ไก่เฉื่อยแฉะ ?

31 October 2018
65 VIEWS

หลังเกมมันเดย์ ไนท์ ที่แมนฯ ซิตี้ บุกเชือดสเปอร์ส คาเวมบลีย์ 1-0 ห้องส่งจัดรายการของสกายสปอร์ต ร้อนระอุแทบลุกเป็นไฟ เมื่อสองกูรูคู่ปรับมาตั้่งแต่สวมสตั๊ดลงสนามระหว่างแกรี่ เนวิลล์ กับเจมี่ คาร์ราเกอร์ ปะทะคารมกันอย่างดุเดือดว่าด้วยเรื่องของทีมไก่เดือยทอง

 

สรุปเป็นประเด็นสำคัญดังนี้

คาร์ราเกอร์

* สเปอร์ส ออกสตาร์ตฤดูกาลนี้ได้ยอดเยี่ยม แต่บางทีมทำได้ดีกว่า

* เป็นทีมที่มีนักเตะผ่านเข้ารอบลึกในฟุตบอลโลกมากที่สุด แถมช่วงซัมเมอร์ไม่มีการซื้อนักเตะใหม่มาเสริมทัพ

* ความรู้สึกเหมือนดูทีมเดิมตั้งแต่สองปีก่อน ตอนเกือบได้แชมป์พรีเมียร์ ลีก

* ยกเครดิตให้เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ที่ดึงศักยภาพของลูกทีมออกมาใช้ได้จนหมด

*ตำหนิดาเนียล เลวี่ ประธานสโมสร ที่ไม่ให้งบเสริมทัพ ทั้งที่เล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ทุกปีในช่วงหลัง และความหวังคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก เคยอยู่ห่างแค่เอื้อมมือ

*ตลกกับการใช้เงินของโปเช็ตติโน่ ตลอดสี่ปีบนเก้าอี้ ผลประกอบการคือใช้เงินไปแค่ 29 ล้านปอนด์ ขณะที่สโต๊ค ในช่วงซัมเมอร์จัดไป 60 ล้านปอนด์ แม้ว่าเพิ่งตกชั้่นไปเล่นเดอะ แชมเปี้ยนชิพ

*อดได้นักเตะดีๆ อย่างซาดิโอ มาเน่ หรือจอร์จินโย่ ไวนัลดุม เพราะติดขัดเรื่องค่าเหนื่อย

* สุดท้ายจะได้แชมป์หรือเปล่าไม่รู้ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไม สเปอร์ส ไม่พยายามอีกเฮือก เพราะในอนาคตไม่กี่ปีข้างหน้า ทีมชุดนี้ก็จะต้องแตกกระสานซ่านเซ็นกันไป

 

ส่วนประเด็นโต้ของเนวิลล์

* ก่อนแพ้แมนฯ ซิตี้ ทุกคนยังอวยผลงานออกสตาร์ตดีที่สุดของสโมสร แต่จบเกมกลับว่าห่วยซะงั้่น

* แชมป์พรีเมียร์ ลีก ไม่ใช่สมบัติของทุกทีมจะทำได้ ขนาดลิเวอร์พูล ยังไม่ได้มาตั้ง 30 ปี

* ทีมมีหนี้สินพะรุงพะรังจากการทำสนามใหม่ ฉะนั้นต้องบริหารงบในส่วนการซื้อผู้เล่น

* โปเช็ตติโน่ รู้กฏเหล็กอยู่แล้วตั้งแต่วันแรกที่มารับงานว่าจะไม่ได้เงินทำทีมมากมายเท่าคู่แข่ง

* ชมดาเนียล เลวี่ ว่าบริหารสโมสรเก่ง ไม่บ้าจี้ตามเอเย่นต์ ไม่เต้นตามทีมอื่น ไม่หน้ามืดฟาดเงินอย่างบ้าเลือด

* ทั้งชีวิตไม่เคยเห็นสเปอร์สได้แชมป์ แล้วทำไมจะต้องบีบคั้นเอาให้ได้ตอนนี้

* แต่ไหนแต่ไร นี่คือทีมหน่อมแน้ม เป็นลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด  ต่อให้ขึ้นนำ 2-0 คู่แข่งยังกล้าๆ คิดจะแซงชนะ แต่ทุกวันนี้กลายเป็นไก่เดือยคม ดุ โหด และเหนียวหนึบ

