ซิโมเน อินซากี ในวันนี้ที่ “อินทรี” กลับมาผงาด

ซิโมเน อินซากี
17 February 2020
391 VIEWS

เกือบ 4 ปีแล้ว ที่ ซิโมเน อินซากี เข้ามารับงานการคุมทีม ลาซิโอ ต่อจาก สเตฟาโน่ ปิโอลี ที่โดนปลดออกจาตำแหน่งหลังทีม “เบียงโคเซเลสเต” พ่ายยับเยินต่อ อาแอส โรมา คู่ปรับร่วมเมืองแบบไร้ทางสู้ 1-4 นับจากวันนั้นมา อินทรีหลับแห่งกรุงโรมค่อย ๆ สยายปีกออกมาให้เห็น แม้จะไม่ได้ประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด ทว่าพวกเขาเป็นอินทรีที่กำลังรอคอยแรงลมซึ่งจะเกื้อหนุนพวกเขาอีกครั้ง และดูเหมือนลมที่เรียกว่า “โชคชะตา” กำลังพัดพาใต้ปีกของอินทรีตัวนี้ให้บินสูงอยู่ในตอนนี้

ถ้าเทียบกับ ฟิลิปโป พี่ชายของเขาที่ยิงใน กัลโช เซเรีย อา ไปเกือบ 200 ประตู ซึ่งถือเป็นนักเตะระดับ “ตำนาน” คนหนึ่งของลีกอิตาลี ซิโมเน คือนักเตะดาด ๆ ที่ถูกชื่อของพี่ชายปกคลุมเสียมิด ตัวตนของเขาสมัยเป็นนักเตะไม่เป็นที่ถูกพูดถึงมากนัก แม้จะยิงประตูได้บ้างตามประสากองหน้า แต่ก็ไม่ใช่นักเตะที่จะมามีชื่อลุ้นดาวซัลโวได้เกือบทุกปีเหมือนพี่ของเขา อาจจะเพราะเขาไม่ได้มี “จมูก” ที่ไวราวกับเป็นญาณหยั่งรู้ว่าบอลจะมาตรงไหนเหมือนพี่เขาก็ได้

กลับกันในฐานะหัวหน้าโค้ช ฟิลิปโป ล้มเหลวเสียงดังกับทีม เอซี มิลาน ก่อนต้องเฟดตัวเองไปคุมทีมเล็ก ๆ อย่าง เวเนเซีย, โบโลญญา และ เบเนเวนโต ตามลำดับ เป็นจอมพเนจรเหมือนสมัยที่เขาค้าแข้งไม่มีผิด ทว่า ซิโมเน เหมือนขั้วตรงข้าม อยู่ยืน และ อยู่ยงกับสโมสร ลาซิโอ แห่งเดียวตั้งแต่เริ่มอาชีพกุนซือหลังจาก รีไทร์กับสโมสรแห่งนี้ ถ้านับรวมสมัยค้าแข้งเข้าไปด้วย นี่คือปีที่ 21 ของเขากับสโมสรเสื้อสีฟ้า-ขาว สโมสรนี้แล้ว และมันน่าจะเป็นปีที่เขาทำผลงานได้ดีที่สุดในฐานะกุนซืออีกด้วย

ผลงานไม่แพ้ใครใน 19 นัด หลังสุด ชนะไปได้ถึง 15 เสมอ 4 โดยพวกเขาเป็นเพียงสโมสรเดียวในศึก กัลโช เซเรีย อา ปีนี้ด้วย ที่เอาชนะทั้ง อินเตอร์ มิลาน และ ยูเวนตุส ได้ แถมเป็นการชนะแบบตามหลังไปก่อนทั้ง 2 นัดทำให้ตอนนี้พวกเขาแซงหน้าทีม “งูใหญ่” ขึ้นมาเป็นรองจ่าฝูงที่ 56 คะแนน นำยอดทีมจากมิลานอยู่ 2 แต้ม และจี้แชมป์เก่าจาก ตูริน เพียงแค่ 1 คะแนนเท่านั้น ซึ่งถือเป็นโอกาสลุ้นไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ครั้งแรกในรอบ 5 ปี และยังเป็นการมีชื่นลุ้นแชมป์เต็มตัวครั้งแรกตั้งแต่ฤดูกาล 1999-2000 ด้วย

