ชิมิสุ เอส-พัลส์ …กับความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

ชิมิสุ เอส พลัส

อีกไม่ถึงหนึ่งขวบเดือนดีฟุตบอลเจลีกก็จะเริ่มทำการแข่งขันในฤดูกาล 2020 กันแล้วนะครับ

ท่ามกลางกระแสข่าวความเคลื่อนไหวของแต่ละทีมในช่วงนี้ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวายในตลาดซื้อขายนักเตะที่มีทั้งนักเตะเข้าและออก หนึ่งทีมที่น่าสนใจคือ “ชิมิสุ เอส-พัลส์”

สโมสรยักษ์ใหญ่จากจังหวัดชิสุโอกะ ตกเป็น ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ของวงการฟุตบอลไทยมาตลอดในช่วงไม่กี่ขวบเดือนที่ผ่านมา หลังมีความต้องการกระชากตัว ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าที่ดีที่สุดของไทยในรอบขวบทศวรรษที่ผ่านมาไปร่วมทีม

ณ ห้วงเวลาที่ผมเขียนเรื่องนี้อยู่ ยังไม่มีการเซ็นสัญญาหรือเปิดตัวอย่างเป็นทางการ แต่ ธีรศิลป์ ออกเดินทางไป เมืองชิมิสุ ในจังหวัด ชิซูโอกะ ฐานที่มั่นของสโมสรแล้ว และได้มีการเจรจารายละเอียดกันเรียบร้อย เหลือเพียงบทสรุปสุดท้ายจากทั้ง 2 สโมสรเท่านั้น

จะบอกว่า 99.99% ที่ธีรศิลป์จะย้ายมาเป็นสมาชิกใหม่ ของ ชิมิสุ เอส-พัลส์ ก็คงไม่ผิดนัก

กระนั้นแม้ฟ้าถล่มแผ่นดินทลายดีลที่ว่านี้ไม่เกิดขึ้นสำหรับผม แค่เพียงข่าวคราวของดีลนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของสโมสร ชิมิสุ เอส-พัลส์ ในเมืองไทยอยู่ดีครับ…

แม้ว่าจะเป็นสโมสรยักษ์ใหญ่ในเจลีก และเป็น 1 ใน 10 สโมสรที่ร่วมมลงแข่งเจลีกตั้งแต่ฤดูกาลแรกในปี 1993 แต่ต้องยอมรับว่าชื่อเสียงของพวกเขาอาจไม่เป็นที่รู้จักมากนักสำหรับแฟนฟุตบอลไทยหากเทียบเคียงกับสโมสรอื่นๆของเจลีก

ตัวผมเองได้ยินชื่อสโมสรนี้ครั้งแรกสมัยเด็กมากๆ ที่มีไฮไลท์ฟุตบอลเจลีกมาฉายออกอากาศที่บ้านเรา

และมาได้ยิน และเห็นเป็นจิตนาการบ่อยขึ้นเหมือนแฟนบอล และแฟนการ์ตูนญี่ปุ่นจากการ์ตูนเรื่อง “Goal Field Hunter” ที่พระเอกของเรื่องได้เดินตามความฝันในการเป็นนีกฟุตบอลอาชีพด้วยการเข้าร่วมทีม ชิมิสุ เอส-พัลส์ นี่เอง

ทว่า ณ วันนี้เพียงแค่มีข่าวคราวกับ ธีรศิลป์ (แบบยังไม่ได้เซ็นสัญา) ก็ทำให้ ชิมิสุ เอส-พัลส์ กลายเป็นที่สนใจของแฟนบอลชาวไทยไปเป็นที่เรียบร้อย

แฟนบอลจำนวนมากกลายเป็นสมาชิกใหม่ในสื่อโซเชียลมีเดียของสโมสรแห่งนี้ บ้างก็แวะเวียนไปคอมเมนท์ หรือบางคนอาจจะส่งข้อความผ่านแชทเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่ทีมจะเปิดตัวดาวเตะขวัญใจคนไทยสักที

และหากทุกอย่างเรียบร้อย ธีรศิลป์ ได้เป็นสมาชิกใหม่ของยักษ์ใหญ่แห่งจังหวัด ชิสุโอกะ ตามนัด สนาม ไอเอไอ นิฮอนไดระ จะเป็นหมุดหมายใหม่สำหรับแฟนบอล หรือนักท่องเที่ยวชาวไทยตลอดปี 2020 อย่างแน่นอน เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงหลายขวบปีที่ผ่านมากับ ซัปโปโร โดม, นิสสัน สเตเดี้ยม โยโกฮามะ ,หรือ โนเอเวียร์ โกเบ อย่างแน่นอน

ดีลของ ธีรศิลป์ จะเกิดขึ้นหรือไม่เกิดขึ้นมันก็นับเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของ ชิมิสุ เอส-พัลส์ ในปีนี้ที่ช่วยสร้างแรงกระเพื้อมให้สโมสรเป็นที่รู้จัก และมี.านแฟนบอลเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ดีนี่ไม่ใช่ความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเพียงอย่างเดียวที่เกิดขึ้นของสโมสรในปีนี้

