สไนจ์เดอร์ : ถึงเวลา…ต้องเลิก

อาจจะเป็นเรื่องที่ทำใจยากสักนิดนึง หากใครคนหนึ่งได้ทำอะไรก็ตามติดต่อกันมาเป็นเวลาเกือบ 30 ปี แต่สุดท้ายด้วย “ความเปลี่ยนแปลง” ที่เป็นสัจจะของโลกได้หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนตามฤดูกาล และก็ได้ทำให้ใครคนนั้น ต้องหันหลังให้กับมัน

บนปฏิทินปี 2019 เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ อดีตทีมชาติเนเธอร์แลนด์ คือคนล่าสุดที่ต้องหันหลังให้กับวงการฟุตบอล ทั้งที่เขาใช้ชีวิตอยู่บนสนามมาเกือบๆ 30 ปี เพราะตอนนี้เขาได้ประกาศเลิกเล่นอย่างเป็นทางการแล้ว บนวัย 35 ปี 

เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ เริ่มเป็นนักเตะเยาวชนของไอแอ๊กซ์ เมื่อ 28 ปีที่แล้ว ด้วยวัย 7 ปี และไต่เต้าเป็นนักเตะเยาวชนของสโมสรและทะลุขึ้นมาเป็นนักเตะแกนหลักของสโมสรตอนอายุ 18 ปี เมื่อปี 2002 และนับจากนั้น เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ ก็ได้ก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะชั้นนำของโลก และได้มีโอกาสย้ายไปอยู่กับสโมสรดังของโลก อาทิ เรอัล มาดริด และ อินเตอร์ มิลาน 

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในปี 2010 หรือเมื่อ 9 ปีที่แล้ว คือปีทองของ สไนจ์เดอร์ จากการที่ตอนนั้นเขาคือเพลย์เมกเกอร์คนสำคัญที่ โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือเดอะสเปเชี่ยล วัน ช่วยขัดเกลาให้เขาเป็นจอมทัพงูใหญ่ และพาทีมคว้ายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และเป็นทริปเปิ้ลแชมป์ในปีนั้นด้วย 

นอกจากนั้นเขาเกือบจะหยิบแชมป์โลกให้กับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ได้อยู่แล้ว ติดแค่เพียงเจอลูกยิงของอันเดรส อินิเอสต้า ที่ทำให้สเปนดับฝันขุนพลอัศวินสีส้มในนัดชิงฯฟุตบอลโลก 2010 เวอร์ชั่น โจยันเนสเบิร์ก 

เมื่อเขาหมดไฟกับอินเตอร์ มิลาน เขาได้ย้ายไปอยู่กับกาลาตาซาราย ในตุรกีเมื่อปี 2012 และเล่นอยู่ในอาลี ซามิเยน เป็นเวลา 5 ฤดูกาล จากนั้น ช่วงท้ายของการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ 2 ฤดูกาลหลังสุด สไนจ์เดอร์ ย้ายไปอยู่กับนีซในฝรั่งเศสครึ่งฤดูกาล และ อัล การาฟ่า ในกาตาร์อีก 1 ฤดูกาลครึ่ง 

แต่ใน 2 ฤดูกาลสุดท้ายของชีวิตของ สไนจ์เดอร์ อาจจะไม่เป็นที่น่าจดจำ เพราะเขาถูกปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนรุมเร้ามาโดยตลอด

ทว่าจากนี้ไป เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ จะกลับไปบ้านเกิดในเมืองอูเทร็คท์ ในเนเธอร์แลนด์ และจะซื้อบ็อกซ์วีไอพีในสนามเหย้าของอูเทร็คท์ เพื่อเข้าชมเกมในบ้านของอูเทร็คท์ทุกนัด ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งในการเซ็นสัญญาร่วมงานทางธุรกิจกับอูเทร็คท์ของสไนจ์เดอร์ 

