‘โกเบ’ รสชาติที่กำลังกลมกล่อม

31 August 2019
109 VIEWS

หลังความปราชัยต่อ โยโกฮามะ มารินอส คาบ้าน 0-2 เมื่อเดือนที่แล้ว ดูเหมือนว่า วิสเซล ต้องก้มหน้ายอมรับถึงสถานการณ์ของทีมที่กลายเป็นทีมที่ต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นไปโดยปริยาย

เมื่อพวกเขาต้องเจอสถานการณ์ที่ยากลำบาก พ่ายแพ้ติดต่อกันมา 3 เกม จมอยู่ในอันดับที่ 15 ของตาราง เหนือโซนที่ต้องลุ้นเพลย์ออฟหนีตกชั้นเพียงอันดับเดียว  

แฟนบอลของทีม และนักวิเคราะห์วิจารณ์หลายคนเริ่มเป็นกังวลถึงสถานการณ์ของทีมที่มีโอกาสสุ่มเสี่ยงจะต้องตกชั้น แม้ทีมจะมีดาวเตะฝีเท้าระดับท้อปอย่าง อันเดรียส อิเนียสต้า , ดาวิด บีญ่า หรือ ลูคัส โพดอลสกี อยู่ก็ตาม

เหมือนอย่างที่ เซเรโซ โอซาก้า เคยเผชิญเมื่อฤดูกาล 2014 ที่พวกเขามี ดีเอโก ฟอร์ลัน ดาวยิงฟอร์มแรงชาวอุรุกวัย แต่ไม่วายสุดท้ายต้องกระเด็นตกชั้นไปอย่างเจ็บปวด

ทว่าเพียงห้วงเวลาแค่ 1 เดือน หรือเพียงแค่ 4 นัด นับจากที่แพ้ต่อ โยโกฮามะ มารินอส คาบ้านในวันนั้น วิสเซล โกเบ กลับดิ้นรนจนสามารถขยับอันดับหนีจากโซนอันตรายขึ้นมาเริ่มหายใจได้อย่างสะดวกอีกครั้งจาก 8 คะแนน ด้วยการชนะ 2 เสมอ 2 ไม่แพ้ใคร โดยเฉพาะชัยชนะนัดล่าสุดที่บุกถล่ม ซางัน โทสุ คาบ้านละเทะ 6-1 ทำให้ตอนนี้พวกเขาขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 12 ของตารางการแข่งขันแล้ว

เกิดอะไรขึ้นกับ วิสเซล โกเบ?

ดูเหมือนว่าตอนนี้ วิสเซล โกเบ จะแก้ไขปัญหาที่มีมานานนับตั้งแต่ออกสตาร์ทฤดูกาลนั่นคือ “เกมรับ” ได้แล้ว และรูปแบบและระบบการเล่นที่ลงตัว สมดุลทั้งเกมรุกและเกมรับ

หรือเปรียบเป็นเนื้อย่างโกเบ ก็เป็นเนื้อย่างโกเบที่ปรุงจนรสชาติกำลังกลมกล่อม…

หลังจากทีมเสริมตัวผู้เล่นในเกมรับทั้ง โธมัส แฟร์มาเล่น ดาวเตะมากประสบการณ์ชาวเบลเยี่ยม และ โกตุคุ ซากาอิ อดีตแบ็คซ้ายทีมชาติญี่ปุ่น เข้ามาสู่ทีมเพื่อหวังแก้ปัญหาในเกมรับ กุนซืออย่าง ธอร์สเท่น ฟิงค์ ก็จัดการเปลี่ยนระบบการเล่นของทีมจาก 4-2-3-1 ที่มีจุดอ่อนในแนวรับมากมายมาเป็น 3-4-1-2

โดยจัดการส่ง โธมัส แฟร์มาเล่น ลงมาเป็น 1 ใน 3 ปราการหลัง โดยยืนเป็นปราการหลังฝั่งซ้าย ร่วมกับ คู่เซ็นเตอร์แบ็คเดิมอย่าง แดงค์เลอร์ส และ เลโอ โอซากิ  ส่วนในตำแหน่ง วิงแบ็คซ้ายก็เปลี่ยนเอา โกโตคุ ซากาอิ ลงมาเล่นแทน เรียว ฮัตซึเซะ

การปรับรูปแบบการเล่นดังกล่าวของกุนซือชาวเยอรมัน ทำให้ทีมมีเกมรับที่เหนียวแน่นมากขึ้น และเมื่อเกมรับเหนียวแน่น เกมรุกที่ทรงประสิทธิภาพอยู่แล้วก็ยิ่งสำแดงฤทธิ์เดชได้มากกว่าเดิม จนมีความลงตัวและสมดุลมากขึ้นทั้งเกมรุกเกมรับ สร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมเก็บชัยชนะได้ โดยเฉพาะ 2 นัดล่าสุดที่ยิงรวมกันถึง 9 ประตู และเสียประตูแค่ลูกเดียวเท่านั้น

น่าติดตามครับว่า หลังจากเจอส่วนผสมที่ปรุงแต่งได้อย่างกลมกล่อมแล้ว วิสเซล โกเบ ทีมนี้จะต่อยอดผลงานไปได้แค่ไหน

แม้จะไม่ทันไปไกลถึงตำแหน่งแชมป์ แต่สำหรับการแย่งชิงพื้นที่ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ถือว่ายังเปิดกว้างสำหรับพวกเขา

เพราะแม้เจลีก 1 จะเหลือแค่ 10 เกม แต่ด้วยช่องว่างคะแนนที่ไม่ห่างกันมาก มันจึงยังมีโอกาสที่พวกเขาจะสามารถไล่ตามทันได้

นอกจากนั้นในฟุตบอลถ้วย เอ็มเพอร์เรอร์ คัพ ซึ่งให้สิทธิ์ลุยศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก อัตโนมัติแก่ทีมแชมป์ พวกเขาก็ยังอยู่ในเส้นทางที่เดินมาถึงรอบ 16 ทีมแล้ว

การเจอทีมที่ลงตัวตอนนี้จึงยังไม่สายเกินไป

หรือหากมาช้าก็ยังดีกว่าไม่มา…

โดยวันเสาร์นี้ วิสเซล โกเบ มีคิวเปิดบ้านพบ คอนซาโดเล ซัปโปโร ของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ในเวลา 17.00 น.

สำหรับแฟนฟุตบอลที่อยากเห็น 2 จอมแอสซิสต์แห่งเจลีกอย่าง อิเนียสต้า ปะทะกับ เจ ชนาธิป ก็สามารถติดตามถ่ายทอดสดได้ทาง ทรูสปอร์ต เอชดี 2 (ทรูวิชั่นส์ 667) ครับ

#โรนิน