* ทีมน่าจะหวังผลในระยะยาว ถึงลงทุนทำสนามใหม่งบกว่า 500-600 ล้านปอนด์

* ลิเวอร์พูล แค่ต่อเติมอัฒจันทร์ แต่ลองมากู้เงินสร้างสนามใหม่ คงไม่มีปัญญาซื้อนายประตู 65 ล้านปอนด์ เหมือนกันแหละ

* แต่ห่วงว่าโปเช็ตติโน่ จะสนงานคุมเรอัล มาดริด เพราะจังหวะมันได้ ทุกอย่างดูลงล็อก แต่ที่สำคัญคือฝีมือคู่ควรกับงานใหญ่ชิ้นนี้

 

อย่างไรบ้างครับ นี่แค่สรุปใจความมาสั้นๆ เท่านั้นนะ แต่ถามว่าทั้่งคู่มีเหตุผลฟังขึ้นมั้ย ตอบได้ว่ามี

คาร์ร่า เหมือนกระบอกเสียงแทนคนภายนอกที่คิดว่าสเปอร์ส ปีนบันไดถึงขั้น 8-9 แต่กลับหยุดซะงั้่น

ฤดูกาล 2015-16 จบอันดับสาม แบบที่ต้องได้รองแชมป์ด้วยซ้ำ เพราะเบียดมากับเลสเตอร์ แต่ท้ายสุดดันแผ่วปลาย สี่นัดหลังไม่ชนะ โดนปืนใหญ่ปาดหน้าไปหนึ่งแต้ม

ก่อนมาคว้าอันดับสองจริงๆ ในขวบถัดมา เป็นรองแค่เชลซี ทีมเดียว ขณะที่แมนฯ ซิตี้ ในปีแรกของเป๊ป ได้ที่สามตามก้นไก่ถึง 8 คะแนน

และซัมเมอร์นั้น 2017 ถือเป็นจุดเปลี่ยนของเรือใบสีฟ้า แบร์นาร์โด้ ซิลวา, เอแดร์ซอน,ไคลด์ วอล์คเกอร์, เบนจามิน เมนดี้, ดานิโล่ รวมทั้งอายเมริก ลาปอร์ต ถูกระดมเสริมทัพด้วยงบทะลุ 210 ล้านปอนด์

ต่อยอดจากซีซั่นแรกที่สอยอิลคาย กุนโดกัน,ลีรอย ซาเน่, จอห์น สโตนส์, เคลาดิโอ บราโว่ และกาเบรียล เชซุส ในสมาชิกทีมชุดปัจจุบัน

ผิดกับสเปอร์ส ยกเว้นลูกัส มูร่า ที่เพิ่งแจ้งเกิด ยังไม่เห็นนักเตะใหม่คนไหนนับจากตลาดซัมเมอร์ 2016 เป็นต้นมา ที่ยึดโยงตัวจริงได้ในทีมเวลานี้ของโปเช็ตติโน่

ไม่ว่าวิคเตอร์ วันยามา หรือมุสซ่า ซิสโซโก้

ไม่ว่าดาวิซอน ซานเชซ หรือแชร์ก ออริเย่ร์

ผลลัพธ์ฤดูกาล 2017/18 แมนฯ ซิตี้ แตะ 100 คะแนน (มากกว่าเดิม 22 แต้ม) ส่วนสเปอร์ส หายไป 9 จาก 86 เหลือ 77

ยิ่งซัมเมอร์ล่าสุด ไก่กบดานจำศีลในตลาดนักเตะ หลายคนย่อมสงสัยและเสียดายคล้ายๆ กับคาร์ร่า

ส่วนเนวิลล์ อาจมองสเปอร์ส ผ่านมุมของคนในมากกว่า ทั้งขนบสโมสร และความจำเป็นต้องรัดเข็มขัด

ไม่ผิดทั้งคู่ อยู่ที่จะเลือกมองเวอร์ชั่นไหน…