การเอาตัวรอดที่เห็นแก่ตัวของ โรลังด์ การ์รอส

20 March 2020
23 VIEWS

ท่ามกลางวิกฤติโควิด-19 หลายชาติต่างต้องหาทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และ หลาย ๆ กีฬาต้องหาทางแก้ปัญหาและรับมือกับโรคระบาดครั้งนี้แบบ “ร่วมแรงร่วมใจ” และ “ร่วมมือ” ซึ่งกันและกัน ทั้งระหว่างประเทศ และ ระหว่างองค์กร เพื่อให้ปัญหาผ่านไปได้ด้วยดี อย่างที่ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2020 เลื่อนไปในปี 2021 เพื่อให้บอลลีกต่าง ๆ ในประเทศแถบยุโรปแข่งขันให้จบฤดูกาลกันก่อน แต่ทว่า มันก็ยังมีการแข่งขันบางรายการ ที่เลื่อนการแข่งขันแบบ “เอาตัวรอด” โดยไม่ปรึกษาใครอยู่

โรลังด์ การ์รอส หรือ เทนนิส เฟรนซ์ โอเพ่น แกรนด์สแลมคอร์ตดินที่ฝรั่งเศส คือการแข่งขันรายการที่ว่า เมื่อพวกเขาจำต้องเลื่อนวันแข่งขันจากวิกฤติโควิด-19 เหมือนกีฬาอื่น ๆ โดยตามกำหนดเดิม โรลังด์ การ์รอส จะมีคิวลงหวดแร็กเก็ตกันในวันที่ 24 พฤษภาคม ถึง 7 มิถุนายน แต่จากวิกฤติโควิด-19 ฝ่ายจัดการแข่งขันรู้ดีว่า โรคระบาดเจ้าปัญหาไม่น่าหมดไปเร็วขนาดนั้น พวกเขาจึงตัดสินใจเลื่อนการแข่งขันออกไป แต่การเลื่อนครั้งนี้ มันตามมาด้วยเสียงกร่นด่า

วันเวลาใหม่ของเทนนิสแกรนด์สแลม คอร์ตดิน คือวันที่ 20 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม ซึ่งดูเผิน ๆ ก็ดูสมเหตุสมผลดี เพราะเป็นช่วงไตรมาสที่สามของปี ซึ่งในตอนนั้น วิกฤติจากโรคระบาดอาจจะบรรเทาเบาบางลงบ้างจนจัดการแข่งขันได้แล้ว แต่ปัญหาที่ตามมา และทำให้ เฟรนซ์ โอเพ่น โดนจวกเละเทะ คือการตัดสินใจครั้งนี้ พวกเขาไม่ได้ปรึกษาองค์กรใด ๆ เลย ทั้ง องค์กรเทนนิสชายอย่าง เอทีพี, องค์กรเทนนิสหญิงอย่าง ดับเบิลยูทีเอ, องค์กรเทนนิสนานาชาติ หรือ ไอทีเอฟ, ออล อิงแลนด์ ที่จัด วิมเบิลดัน, รวมไปถึง ออสเตรเลียน โอเพ่น และ ยูเอส โอเพ่น ด้วย

ผลที่เกิดขึ้นก็คือ เฟรนซ์ โอเพ่น จะเลื่อนการแข่งขันไปตรงกับการแข่งขันอีกหลายรายการ อาทิ เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก โอเพ่น, โมเซลล์ โอเพ่น, เฉิงตู โอเพ่น, จูไห่ แชมเปียนชิพ และ โซเฟีย โอเพ่น ซึ่งเป็นรายการระดับ 250 ของเอทีพี รวมไปถึงยังชนกับ เลเวอร์ คัพ เทนนิสประเภททีมชาติที่เอาทีมยุโป มาชนกับทีมรวมดาราโลก ขณะที่ ดับเบิลยูทีเอ ก็มีการแข่งขันชนกันถึง 5 รายการ ได้แก่ กว่างโจว โอเพ่น, ฮาน่า แบงค์ โอเพ่น, โทเรย์ แพน แปซิฟิค, อู่ฮั่น โอเพ่น, ทาชเคนท์ โอเพ่น ซึ่งสิริรวมแล้ว เฟรนซ์ โอเพ่น ย้ายมาทับการแข่งขันถึง 11 รายการด้วยกัน

