ฟันเฟืองเล็ก ๆ

จากภาพจะเห็น อังเดร เอร์เรร่า วิ่งมาจากไกล ๆ ร่วมแสดงความยินดีกับ มาร์คัส แรชฟอร์ด และเพื่อน ๆ หลังประตูชัย 2-1 ‘ทดเจ็บ’ เหนือบอร์นมัธ

ครับ นั่นคือ “ภาพความจริง” ในชีวิตจริงของนักเตะสแปนิชกับทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ด้วยเช่นกัน

อารมณ์ประมาณ “ไอ้เรามันตัวสำรองคนหนึ่ง” หรือ “คนข้างล่าง” หรือ “คนข้างหลัง” อะไรแบบนั้น

หรือสรุปง่าย ๆ คือ “คนไม่สำคัญ!”

“ผมรู้สึกว่า เราจำเป็นต้องมีเค้าเพื่อลงไปสร้างสมดุล และช่วงชิงบอลให้เร็วขึ้น ผมชอบการเปลี่ยนตัวนี้มาก (เอร์เรร่า แทนเฟร็ด นาทีที่ 56) มันทำให้ทีมเล่นได้ดีขึ้น”

จากบทสัมภาษณ์ เอื้อนเอ่ยของ โจเซ่ มูรินโญ่ ข้างต้นทำให้เห็นความ “สำคัญ” ที่ซ่อนอยู่ของมิดฟิลด์วัย 29 ปีที่ขยัน และใจสู้คนนี้

แน่นอนครับ หากไม่ใช่นักเตะที่ทำผลงานได้โดดเด่น สม่ำเสมอ อย่าง ดาวิด เด เกอา; นักเตะ “ทุ่มเท” เกิน 100% แบบเอร์เรร่า คือ ผู้เล่นที่แฟนบอลชื่นชอบ

แต่จะด้วยเพราะเหตุใดตั้งแต่สภาพความพร้อมของร่างกาย หรือมูรินโญ่ เห็นคนอื่นดีกว่า เหมาะสมกว่า ฯลฯ

เอร์เรร่า จึงไม่ค่อยได้รับโอกาสเท่าไหร่!?

เสมือนมีความสำคัญน้อยกว่าผู้เล่นตัวจริงที่จับจองพื้นที่ในแดนกลางอย่าง มาติช, ป๊อกบา, เฟรด, แม็คโทมิเนย์ หรือเฟลไลนี

แต่เอาเป็นว่า จากคำพูดมูรินโญ่ข้างต้นทำให้เรา ๆ ท่าน ๆ น่าจะได้ยิน “คีย์เวิร์ด” ซึ่งเป็น key attribute ในตัว อังเดร เอร์เรร่า แล้วนั่นคือ ความสามารถในการ “สร้างสมดุล” และเพิ่มไดนามิคให้เกม

จบเกมวันเสาร์ที่ผ่านมาแต่เป็นคู่ tea time ระหว่างอาร์เซนอล และลิเวอร์พูล

ประเด็นคล้าย ๆ กันได้เกิดขึ้นจากผลงานแดนกลางของอาร์เซนอลที่ทำหน้าที่ได้ดีโดยเฉพาะ “คู่กลาง” ลูคัส ตอร์เรร่า กับกรานิต ชาก้า

มีการเปิดเผยสถิติการผ่านบอล โน่นนี่นั่น ของชาก้า มากมายว่าเป็นรองเพียงแค่ จอร์จินโญ่ เท่านั้นในพรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้

ความดีความชอบถูกยกไปให้ อูไน เอเมรี่ ที่สามารถวางระบบ และ “เค้นฟอร์ม” ดาวเตะสวิสได้

เช่นกัน มีการพูดถึงแท็คติกส์ใช้ ตอร์เรร่า มา “ปัดเป่า” ด้านหน้า มุสตาฟี และโฮลดิ้ง ขณะที่ชาก้า จะเป็น “ช่างเชื่อม” บอลไปสู่ โอซิล ที่ไม่ต้องพะวงเกมรับมากนัก

ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นคู่ ตอร์เรร่า – ชาก้า หรือตอร์เรร่า – เกนดูซี ต่างก็ถือว่า “ดูสมดุล” เหมือนกัน เพราะดาวเตะร่างเล็กแต่ใจใหญ่จากอุรุกวัย คือ “จิ๊กซอว์” ชิ้นนั้น

ชิ้นที่ทำให้ อาร์เซนอล ทั้งทีมเกิด “บาลานซ์” และเล่นกันได้ดีทั้งทีมแบบที่เห็น ณ เวลานี้

ทำไม ป๊อกบา, ลูคาคู หรือแม้แต่ มาตา, มักซิญัล, แรชฟอร์ด, ลินการ์ด ที่ 4 รายหลังไม่ได้ “ขี้เหร่” แต่น่าจะทำได้ดีกว่านี้ เล่นได้เพียงแค่นี้

หรือทำไมแผงหลังจึง “หลุดลุ่ย” ได้ง่ายเสมือนไม่ได้ถูก “ช่วยสกรีน” ป้องกันจากผู้เล่นตำแหน่งอื่น ๆ

ผมไม่ได้บอกว่า เนมันย่า มาติช ไม่ดี หรือป๊อกบา ห่วย หรืออะไรก็แล้วแต่

แต่ “สมมติฐาน” สามารถตั้งขึ้นมาแล้วหา “คำตอบ” ได้นะครับ เช่น ลองถอด มาติช หรือถอดตัวรุกอย่าง มาตา ออกไปก่อนแล้วเล่น 4-2-3-1 เต็มตัวโดยใช้ มาติช คู่เอร์เรร่า หรือเอร์เรร่า คู่ป๊อกบา

เพราะผมเชื่อว่า “เกมรับ” และ “เกมรุก” ทั้งแผงของแมนฯยูฯ ไม่ได้เป็นรอง อาร์เซนอล แต่ทำไมผลงาน และรูปแบบวิธีการเล่นยัง “แตกต่าง” พอประมาณ

บางที ไม่แน่ ไม่แน่ และไม่แน่นะครับ อังเดร เอร์เรร่า นักเตะ “ฟันเฟือง” ชิ้นเล็กจิ๋วไม่มีใครสนใจ อาจเป็นคำตอบก็ได้



RELATED POSTS

Thought

อองรี-เวนเกอร์ และคำพูดไม่กี่คำที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งไปตลอดกาล

ลูกแม่กิ่ง

3 ประตูในฟุตบอลโลกที่ฝรั่งเศสตั้งแต่วัยเพียง 18 ปี ทำให้ เธียร์รี่ อองรี กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ในชั่วข้ามคืน และทุกทีมในยุโรปต่างต้องการที่จะได้ตัวเขาไปร่วมทีม

Story

เมสซี่ : นักเตะที่คว้าแชมป์กับบาร์ซ่ามากสุดในประวัติศาสตร์

SPORTDesk. Team

ฤดูกาล 2018-19 คือฤดูกาลแรกที่ลีโอเนล เมสซี่รับบทเป็นกัปตันทีมเบอร์หนึ่งของบาร์เซโลน่า หลังการย้ายออกจากทีมของอันเดรส อินิเอสต้า และในฐานะกัปตันทีมปีแรก เมสซี่ได้เบิกฤกษ์ให้กับเจ้าบุญทุ่มได้อย่างโชคดีมีชัย จากการพาทีมพลิกนรกแซงเซบีย่าคว้าแชมป์ สแปนิช ซูเปอร์คัพ

Thought

4 แต้ม มากแต่น้อย หรือ น้อยแต่มาก

มาริโน่

หลังศึก If You Want Blood (You’ve Got It) ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม จบด้วยชัยชนะของแชมป์เก่า แมนฯ ซิตี้ 2-1 ช่องว่างห่างจ่าฝูงบนตารางอย่างลิเวอร์พูล ถูกบีบจาก 7 ลงมาเหลือตาม 4 คะแนน