มันยังมีอีกแง่มุมที่น่าสนใจครับ…เป็นการเปลี่ยนแปลงภายในทีมครั้งใหญ่

ปีนี้เราจะได้เห็นผลงานของ ชิมิสุ เอส-พัลส์ ที่มีรูปแบบแตกต่างออกไปจากเดิมในสนาม…ผมเชื่อแบบนั้น

ปฏิเสธไม่ได้ครับว่าผลงานฤดูกาล 2019 ของทีมไม่ค่อยโสภาสักเท่าไหร่ และเกมเมื่อฤดูกาลที่แล้วที่ ชิมิสุ เอส-พัชส์ โดน คอนซะโดเล ซัปโปโร บุกมาชนะถึงถิ่น 8 – 0 ซึ่งมีการถ่ายทอดสดผ่านมายังเมืองไทยทาง ทรูวิชั่นส์ และแฟนบอลชาวไทยได้ชื่นชมต่อหน้าต่อตา เพราะเป็นเกมหนึ่งที่ ชนาธิป สงกระสินธ์ ดาวเตะขวัญใจคนไทยทำผลงานได้ดีที่สุดก็ว่าได้ จาก 2 ประตู 2 แอสซิสต์ กลายเป็นภาพจำถึงความย่ำแย่ของสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งจังหวัดชิสุโอกะในความรู้สึกของแฟนบอลชาวไทย

แต่ปีนี้ ชิมิสุ เอส-พัชส์ มีการเปลี่ยนแปลงทีมค่อนข้างเยอะมากครับ ตั้งแต่ทีมงานสต๊าฟที่ดึงตัว ปีเตอร์ ซคลามอฟกี้ ผู้ช่วยของ อังเก พอสเตโคกลู ที่ โยโกฮามะ มารินอส มาคุมทีม

ซคลามอฟกี้เป็นมือขวาคนทำงานคนสำคัญของอังเก พอสเตโคกลูจริงๆครับ และถือว่ามีส่วนสำคัญในระบบการเล่นแบบ “มารินอสเวย์” ที่พา โยโกฮามะ มารินอส คว้าแชมป์เจลีกเมื่อปี่ที่ผ่านมา

ฉะนั้นปรัชญา และสไตล์การเล่นที่เราเคยเห็นในแบบฉบับ “มารินอส เวย์” จะถูกนำมาใช้ที่ ชิมิสุ เอส-พัลส์ อย่างไม่ต้องสงสัย

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้มาที่นี่ เมืองที่มีประวัติศาสตร์แห่งความสำเร็จมากมาย อย่างไรก็ตาม เป็นเวลานานแล้วที่เราไม่มีโอกาสได้ยินดีเช่นนั้นอีก ผมมาที่นี่เพื่อพาทีมเป็นแชมป์ เราต้องดุดันกว่าเดิมและมุ่งมั่นที่จะเล่นฟุตบอลที่รวดเร็วดุดัน มีความกระหายในการทำประตู และต้องทำให้แน่ใจว่าแฟนบอลจะรู้สึกตื่นเต้นและภูมิใจกับทีมของเรา ผมต้องการซ้อมแบบผู้ชนะทุกๆวัน และพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม เราต้องตอบแทนแฟนบอลของเรา”

ถ้อยคำเอื้อนเอ่ยของกุนซือป้ายแดงชาวออสเตรเลียในงานแถลงข่าวแนะนำทีมสู้ศึกปี 2020 สะท้อนให้เห็นปรัชญาที่เขาต้องการยกระดับทีมให้ต่างไปจากเดิม และไปถึงการเป็นแชมป์ที่ยักษ์ใหญ่แห่งชิสุโอกะห่างเหินมาช้านาน

กุนซือขาวออสเตรเลียยังเผยถึงสไตล์การเล่นที่แทบไม่แตกต่างจาก “มารินอสเวย์” ที่เราเคยเห็นเมื่อปีก่อน

“สิ่งสำคัญคือเราต้องทำงานหนักกว่าเดิม เราต้องแน่ใจว่าทุกคนในทีมสามารถทำงานหนักเพื่อพัฒนาตัวเองให้ได้ ผมต้องการให้ทีมเล่นเกมที่ดุดันและรวดเร็ว เมื่อคุณได้บอลคุณต้องทำประตู ถ้าคุณเสียบอล รีบแย่งคืนและไปทำประตู ถ้าคุณทำแบบนั้นได้ คุณจะรู้สึกสนุกและจะเห็นว่าคุณสามารถประสบความสำเร็จได้”

นอกจากนั้นกุนซือป้ายแดงยังเชื่อว่าเ้วยสไตล์การเล่นดังกล่าวจะช่วยให้ทีมแก้ปัญหาใน เกมรับ ซึ่งแย่ที่สุดในลีกเมื่อฤดูกาลก่อนจากจำนวนประตูที่เสียถึง 69 ประตูมากที่สุดในลีกได้อีกด้วย

