เรื่องราวน้ำผึ้งหยดเดียวของ ฮิวสตัน ร็อคเก็ตส์, เอ็นบีเอ และ จีน

9 October 2019
219 VIEWS

เรื่องราวมันเกิดขึ้นจาก การทวีตรูปรูปเดียว ของ ดาริล โมเรย์ ผู้จัดการทั่วไปของ ฮิวสตัน ร็อคเก็ตส์ ลงบนโซเชียล แม้จะกินเวลาไม่นานก่อนเขาลบไป แต่ในโลกออนไลน์ไม่มีอะไรสั้นเกินกว่าจะถุกแคปได้ อันที่จริงแล้ว มันคงจะไม่มีปัญหา ถ้ารูปดังกล่าว ไม่มีข้อความว่า “สู้เพื่ออิสรภาพ เคียงข้างฮ่องกง (Fight for Freedom Stand with Hong Kong)”

เป็นที่รู้กันว่า เอ็นบีเอ พยายามเปิดตลาดในจีนมาหลายปีแล้ว หลังจากที่กระแสของพวกเขาถูกจุดในจีนจากการมี เหยา หมิง อยู่ในทีม ร็อคเก็ตส์ ในระหว่างปี 2002-2011 และนับจากนั้น ทีม “จรวด” ก็เป็นขวัญใจของชาวจีนมาโดยตลอด ซึ่งลีกเองก็ต่อยอดจากจุดนั้น และทำการตลาดในประเทศจีนมาจนปัจจุบัน

หลังจากที่ ทวีตดังกล่าวหลุดไปสู่สายตาของชนชาวจีน กระแสต่อต้านของพวกเขาก็รุนแรงและกระจายออกในวงกว้างอย่างรวดเร็ว จนเครือข่ายถ่ายทอดสดศึก เอ็นบีเอในประเทศจีน ประกาศว่า พวกเขาจะไม่ถ่ายทอดเกมที่ ร็อคเก็คส์ ลงสนาม พร้อมทั้งเกม ปรีซีซัน ระหว่าง ลอสแองเจลิส เลเกอร์ส กับ บรู๊คลิน เน็ตส์ ที่จะลงแข่งขันที่จีนด้วย

นอกจากนั้น ยังมีองค์กรจากจีนอีกมากที่พร้อมใจกันออกมาบอยคอตต์ยอดทีมจาก ฮิวสตัน ทั้ง อาลีบาบา และ เจดี ก็เอาสินค้าของ ร็อคเก็ตต์ ออกจากหน้าร้านออนไลน์ของตัวเองเป็นที่เรียบร้อย เพื่อเป็นการประท้วงในครั้งนี้

แม้เวลาต่อมา โมเรย์ จะออกมาทวีตขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น และยืนยันว่า นี่เป็นมุมมองส่วนตัว ไม่ได้เกี่ยวกับทีม หรือ เอ็นบีเอ ทว่ากระแสต่อต้นดังกล่าวไม่ได้ลดความรุนแรงลงเลย

ขณะเดี่ยวกัน ทาง เอ็นบีเอ ก็ออกแถลงการณ์ถึง โมเรย์ เพื่อตำหนิสิ่งที่เกิดขึ้น และพยายามทำตัวไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว เสมือนการตีมือตักเตือนแล้วปล่อยผ่านไป

จะว่าไป เอ็นบีเอ ก็ไม่สามารถทำอะไรมากกว่านี้ได้ เพราะ โมเรย์ ก็ทวีตลงบน โซเชียลเน็ตเวิร์กส่วนตัวจริง ๆ แม้จะเป็นผู้บริหารองค์กร แต่ด้วยวัฒนธรรมของชาวอเมริกัน กับการ Free Speech ทำให้ถ้าหาก เอ็นบีเอ หรือ องค์กร ร็อคเก็ตส์ เองลงไปแทรกแซงเรื่องนี้ ก็อาจจะโดนฟ้องกลับจาก โมเรย์ เองด้วยซ้ำไป

ความซวยก็ต้องไปตกอยู่กลับทีมร็อคเก็ตส์ ที่โดนคนจีนแบน เพราะไม่สามารถหาทางไปเล่นงานโมเรย์โดยตรงได้

ขณะที่ ผู้เล่นในทีม ก็เลือกที่จะไม่สนใจเรื่องที่เกิดขึ้นเช่นกัน โดยสตาร์หมายเลข 1 ของทีมอย่าง เจมส์ ฮาร์เดน ก็ออกมาบอกว่า เขาไม่สนใจ และต้องการที่จะมีสมาธิในเรื่องของการเล่นบาสเก็ตบอลเท่านั้น

แม้ เอ็นบีเอ จะทำเป็นไม่สนใจ เพื่อให้เรื่องเงียบไปเอง แต่ในมุมมองนักการตลาด มองว่า เรื่องนี้อาจจะส่งผลต่อการเติบโตของ เอ็นบีเอ ในระยะยาวก็ได้ เพราะปัจจุบัน รายได้ของลีกบาสเก็ตบอลหมายเลข 1 ของโลกนั้น อยู่ที่ จีน ถึง 10 เปอร์เช็นต์ เลยทีเดียว 

โดย เดวิด คาร์เตอร์ ผู้อำนวยการผ่ายบริหาร ของ สถาบัน ยูเอสซี สปอร์ตส์ บิซิเนส เชื่อว่า ถ้าไม่มีความขัดแย้งครั้งนี้เกิดขึ้น เอ็นบีเอ จะเติมโต และทำกำไรในจีนคิดเป็น 20% จากรายได้ทั้งหมดของลีก ในปี 2030 แต่อาจชะลอตัวลงเมื่อมีเหตุการณ์นี้

แต่เขาก็มองในมุมกลับว่า ถ้า เอ็นบีเอ เลือกที่จะกดดันหรือเล่นงาน โมเรย์ ตามที่แฟน ๆ ชาวจีนเรียกร้องจริง พวกเขาจะโดนแฟนบาสฯ ชาวอเมริกัน เป็นฝ่ายแบนเสียเอง เพราะมองว่าไปเอาใจชาวจีนเกินเหตุ หลังทั้ง 2 ชาติมีข้อพิพาทกันทางการค้ามาก่อนหน้านี้ ทำให้นี่อาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ เอ็นบีเอ เลือกจะนิ่ง และไม่ทำอะไร 

แต่ไม่ทำอะไร ไม่ใช่ว่าไม่เสียหาย เพราะงานนี้บอกได้แค่ว่า เอ็นบีเอ มีแต่ เสีย กับ เสีย ลูกเดียว…