ผลที่ตามมาก็คือ บรรดานักเทนนิสซูเปอร์สตาร์ หรือ แม้แต่นักเทนนิสอาชีพทั่วไป ที่เป็นคนธรรมดาไม่สามารถแยกร่างไปแข่งได้ พวกเขาจะต้องเลือกลงแข่งขันรายการรายการใดรายการหนึ่งจาก 12 รายการที่ว่า และมีโอกาสสูงมากที่พวกเขาทั้งหมดจะเลือกไปลงแข่งขัน เฟรนซ์ โอเพ่น เพราะทั้งในเรื่องของคะแนนสะสม เงินรางวัล และ เกียรติยศชื่อเสียงที่ได้จากการแข่งขัน ล้วนแต่สูงกว่าทั้ง 11 รายการที่เหลือ นั่นจึงเป็นเหมือนการ “ฆ่า” รายการอื่น ๆ ที่แกรนด์สแลมคอร์ตดินเลื่อนไปชนด้วยแบบทางอ้อมเช่นกัน

นอกจากนี้ การเลื่อนการแข่งขันแบบไม่ปรึกษาใครของ แบร์นาร์ด กุยดิเซลลี ประธานของโรลังด์ การ์รอส ยังนำมาสู่ปัญหาที่ 2 สำหรับนักเทนนิสชื่อดังที่หวังจะคว้าแชมป์แกรนด์สแลม ในทุกรายการที่พวกเขาลงแข่งขันด้วย เพราะการเลื่อนการแข่งขันไปแข่งขันกันในวันที่ 20 กันยายน เป็นวันแรกนั้น นั่นหมายความว่า นักเทนนิสจะมีเวลาพักจาก ยูเอส โอเพ่น แกรนด์สแลมฮาร์ดคอร์ตที่สหรัฐอเมริกา เพียง 7 วันเท่านั้น ซึ่งมันอาจจะไม่มีปัญหา ถ้าการแข่งขันที่ว่า ไม่ใช่ แกรนด์สแลมที่ต้องเล่นระบบ 3 ใน 5 อย่างยาวนาน

การตัดสินใจในครั้งนี้ ไม่ได้แค่สร้างความไม่พอใจให้ทั้ง เอทีพี และ ดับเบิลยูทีเอ เท่านั้น เพราะตัวนักเทนนิสเองยังตามสวดโรลังด์ การ์รอส กันไม่หยุด โดย วาเช็ก พอสพิซิล สมาชิกของสภาผู้เล่น เอทีพี มองว่าการตัดสินใจในครั้งนี้ มันเต็มไปด้วยความเห็นแก่ตัวอย่างแท้จริง

“นั้นมันบ้าไปแล้ว” นักหวดชาวแคนาดา กล่าว “นี่มันเป็นเวลาที่ยากลำบาก และ คาดเดาอะไรไม่ได้ แต่การทำแบบนั้นเหมือนว่าเขากำลังต่อสู้กับแนวคิดที่ว่าให้ทัวร์ทุกรายการทำงานร่วมกันอยู่ เพราะเรามีปฏิทินที่อยู่แล้ว

“เรามีการพูดคุย และ เจรจาระหว่างแกรนด์สแลม กับ เอทีพี เราพยายามทำให้มันออกมาดีต่อทุกคน แต่พวกเขากลับไม่ได้ปรึกษาหารือกับการแข่งขันรายการอื่น ๆ เลย

“มันก็แค่การตัดสินใจที่โคตรเห็นแก่ตัว พวกเขาถือดีว่าเป็นการแข่งขันที่มีอำนาจในการดึงผู้เล่นไปร่วมมากที่สุด และ มันเป็นการกระทำที่จองหองทีเดียว”

อย่างไรก็ตาม กุยดิเซลลี ประธานของ เฟรนซ์ โอเพ่น ก็ยังยืนยันในการแถลงข่าววันอังคารที่ผ่านมาว่า พวกเขาไม่มีความคิดจะยกเลิกการแข่งขันรายการนี้ในปีนี้ออกไปในหัวเลย

“สิ่งสำคัญสำหรับเราคือ ดำเนินการแข่งขันต่อให้ได้” เขากล่าวต่อผู้สื่อข่าว “เรายอมรับไม่ได้ถ้าให้รายการคอร์ตดินหายไปจากการวางตารางในระดับนานาชาติ”

โดยสำหรับผู้ที่ซื้อตั๋วการแข่งขันไปแล้ว ทางฝ่ายจัดยืนยันว่า พวกเขาสามารถขอเงินคืน หรือ เปลี่ยนตั๋วเพื่อรับตั๋วเข้าสนามในวันใหม่ที่พวกเขาเพิ่งแถลงไป นั้นหมายความว่า พวกเขาจะไม่มีการพิจารณาเลื่อนการแข่งขันอีกครั้งแล้ว

แน่นอน นี่เป็นการกระทำเพื่อให้ เฟรนซ์ โอเพ่น รอดตายในวิกฤติ โควิด-19 อย่างไม่ต้องสงสัย แต่ที่น่าคิดคือ การเอาตัวรอดโดยการ “ฆ่า” ปลาเล็กปลาน้อย แทนที่จะพูดคุยเพื่อหาทางออกร่วมกันแบบนี้ มันถูกต้องแล้วหรือ?