นอกจากปรัชญา และสไตล์การเล่นที่จะเปลี่ยนไปแล้ว ตัวผู้เล่นแกนหลักของทีมที่ย้ายออกไปก็เป็นอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงในปีนี้ที่สำคัญของ ชิมิสุ เอส-พัลส์

พวกเขาต้องเสียดาวเตะคนสำคัญทั้ง โค มัตซึบาระ ฟูลแบ็คตัวเก่งที่ย้ายไปลีกเบลเยี่ยม และ ดั๊กลาส ดาวยิงบราซิลของทีมที่ย้ายไปอยู่กับ วิสเซล โกเบ ซึ่งถือเป็นการบ้านชิ้นใหญ่ของ ซคลามอฟสกี้ ที่ต้องแก้ไขและอุดรอยรั่วที่เกิดขึ้นจากการสูญเสียนักเตะทั้ง 2 ออกจากทีมให้ได้

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทำให้สโมสรยักษ์ใหญ่แห่ง ชิสุโอกะ กลายเป็นทีมที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่งในฤดูกาลนี้

น่าติดตามว่ากุนซือป้ายแดงผู้ที่อยู่เบื้องหลังฟุตบอลอันน่าตื่นตาตื่นใจของแชมป์เจลีกเมื่อฤดูกาลก่อน จะสามารถยกระดับทีมใหม่ของเขาให้เล่นฟุตบอลได้สนุกสนานเร้าใจเช่นนั้นได้หรือไม่

ถ้าหากทำได้ ชิมิสุ เอส- พัลส์ จะเป็นอีกหนึ่งทีมที่น่ากลัวและไม่อาจมองข้ามในการลุ้นแชมป์เจลีกปีนี้หรือแชมป์ฟุตบอลถ้วนรายการอื่นๆ

และสำหรับแฟนบอลชาวไทยมันจะยิ่งน่าติดตามอย่างมากถ้าเราได้เห็นดาวยิงขวัญใจคนไทยอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา ในปรัชญา และสไตล์การเล่นที่เราเคยเห็น ธีราทร บุญมาทัน เล่นกับ โยโกฮามะ มารินอส เมื่อฤดูกาลที่แล้ว

หวังว่าห้วงเวลาที่ทุกคนอ่านอยู่นี้ คงมีข่าวดีเกิดขึ้นแล้วนะครับ



RELATED POSTS

Story

เวนเกอร์ รีเทิร์น : เมื่อตำนานยังไม่หมดไฟ

SPORTDesk. Team

หลังจากอาร์แซน เวนเกอร์ ประกาศอำลาตำแหน่งผู้จัดการทีมอาร์เซน่อลไปเมื่อสิ้นสุดฤดูกาลที่แล้วในช่วงกลางปีที่ผ่านมา โดยเขาคุมทีมบนถิ่นไฮบิวรี่ควบรวมมาถึงถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ยาวนานมาถึง 22 ฤดูกาล ล่าสุดอดีตผู้จัดการทีมปืนใหญ่ได้ออกมาเปิดเผยเป็นครั้งแรกว่า เขาเองเตรียมกลับคืนสู่วงการฟุตบอลอีกครั้งแล้ว โดยได้ล็อกวันเอาไว้แล้วว่า เมื่อเริ่มต้นปีปฏิทิน 2019 เขาจะเริ่มจ็อบใหม่ในชีวิต…

Thought

#footballlife เมื่อเดินถึง “ทางแยก”

ไข่มุกดำ

หลังกดได้เพิ่มอีก 1 ประตูในพรีเมียร์ลีกนัดที่ 8 เหนือเซาแธมป์ตัน 3-0 ทำให้ “เชลซี” เป็นจ่าฝูงร่วมพร้อม ๆ กับการ “ออกฟอร์ม” ที่ว่ากันว่า ดีที่สุดในชีวิตการค้าแข้ง คำถามถึง “อนาคต” เอแดง อาซาร์ ก็ดังขึ้น ๆ ๆ และดังขึ้น

Story

สิงโตน้ำเงินครามกำลังอ่อนแรง

SPORTDesk. Team

หลังจากออกสตาร์ตฤดูกาลอย่างยอดเยี่ยม ไม่แพ้ใครในลีก 12 นัดติดต่อกัน แต่ล่าสุด เชลซีของเมาริซิโอ ซาร์รี่ เริ่มสุ่มเสี่ยงและอันตรายต่อการลุ้นแชมป์แล้ว เพราะเกมกลางสัปดาห์นัดล่าสุด พวกเขาบุกไปแพ้วูล์ฟแฮมตัน 2-1 ชนิดที่เรียกได้ว่า พวกเขาได้กุมสถานการณ์ที่ได้เปรียบก่อนด้วย ครองบอลตลอดทั้งเกมถึง 70% แถมได้ประตูขึ้นนำก่อนจากรูเบน ลอฟตัส-ชีค ตั้งแต่นาทีที่ 18 แต่สุดท้าย วูล์ฟแฮมตันแซง 2 ประตูรวดในครึ่งหลัง จากราอูล ฆิมิเนซ และ ดีโอโก้ โจต้า