สัญญาณการสงบศึกระหว่าง ‘ยูฟ่า’ และ ‘เรือใบสีฟ้า’ ต่อปัญหา ไฟแนนเชียล แฟร์เพลย์ | by SPORTDesk. Team

16 July 2020
94 VIEWS

หลังจากศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก หรือ ซีเอเอส มีคำตัดสินให้ยกเลิกโทษแบนที่ คณะกรรมการพิจารณาวินัยทางการเงินของยูฟ่า ซีเอฟซีบี เคยตัดสินลงโทษ แมนเชสเตอร์ ซิตี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากอ่านคำพิพากษาเมื่อวันจันทร์ นั่นหมายความคดีที่เป็นที่จับตามองของบรรดาแฟนฟุตบอลในศึกพรีเมียร์ลีก ได้สิ้นสุดลงไปด้วยความสำเร็จของทีมรองแชมป์พรีเมียร์ลีก ในการได้ไปเล่นในฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ตามความมุ่งหวัง

แต่หลังจากคำตัดสินออกมา หลายฝ่ายเชื่อว่า ประเด็นระหว่าง คณะกรรมการพิจารณาวินัยทางการเงินของยูฟ่า และทีม ‘เรือใบสีฟ้า’ ไม่น่าจบลงง่าย ๆ และอาจจะมีการขึ้นชกยกที่ 3 ต่อไประหว่างทั้ง 2 ฝ่ายทันทีที่ฝั่งของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หาหลักฐานเป็นรูปธรรมในการทำผิดทางด้านการเงินของทีมมหาเศรษฐีทีมนี้เจอในอนาคต เพราะเป็นที่เชื่อกันว่า องค์กรฟุตบอลยุโรป จะจับตาแมนฯ ซิตี อย่างใกล้ชิดหลังจากนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

เช่นนั้นแล้วมันจึงมีความพยายามจากทางฝั่งของทีมดังในพรีเมียร์ลีก ที่พยายามจะจบเรื่องนี้แบบถาวรเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย ทั้งทาง ยูฟ่า เองก็ไม่ต้องมานั่งเคร่งเครียดเพื่อจับตาพวกเขาเป็นพิเศษ ขณะที่ทางฝั่งพวกเขาเองก็จะได้ไม่ถูกกดดันและทำอะไรได้ถนัดถนี่มากขึ้น และเพื่อจุดประสงค์นั้น คัลดูน คาลิฟา อัล มูบารัค เจ้าของบริษัทมูบาดาลา ปิโตรเลียมยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานจาก ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งอยู่ในฐานะประธานสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี ในการเปิดเจรจาพิเศษกับยูฟ่า

จุดประสงค์ของการเจรจาครั้งนี้หลัก ๆ คือความพยายามในการปรับความเข้าใจ และขอคำชี้แจ้งรวมไปถึงความชัดเจนจากฝั่งแมนฯ ซิตี เพื่อไม่ให้พวกเขาต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้อีกในอนาคต และนั่นหมายถึงเป็นการทำลายบรรยากาศที่มาคุระหว่างองค์กรดูแลฟุตบอลในภาคพื้นยุโรป และ ยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีกไปในเวลาเดียวกันด้วย และทาง อัล มูบารัค ก็เริ่มเดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจังแล้ว

โดยรายงานจากสวิตเซอร์แลนด์ เปิดเผยว่าประธานสโมสรของทีม “เรือใบสีฟ้า” เริ่มต้นการติดต่อไปยัง อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ประธานของยูฟ่าภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่หลังจากศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก เผยแพร่คำตัดสินเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยรายงานฉบับดังกล่าวยังระบุด้วยว่า การสนทนาระหว่างทั้งคู่เป็นไปได้ด้วยดี และเป็นการสนทนาอย่าง ‘จริงใจ’ ระหว่างบุคคลที่เป็นหัวหน้าของทั้งสองฝ่าย

รายละเอียดของบทสนทนาคร่าว ๆ ถูกรายงานตามมาว่า บุคคลทั้งสองนอกจากจะคุยกันได้ด้วยดีแล้ว ต่างฝ่ายต่างแสดงความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกันต่อไป โดยทาง เซเฟริน เองก็ดูเหมือนจะพูดถึงแนวคิดการปฏิรูปข้อบังคับของ ไฟแนนเชียล แฟร์เพลย์ ที่เขาเคยพูดผ่านสื่อเมื่อสัปดาห์ก่อนในการสนทนาครั้งนี้กับ อัล มูบารัค ด้วย ทำให้เราพอจะมั่นใจได้พอสมควรเลยว่า ยูฟ่า มีแนวคิดที่จะปฏิรูปข้อบังคับนี้จริงตามข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ และนั่นอาจจะทำให้ FFP มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่านี้ก็เป็นได้

