เหยียดหญิง

14 July 2018
178 VIEWS

มีใครสังเกตมั้ยว่าบนหน้าจอทีวีระหว่างถ่ายทอดสดเกมตัดเชือกฟุตบอลโลก เมื่อต้นสัปดาห์ ไม่ค่อยปรากฏสีสันของแฟนบอลสุภาพสตรีเหมือนทุกครั้่ง

พอเห็นอยู่บ้าง แต่ไม่เยอะ หรือประเภทตั้่งใจซูมกันจะๆ ก็ดูจะเพลาลงไป

นี่คือผลพวงจากคำเตือนของฟีฟ่า ที่ประทับตรา “ด่วนที่สุด”  ไปยังบรรดาช่องทีวีต่างๆ ว่าให้หยุดพฤติกรรมคล้าย “ถ้ำมอง” ด้วยการส่องซูมสาวเซ็กซี่บนอัฒจันทร์

ในฐานะคนรักเดียวใจเดียว ไม่มีนอกใจภรรยา ผมกลับเห็นว่านี่คือเสน่ห์อย่างหนึ่งของการถ่ายทอดสดกีฬา  และไม่ใช่แค่สาวๆ ที่แต่งตัวรัดรูป หรือบางคนอาจจะดูวับๆ แวมๆ ไปหน่อย แต่ผมรวมถึงการแต่งกายแปลกๆ ทั้งพวกยอดมนุษย์ หรือจัดเต็มแอคเซสซอรีเครื่องประดับ

เหล่านี้คือสีสัน ถ้าเปรียบบนโต๊ะอาหาร มันก็คือเครื่องเคียงอย่างซุปหรือสลัดที่ช่วยชูรสชาดของจานหลักให้อร่อยขึ้น

จะให้กินแต่เนื้อสเต๊ก คงได้เลี่ยนหรือติดคอกันพอดี

อย่างไรก็ตาม ฟีฟ่าต้องมีเหตุผลถึงรีบออกคำสั่งระดับด่วนที่สุดอย่างนั้น ทั้งที่ฟุตบอลโลก 2018  กำลังมาถึงไคลแม็กซ์ นับถอยหลังสู่การหาแชมป์

เหตุผลที่ว่าก็คือความกังวลต่อเหตุการณ์คุกคามทางเพศ โดยเกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ฟีฟ่าคงถูกร้องเรียนเฉพาะเรื่องนี้จนนับไม่ถ้วน

มีข่าวว่าสุภาพสตรีในรัสเซีย ซึ่งว่ากันว่าหุ่นดี ผิวขาว ผมบลอนด์  ติดอันดับต้นๆ ของประเทศที่มีสาวเซ็กซี่ที่สุดในโลก โดนแฟนบอลต่างถิ่นต่างชาติลวนลามตั้่งแต่ใช้สายตา, คำพูด หรือถึงขั้นลงไม้ลงมือกระทำ

โดยสันดานดิบของผู้ชาย ลองได้จับกลุ่มเกินหนึ่งคนเมื่อไหร่ล่ะก็ ต่อมละอายหยุดทำงานทันที และมักถูกแทนที่ด้วยความอยากโชว์เพื่อนว่ากูเจ๋ง กูเท่ ต่อให้หน้าอย่างปลวกเรียกพี่ แต่ถือคติว่าคารมเป็นต่อ รูปหล่อเป็นรอง มีเงินนับเป็นน้อง มีทองนับเป็นพี่

กระทั่งนักข่าวภาคสนามที่เป็นสุภาพสตรี ไม่วายโดนแฟนบอลจู่โจมทีเผลอ ทั้งมาจับอวัยวะของสงวน หรือขโมยหอมแก้ม อย่างที่เห็นภาพข่าวเป็นระยะ

แต่ดังสุด ถูกกดปุ่มแชร์ออกไปมากสุด คือนักข่าวสาวบราซิเลียนที่กำลังถือไมค์เตรียมเข้ารายการ จู่ๆ ก็มีหมาลอบกัดกระโดดมาหมายทำมิดีมิร้าย แต่เธอเบี่ยงตัวหลบทัน ก่อนหันไปตวาดใส่เป็นชุดว่าห้ามทำแบบนี้ ทีหน้าคราวหลังอย่าทำอีกเป็นอันขาด มันไม่ดี ไม่ถูกต้อง

ด่าจนไอ้หื่นต้องร้องขอชีวิต ยอมขอโทษแล้วรีบหายไปท่ามกลางฝูงชน

โซเชียลแซ่ซ้องสรรเสริญด้วยความสะใจ  ผู้หญิงต้องไม่ยอมทนกับพฤติกรรมคุกคามทางเพศ

ความจริง ฟุตบอลโลกเวอร์ชั่นนี้มีเรื่องดีๆ น่าพูดถึงเกี่ยวกับผู้หญิง ทั้งการเข้าสนามกีฬาได้เป็นครั้งแรกในรอบ 37ปีของสุภาพสตรีอิหร่าน หรือแฟนบอลซาอุดิอาระเบีย โพกหน้าโพกตามาเชียร์ทีม

เช่นเดียวกับวงการสื่อที่หลายสำนักทั่วโลก ให้โอกาสผู้หญิงทำงานในบทบาทซึ่งเคยมีความเชื่อว่าผู้ชายเท่านั้นที่ทำได้

โดยเฉพาะวิคกี้ สปาร์คส์ นักข่าวของบีบีซี ถูกจารึกชื่อว่าเป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้บรรยายเกมฟุตบอลโลก แบบสดๆ บนจอทีวีในสหราชอาณาจักร

รวมไปถึงฟ็อกซ์ กับเทเลมุนดู ในอเมริกาเหนือ ให้นักข่าวหญิงพากย์บอลโลกครั้งนี้เหมือนกัน

แต่ในความงดงามของการทุบพรมแดนทางเพศ ก็ยังมีกระแสด้านลบเกิดขึ้นในบางส่วน

ลูซี่  เซลิช พิธีกรบอลโลกของช่องเอสบีเอส ในออสเตรเลีย โดนโซเชียลกระหน่ำโจมตีว่าเธอ “กระแดะ” พูดชื่อนักบอลให้ถูกต้องตามสำเนียงถิ่นเกิดของคนๆ นั้น  อย่างที่บ้านเราทำมาเป็นสิบๆ ปีแล้ว

จะว่าไป ก่อนหน้าลูซี่ ก็มีนักข่าวค่ายเดียวกัน คือเลส เมอร์เรย์ ทำไว้เป็นตัวอย่าง และได้เสียงชมมากมายจากแฟนบอลจิงโจ้

แต่หลังจากมอร์เรย์ เสียชีวิต ลูซี่ เซลิช มาสานต่อ กลับโดนด่าหาว่ากระแดะ เพียงความต่างเพราะเธอเป็นผู้หญิง

พฤติกรรมส่อเหยียดเพศยังลามไปถึงสื่อภาพระดับโลกอย่างgettyimages  ที่เปิดเซกชั่นคลังภาพโดยตั้งชื่อ “แฟนบอลสาวฮอตที่สุดในเวิลด์ คัพ”

คลิกเข้าไปเจอแต่สาวโนตมซ่อนอยู่ในเสื้อรัดรูปตัวจิ๋ว

เรียบร้อยครับ โดนด่าเช็ดเม็ดไปตามระเบียบจนgettyimages ต้องลบคลังภาพดังกล่าวทิ้ง

ก่อนฟีฟ่าหยิบดาบอาญาสิทธิ์สั่งห้ามทีวี ถ้ำมองส่องสาวแบบรู้นะ…คิดอะไรอยู่