบนี้

จำนวนประตูที่ทำได้ ความสนุกสนาน เร้าใจในการรับชม รวมถึงความคิดสร้างสรรในเกม ล้วนเป็น “จุดเด่น” อย่างยิ่ง

เกมรับที่ดีขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งการ “เติบโต” ของ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ คู่กับ โจ โกเมซ ที่ “แยกคู่” อาจไม่ดีเท่า “เขย่า” รวมกัน เพราะคนพี่มีความนิ่ง ประสบการณ์ และลูกกลางอากาศ

คนน้อง โดดเด่นในเรื่องความเร็ว และพัฒนาการอ่านเกม ตัดเกมได้ดีขึ้นโดยได้ความ “แข็งแกร่ง” กับลูกเก๋าของ VVD ประคับประคอง

กองกลาง 3 ตัวไม่ต้องพูดถึง เช่นเดียวกับฟูลแบ็ค 2 ข้างกับนายทวาร

ทั้งหมดกำลัง “ผสมผสาน” ได้อย่างกลมกล่อม กลายเป็นทีมที่น่าตื่นตา และตื่นใจ

เหล่านี้เป็น “ภาพรวม” ที่ทุกคนกำลังกล่าวถึง ลิเวอร์พูล และเยอร์เก้น คลอปป์

แต่ประเด็นของเรื่องวันนี้อยู่ที่คำว่า “work-rate” หรือพลังในการทำงาน

คีน ยกให้ “ปัจจัย” เรื่องความขยันทำงานของทั้งทีมเป็น “มูลเหตุ” แห่งชัยชนะ พร้อมเสริมว่า นักเตะลิเวอร์พูลเตะบอลกันราวกับเป็นฟุตบอลถ้วยนัดไฟนอล

ส่วน “ซูอี้” กล่าวว่า ลิเวอร์พูลทำงานกันแบบ work their socks off แปลว่า เตะกันจน “ถุงเท้า” (socks) หลุดลุ่ยลงมา อันเป็นการเปรียบเปรยถึงคน (นักบอล) ที่ทำงานในสนามอย่างหนัก

ด้วยการทำงานอย่างเข้มเข้น หรือเป็นฟุตบอลที่มี Intensity นี้เองทำให้ สเปอร์ส ประสบความยากลำบากในการเล่น

หรือไม่มีทั้ง “เวลา” และ “พื้นที่” ให้ได้หายใจหายคอเล่นฟุตบอล

ครับ ที่ผมเขียนเรื่องนี้ก็เพราะ บางคนอาจมองลิเวอร์พูล หรือหากเทียบกับเรื่องทั่วไปในโลกว่า ดูดีสวยงาม ตระการตา ตาม “ฉากหน้า” ที่ได้เห็น

แต่แท้จริงแล้ว ภายใต้ความสวยงาม (ที่อาจจะตามมาด้วยความสำเร็จ) มันมีความขยันหมั่นเพียร การต้องอดทน ต้องทำงานหนักควบคู่ประกอบกันไป

การที่ลิเวอร์พูลเล่นได้ดี ยิงได้เยอะ และคู่ต่อกรเล่นไม่ออก หาใช่เพราะความ “เก่ง” โดนกำเนิด หรือพรสรรค์ของนักเตะอย่างเดียว

แต่เป็นเพราะการทำงานอย่างหนัก “ร่วมกัน” ด้วยเช่นกัน ซึ่งมีความสำคัญเหนือเรื่องอื่นใด

“เก่ง ขยัน และอดทน” นี่คือ DNA ของทีมแชมป์ และคนที่ประสบความสำเร็จครับ