“ความรู้สึกของผมกับเมืองบ้านเกิดแห่งนี้ยอดเยี่ยมเสมอ ไม่เคยเปลี่ยน ตอนนี้ผมเลิกเล่นฟุตบอลแล้วอย่างเป็นทางการ ผมจึงต้องการมีสถานที่ที่ดีในการแบ่งปันประสบการณ์ของผม สโมสรได้พูดคุยกับผมเกี่ยวกับการมาทำธุรกิจร่วมกัน และตอนนี้ผมก็จะได้มีส่วนร่วมกับเกมทุกนัดที่สตาดิโอน กัลเกนวาร์ด ” เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ เปิดใจ

ทั้งนี้ การประกาศแขวนสตั๊ดของ สไนจ์เดอร์ ถือเป็นการเลิกเล่นตามหลังเพื่อนร่วมรุ่นในทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ในปีเดียวกัน โดยก่อนหน้านี้ 12 พฤษภาคม โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ได้ประกาศแขวนสตั๊ด ขณะที่  4 กรกฎาคม อาร์เยน ร็อบเบน แขวนสตั๊ด  และ 1 เดือนต่อจากนั้น ก็เป็นคิวของ เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ 

กับสถิติทีมชาติ สไนจ์เดอร์ ยังเป็นผู้ครองบัลลังก์ ลงเล่นให้อัศวินสีส้มมากที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยลงเล่นไปทั้งสิ้น 134 เกม ตั้งแต่ปี 2003-2018 และยิงประตูไปทั้งสิ้น 31 ประตู 

ขอให้โชคดี…เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ 

Fact files : ทำเนียบทีมชาติเนเธอร์แลนด์ 

1.เวสลี่ย์ สไนจ์เดอร์ 2003-2018 : 134 นัด

2. เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ 1995-2008 : 130 นัด

3. แฟรงค์ เดอ บัวร์ 1990-2004 : 112 นัด

4. ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท 2001-2013 : 109 นัด

5. โจวานนี่ ฟาน บรองก์ฮอสต์ 1996-2010 : 106 นัด


MOST POPULAR

Thought

หงส์สุกงอม ?

อ่าน 23,443 ครั้ง

Thought

หงส์สุกงอม (2) ?

อ่าน 15,993 ครั้ง

Thought

หงส์แดงชนะเพราะ?

อ่าน 14,155 ครั้ง

RELATED POSTS

Story

จุดสิ้นสุดของการรอคอยกว่า 16 ปี ของ เดวิด มาร์ติน

SPORTDesk. Team

ทุกการรอคอยมีจุดสิ้นสุด บ้างอาจจะผิดหวัง แต่สำหรับ เดวิด มาร์ติน มันยิ่งกว่าความสมปรารถนา เพราะมีหลักฐานคือน้ำตาแห่งความปิติที่ไหลออกมาหลังเกมจบลง

Thought

ฟุตบอลโลก 2018: ทำไมเยอรมัน คือ “เต็งหนึ่ง” ?

ไข่มุกดำ

การ “ไม่เลือก” เลอรอย ซาเน่ เป็น 1 ใน 23 ขุนพลเยอรมันชุดป้องกัน “แชมป์โลก” คือ 1 ใน 4 เหตุผลที่จะพิสูจน์ในบั้นปลายว่า ทำไม “เยอรมัน” จึงมีสิทธิ์เป็นทีมแรกที่ป้องกันแชมป์โลกได้สำเร็จ นับจาก “บราซิล” ที่ทำได้ในปี 1958 ตามด้วย 1962

Thought

ภารกิจสำคัญในโค้งสุดท้ายเจลีกของ ธีราทร บุญมาทัน

SPORTDesk. Team

หลังผ่านพ้นสัปดาห์ของเกมการแข่งขันของทีมชาติหลายๆลีกฟุตบอลชั้นนำก็จะกลับมาลงสนามกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้งในสัปดาห์นี้