ผลงานทั้งหมดนี้ อาจไม้ได้มากจากชายที่ชื่อว่า ซิโมเน อินซากี ทั้งหมด แต่เขาสมควรได้รับเครดิตไม่มากก็น้อย ในการที่เข้ามาทำทีม “อินทรีฟ้าขาย” ให้ยิงใหญ่อีกครั้ง โดยฤดูกาลที่แล้ว เขาพาทีมคว้าแชมป์โกปา อิตาเลีย สำเร็จมาแล้วก่อนด้วย

ซิโมเน เป็นผู้ปฏิวัติ ลาซิโอ ในหลาย ๆ เรื่อง ทั้งการปรับให้มีการดูเทปเพื่อศึกษาเกมมากขึ้นกว่าสมัยปิโอลี เขามีคำสั่งอย่างเด็ดขาดให้นักกีฬาเข้านอนเป็นเวลา และต้องมากินมื้อเข้าพร้อมกันที่สนามซ้อม เพื่อให้นักเตะได้รับโภชนาการในมื้อแรกของวันที่ครบถ้วน เหนือสิ่งอื่นใดคือการที่เขาคืนชีพแผน 3-5-2 ให้กลับมาใช้เล่นงานคู่แข่งได้อีกครั้ง หลังแผนการเล่นนี้เหมือนตายไปแล้วในอดีต

อันที่จริงต้องบอกว่า แผนของกุนซือวัย 43 ควรเป็น 3-5-1-1 มากกว่า 3-5-2 โดยทีเด็ดของแผนเขาคือการปล่อยให้ ชิโร อิโมบิเล ได้เล่นอย่างอิสระแม้เป็นตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า โดยเขาสามารถขยับไปตรงไหนก็ได้ในแดนหน้า และเมื่อ อิโมบิเล ไม่อยู่ในตำแหน่งหัวหอก หลุยส์ อัลแบร์โต ที่ยืนอยู่ในตำแหน่ง “หน้าต่ำ” จะขึ้นมายืนตัวเป้าแทนโดยอัตโนมัติ ซึ่งหัวใจสำคัญคือการบัญชาการเกมของ SMS-เซอร์เก มิลินโควิช ซาวิช ที่จะต้องทำงานร่วมกับ ลูคัส เลวา และ มาร์โก ปาโรโล เพื่อคุมแดนกลาง ดังนั้น การเปลี่ยนจากรับเป็นรุก หรือ รุกเป็นรับ จึงเป็นไปได้อย่างธรรมชาติ และ ไหลลื่น

ถึงตรงนี้คงไม่ต้องพิสูจน์อะไรแล้วว่า สิ่งที่ ซิโมเน อินซากี ทำในฤดูกาลนี้ มันยอดเยี่ยมแค่ไหน และแม้ในช่วงต้นฤดกาล พวกเขาจะตั้งความหวังไว้ที่การไปเล่นยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก แต่ ณ ตอนนี้ชื่อว่า แฟน ๆ ในกรงโรมคงหวังมากกว่านั้น 

พวกเขาคงหวังถึง “สคูเด็ตโต” กันแล้ว และพวกเขาก็เชื่อมั่นว่าความหวังของพวกเขา เป็นไปได้เสียด้วย

ใช่…เชื่อมั่นทั้งในทีม และ เชื่อมั่นในโค้ชคนนี้ โค้ชคนที่พา “อินทรีฟ้าขาว” กลับมาผงาดอีกครั้ง