โดยกล่าวเกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูปกฎ FFP นี้เมื่อราว 2 สัปดาห์ก่อน โดยเขาหวังว่า ข้อบังคับเกี่ยวกับแฟร์เพลย์ทางการเงินนี้ ควรจะสามารถนำมาช่วยเหลือทุกสโมสรได้อย่างเท่าเทียมอย่างแท้จริง

“ตอนนี้ เราจำเป็นต้องเดินหน้าจัดการกับรูปแบบของ แฟร์เพลย์ทางการเงิน เพื่อที่จะให้มันสามารถช่วยให้มีการแข่งขันอย่างสมดุลได้มากขึ้น” ประมุขของวงการฟุตบอลยุโรปกล่าว

“เรากำลังพยายามหาวิธีที่จะอนุญาตให้สโมสรลงทุนมากขึ้นได้ แต่ในเวลาเดียวกัน เราก็ต้องมั่นใจว่าสโมสรที่ด้อยโอกาสจะไม่ถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลังอย่างเดียวดายตามลำพัง

“เรากำลังคุยกันถึงมาตรการที่เป็นรูปธรรม แต่มันเร็วเกินไปที่จะออกมาพูดถึงในตอนนี้ เราจำเป็นต้องผ่านขั้นตอนที่ยุ่งยากอีกมากมายเพื่อให้มันเดินหน้าต่อไปได้ แต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นไปในทิศทางที่เราเคยพยายามทำมาก่อน เพราะมันไม่ค่อยจะถูกต้องสักเท่าไหร่”

ดังนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจถ้าหลังจากนี้ เราอาจจะเห็นการเล่นงานสโมสรต่างจากคณะกรรมการพิจารณาวินัยทางการเงินของยูฟ่า น้อยลงกว่าในปัจจุบันที่เราแทบจะเห็นกันรายปี ตั้งแต่ปีก่อนที่ทำให้ เอซี มิลาน โดนแบนไม่ได้ไปเล่นในยูโรปา ลีก มาจนปีนี้ที่เป็น ซิตี ก็โดนเล่นงานจากหน่วยงานนี้เช่นกัน ต่างกันแค่ทาง “เรือใบสีฟ้า” รอดตาย แต่ มิลานไม่รอด

ขณะที่ทางฝั่ง ซิตี นอกจากจะการันตีรายรับไม่ต่ำกว่า 50 ล้านยูโร จากการได้ไปเล่นในศึกฟุตบอลสโมสรยุโรปถ้วยใหญ่ในฤดูกาลหน้าแล้ว พวกเขายังมีโอกาสสูงที่จะคว้านักเตะเกรดเอเข้ามาสู่ทีมในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วยเพราะเป็นที่รู้กันดีว่านักเตะระดับท็อปส่วนใหญ่ล้วนต้องการมาโชว์ฝีเท้าในถ้วยนี้ และ ซิตี ก็มีคุณสมบัติครบถ้วนทั้งเงินมหาศาล โอกาสในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก และ การได้ไปเล่นใน แชมเปียนส์ ลีก ด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม การใช้เงินของพวกเขาในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ พวกเขาอาจจะต้องคิดหน้าคิดหลังดี ๆ เพราะถึงแม้จะสงบศึกกับ ยูฟ่า แล้วก็ตาม แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าพวกเขาละเมิดกฎ FFP อีกแล้วจะไม่โดนอะไร แต่คราวนี้ ทาง คณะกรรมการพิจารณาวินัยทางการเงินของยูฟ่า น่าจะเตรียมการมาดีกว่าเดิม และโทษอาจจะหนักยิ่ง ๆ ขึ้นไปอีกเพราะถ้ามีครั้งนั้นมันคือความผิดครั้งที่ 3 ของพวกเขาแล้วในสายตาของ ยูฟ่า

และโทษที่ออกมาอาจจะหนักหนาจนตาค้างกันเลยก็ได้…ถ้า ซิตี ยังทำผิด (แล้วโดนจับได้) อีกครั้ง!