ความเปลี่ยนแปลงใน เฟนเวย์ ปาร์ค ที่อาจส่งผลสะเทือนถึง แอนฟิลด์

เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป
7 February 2020
33,512 VIEWS

เมื่อวานนี้ (6 กุมภาพันธ์) มีข่าวใหญ่สะเทือนวงการของศึก เมเจอร์ลีก เบสบอล ที่อาจจะส่งผลถึงอนาคตของทีมลิเวอร์พูลไม่มากก็น้อย (อย่างไร ค่อนเดี๋ยวว่ากัน) คือข่าวที่ บอสตัน เรด ซ็อกซ์ มหาอำนาจจากอเมริกันลีก ตัดสินใจเทรด 2 สตาร์ดังออกจากทีมได้แก่ มูกกี เบ็ตส์ และ เดวิด ไพร์ซ ไปให้กับ ลอสแองเจลิส ด็อดเจอร์ส ทีมดังจาก เนชันแนลลีก แลกกับ อเล็กซ์ เวอร์ดูโก และ บรูสดาร์ เกรเตโรล 

สำหรับแฟนฟุตบอลที่ไม่ได้ตาม เบสบอล อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ก็คงไม่คุ้นชื่อของทั้ง มูกกี เบ็ตส์ และ เดวิด ไพร์ซ แต่เขาทั้ง 2 คนเป็นซุเปอร์สตาร์ไม่ใช่แค่ของทีม แต่เป็นสตาร์ดังของวงการด้วย ถ้าให้เปรียบเทียบคงไม่ต่างกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน หรือ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ของ ลิเวอร์พูล เลยก็ว่าได้ โดยการเทรดครั้งนี้ว่ากันว่า เรด ซ็อกซ์ ต้องการเคลียร์เพดานเงินเดือน เพื่อสร้างทีมขึ้นมาใหม่ เพราะทั้ง 2 คนกินค่าจ้างของทีมเยอะทีเดียว และทำให้ทีมต้องใช้เงินเกินเพดานค่าจ้าง ซึ่งต้องเสียเงินค่าปรับที่เรียกว่า “ลักชูรี แท็ก” ให้ทางเมเจอร์ลีกอีกต่างหาก

ปี 2019 ที่ผ่านมา เรด ซ็อกซ์ เสียเงินค่าจ้างนักกีฬาทั้งปีไปถึง 242.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 7,560 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นเงินที่มากที่สุดในลีก และมากกว่ามหาอำนาจอย่าง นิวยอร์ก แยงกีส์ กับ ชิคาโก คับส์ ด้วยซ้ำ นั่นหมายความว่าการลาจากของ เบ็ตส์ และ ไพร์ซ ต้องมาถึงในไม่ช้าอยู่แล้ว

แต่การที่ เรด ซ็อกซ์ ซึ่งบริหารงานโดย เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป ตัดสินใจเทรด 2 ขวัญใจของทีมไปให้ ด็อดเจอร์ส พร้อม ๆ กันแบบนี้ มันหมายความว่าฝั่งผู้บริหาร “ไม่ได้แคร์” ความรู้สึกของแฟน ๆ สักเท่าไหร่ เพราะหลังจากเหตุการณ์นี้ ทางทีมโดนแฟน ๆ กร่นด่า สาปแช่งมากมาย แฟนหลายคนออกมาร้องไห้ให้สตาร์ที่พวกเขารัก ซึ่งพาทีมคว้าแชมป์เวิลด์ ซีรีย์ เมื่อ 2 ปีก่อนกันอย่างระงม

แน่นอนว่า FSG มีทางเลือกอื่นที่ละมุนละม่อมมากกว่านี้ อย่างเช่นเทรดไปทีละคน หรือ เทรดไปคนเดียว แต่พวกเขาเลือกจะใช้ยาแรง แน่นอนว่าวิธีพวกเขาเลือกมันต้องได้ปฏิกิริยาตอบสนองแบบนี้อยู่แล้วซึ่งพวกเขารู้ดี แต่ถ้ามองเป็นธุรกิจ นี่เป็นโอกาสที่จะทำให้ทีมกลับมายิ่งใหญ่ได้เร็วที่สุด เพราะเมื่อพวกเขาเคลียร์เพดานค่าจ้างเรียบร้อยแล้ว ทีมก็จะมีโอกาสเช็นสัญญาผู้เล่นราคาแพงเข้าทีมได้อีกครั้ง ทำให้ เรด ซ้อกซ์ มีโอกาสลุ้นแชมป์ครั้งต่อไปได้ใน 3-5 ปี แต่ถ้าไม่ใช่แบบนี้ พวกเขาอาจจะต้องรอนานกว่านั้น หรืออาจถึง ทศวรรษ ก็ได้

นี่เป็นวิธีบริหารงานแบบ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป ที่แฟน ๆ หงส์แดงก็เคยเห็นกันมาก่อนแล้วกับ กรณีของ ฟิลิปเป คูตินโญ ที่พวกเขาปล่อยตัวออกไปด้วยค่าตัว 142 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าตัวที่เรียกได้ว่า แพงหูฉี่ และมันคุ้มค่ามาก ๆ เพราะนั่นเป็นเงินที่นำมาซึ่ง อลิสซง เบคเกอร์ และ เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ซึ่งกลายเป็นกำลังสำคัญให้ทีมคว้าแชมป์ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก และกำลังจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีนี้

แต่เหตุการณ์นี้ ก็ย้ำเตือนแฟน “หงส์แดง” เช่นกันว่า นักเตะอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน หรือ ฟาน ไดจ์ค เอง ถ้าพวกเขาได้เม็ดเงินที่น่าพอใจ ก็มีโอกาสที่พวกเขาจะปล่อยนักเตะเหล่านี้ออกไป เพื่อทำกำไร และเอาเงินที่ได้มาบางส่วนไปให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ซื้อนักเตะมาทดแทน

แม้การบริหารงานภายใต้ จอห์น ดับเบิลยู เฮนรี และ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป พวกเขาจะทำทีมทั้ง เรด ซ็อกซ์ และ ลิเวอร์พูล ประสบความสำเร็จอย่างที่มีแชมป์เป็นตัวการันตี แต่ต้องอย่าลืมว่า ไม่ว่าจะ เบสบอล หรือ ฟุตบอล สำหรับพวกเขาก็ถือเป็นธุรกิจอย่างหนึ่ง

เป็นธุรกิจ ที่จะต้องทำให้ประสบความสำเร็จ….และได้กำไรสูงสุด!