ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับ วีเออาร์ แต่ไม่ได้มาจากพรีเมียร์ลีก

วีเออาร์

แม้จะมีข้อเรียกร้องจากแฟนบอล ให้มีการปรับปรุงเทคโนโลยี วิดีโอช่วยการตัดสิน หรือ วีเออาร์ มากแค่ไหน แต่สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ และ พรีเมียร์ลีก เองก็ยังใจแข็ง และไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย นอกจากอนุญาตให้ผู้ตัดสินไปดูภาพช้าจากจอมอนิเตอร์ข้างสนามได้เมื่อจำเป็นเท่านั้น แต่กฎข้ออื่น ๆ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะข้อเรียกร้องจากแฟน ๆ ที่ อยากเห็นการเรียกขอดู วีเออาร์ จากทางสตาฟฟ์โค้ชฝั่งที่มีส่วนได้เสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง

แต่ที่อิตาลี ต่างออกไป เมื่อสมาคมสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี หรือ เอฟไอจีซี จัดการทดลองครั้งสำคัญเกี่ยวกับกฎการขอดู วีเออาร์ ที่อาจจะเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลไปอีกครั้ง เมื่อพวกเขามีการอนุมัติให้มีการขอ “ชาเลนจ์” ด้วยการการดู วีเออาร์ ได้เป็นลีกแรกในยุโรป 

การตัดสินใจดังกล่าวเป็นผลมาจากการที่หลายสโมสรใน กัลโช เซเรีย อา มีข้อเรียกร้องต่อ เอฟไอจีซี ตรงกัน ถึงการข้อให้มีการดูภาพช้าจากในสนามอีกครั้ง หากมีข้อเรียกร้อง หรือ ท้วงติงจากทีมใดทีมหนึ่งที่มีส่วนได้หรือเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสนาม แม้ในเหตุการณ์นั้นจะไม่มีการข้อรีวิวดูภาพช้าจากกรรมการที่ควบคุม วีเออาร์ บนบูธรีวิวก็ตาม ซึ่งนั้นนำมาสู่กฎการ “ชาเลนจ์” ที่ว่านี้

กฎการของ “ชาเลนจ์” ในลักษณ์นี้ มีให้เห็นเป็นเรื่องปกติในกีฬาอาชีพของสหรัฐอเมริกา ทั้ง อเมริกันฟุตบอล หรือ ฮอกกี้น้ำแข็ง รวมไปถึงกีฬาสากลอย่าง เทนนิส หรือแม้แต่วอลเล่ย์บอล ที่มองการตัดสินผิดพลาดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกันได้ และ เป็นส่วนหนึ่งของเกม ส่วนการขอชาเลนจ์เปรียบเสมือนการรักษาสิทธิ์ และ ประโยชน์ในจังหวะการเล่นนั้น ๆ หรือ แต้มนั้น ๆ ของแต่ละทีม

จริง ๆ แล้ว ลีกอิตาลี ในศึก กัลโช เซเรีย อา เป็นลีกแรก ๆ ในยุโรป ที่นำเอา วีเออาร์ มาใช้ และแน่นอน พวกเขาใช้มันก่อนลีกดังอย่างพรีเมียร์ลีก ดังนั้น ช่องว่างของกฎตรงนี้ พวกเขาจึงค้นพบมันก่อน และ เล็งที่จะใช้การชาเลนจ์เพื่อแก้ปัญหานี้ก่อนตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง จนมาถึงการร้องขอครั้งล่าสุดของสโมสรสมาชิกที่น่าจะมีจำนวนเกินครึ่งของสมาชิกทั้งหมดจากการประชุมครั้งล่าสุดในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา

โดย กาบรีเล กราวินา ประธานของ เอฟไอจีซี ยอมรับว่า การขอชาเลนจ์จากโค้ลข้างสนาม จะเป็นการเพิ่มความเข้มข้นในการตัดสินจากการดู วีเออาร์ ไปอีกระดับ และมันน่าจะช่วยลดข้อครหาต่อภาพลักษณ์ของ เซเรีย อา ที่กำลังมีการแข่งขันอย่างเข้มข้นในช่วงท้ายฤดูกาลได้ด้วย

คำพูดของประมุขลูกหนังอิตาลี ได้รับการยืนยันว่าควรมีการให้ใช้การชาเลนจ์หลังจากนั้นไม่ถึงวัน เมื่อ เกิดจังหวะปัญหาในการให้ลูกที่จุดโทษ จากจังหวะแฮนด์บอลของ เอซี มิลาน ซึ่งนำมาสู่ประตูตีเสมอของยูเวนตุส และมีการถกเถียงกันมาตั้งแต่บอลจบถึงความเหมาะสมในการเป็นลูกที่จุดโทษ แต่อย่างไรก็ตาม จังหวะดังกล่าว กรรมการ เปาโล ลาเลรี ก็ได้มีการวิ่งไปดูภาพช้าจากวีเออาร์ที่ข้างสนามซ้ำอีกครั้งก่อนตัดสินแล้วด้วย

จังหวะดังกล่าว ที่กลายเป็นปัญหา เพราะ ดาวิเด คาลาเบรีย หันหลังให้ลูกและไม่มีวี่แววในการมองเห็นบอล ซึ่งทำให้เป็นที่ถูกเถียงกันว่า ถ้านักเตะไม่เจตนาแล้วมันสมควรจะเป็นลูกแฮนด์บอลหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หลังจบเกม สเตฟาโน ปิโอลี โค้ชของเอซี มิลาน ก็ออกมาเรียกร้องให้มีการชี้แจงให้ชัดเจนเรื่องกฎการแฮนด์บอลอีกครั้ง และทำให้มีการถกเถียงกันในมุมกว้างทีเดียว

นั่นทำให้เชื่อกันว่า ถ้าหากในจังหวะอื่น ๆ ที่อาจจะเป็นหวะเกมเร็ว แล้วมีเหตุการณ์เกิดขึ้นแต่ไม่มีการขอดู วีเออาร์ จากกรรมการ การขอชาเลนจ์ อาจจะเป็นทางออกที่แฟร์ที่สุดก็ได้



RELATED POSTS

Thought

แพ้ “เพรสซิ่ง + เคาน์เตอร์แอตแทค” ถึงลุงวัช โดนปลดกลางอากาศ

ไข่มุกดำ

เป็นความพ่ายแพ้ด้วยสกอร์ไลน์ที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน: ช้างศึก 1- 4 อินเดีย จบครึ่งแรกด้วยเปอร์เซนต์การครองบอลของ “ช้างศึก” ไทยแลนด์ เหนือกว่าอินเดีย 66:34% และโอกาสยิง 8:6 ครั้งที่เด็ก ๆ ของ มิโลวาน ราเยวัช ยิงเข้ากรอบมากกว่าที่ 8:4 ครั้ง ความรู้สึกของผมคือ:

Feature

แข้งแห่งอนาคต : เดวิด เนเรส – แนวรุกขาล็อก

Mr.BOSTON

ผ่านมา 1 เดือน กับตลาดนักเตะในช่วงซัมเมอร์ปี2019 แต่ก็ยังไม่มีดีลใหญ่ ๆ ให้รู้สึก “ว้าว” กันแบบที่ควรจะเป็น โดยบรรดาบิ๊กเนมที่ถูกคาดหมายว่าจะมีการย้ายทีม ก็ไม่มีใครย้ายทีมอย่างเป็นชิ้นเป็นอันเลยสักคน นั่นยังรวมไปถึงบรรดาสตาร์ดาวรุ่งด้วย

Talk

#footballmemory ขออย่า “ยอมแพ้” 💪

ไข่มุกดำ

จำได้ว่า ตอนนั้นเป็นเดือน พ.ค.2012 ผมเพิ่งออกจากงานที่ “ทรู วิชั่นส์” และยัง “คัน ๆ” อยากมาร่วมงานออนกราวด์ กิจกรรมชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีก เหมือนที่เคยมี “ส่วนร่วม” ในการจัดงานมาตลอด 4 ปี