10 เรื่องน่าจับตา 4 ลีกใหญ่ช่วงโค้งสุดท้าย

สุดสัปดาห์นี้ ฟุตบอลลีกใหญ่ยังมีโปรแกรมฟาดแข้งกันเช่นเดิม และเผลอๆ สัปดาห์นี้อาจจะมีแชมป์แรกอย่างเป็นทางการ เพราะ ยูเวนตุส ต้องการชัยชนะอีกนัดเดียวก็จะเป็นแชมป์ลีกอิตาลีแล้ว

ส่วนสถานการณ์ลุ้นแชมป์ของฝั่งอังกฤษ และเยอรมนี ก็ยังเบียดบี้กันสูสี ชนิดที่ใครพลาดไม่ได้เลย…

พรีเมียร์ลีก 

1.บิ๊กแมตช์คงหนีไม่พ้นเกม แมนฯซิตี้ – สเปอร์ส ที่ต้องมาเจอกันเป็นนัดที่ 3 ในรอบ 12 วัน โดยคู่นี้จะลงเล่นวันเสาร์คู่แรก 18.30 น. และหากแมนฯซิตี้ชนะได้จะแย่งตำแหน่งจ่าฝูงชั่วคราวได้ทันที เพราะลิเวอร์พูลลงเล่นวันอาทิตย์

สำหรับตัวผู้เล่น คาดว่า แฟร์นันดินโญ่ และ เลรอย ซาเน่ ที่จับเจ่าบนม้านั่งสำรองในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก จะกลับมาเป็นตัวจริงเกมนี้ ขณะที่ฝั่ง สเปอร์ส มี มุสซ่า ซิสโซโก้ บาดเจ็บเพิ่มเติม, แฮร์รี่ เคน ก็ปิดเทอมไปแล้ว จะเหลือก็มีเพียงตัวทีเด็ดอย่าง ซอง เฮือง มิน

สถิติสำหรับ แมนฯซิตี้ เก็บชัยมา 9 นัดรวดในพรีเมียร์ลีก ส่วนลูกทีม เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ออกนอกนรังไม่ดีเลย เพราะ 4 นัดหลังแพ้รวดเมื่อเป็นทีมเยือน

2.ขณะที่ ลิเวอร์พูล ต้องเล่นเกมวันอาทิตย์ โดยจะไปเยือนคาร์ดิฟฟ์ที่กำลังหนีตายสุดชีวิต  ดังนั้นเกมนี้จะไม่งานง่ายๆ ของเยอร์เก้น คล็อปป์ แน่นอน

สภาพทีมหงส์แดงพร้อมมาก จะมีเพียง เดยัน ลอฟเรน ที่ไม่ค่อยสมบูรณ์คนเดียว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ส่วนคาร์ดิฟฟ์ เสียแกนหลักอย่าง อาร่อน กุนนาร์สสัน ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 

ทั้งนี้ คาร์ดิฟฟ์ จำเป็นต้องชนะเอาไว้ก่อน เพื่อที่จะหนีออกจากกลุ่มตกชั้นให้ได้ เพราะตอนนี้พวกเขารั้งที่ 18 มี 31 คะแนน ตามหลัง ไบรท์ตัน อันดับ 17 อยู่ 2 คะแนน 

3.อาร์เซน่อล จะลงเล่นในวันอาทิตย์ ดวลกับ คริสตัล พาเลซ ซึ่งลูกทีมของ อูไน เอเมรี่ ก็เพิ่งล้ามาจากเกมยูโรป้า ลีกที่ดวลกับ นาโปลี ในคืนวันพฤหัสบดีด้วย แต่ตอนนี้ทุกคะแนนล้วนมีความหมาย ดังนั้น อาร์เซน่อล ใส่เต็มที่เช่นเดิม แต่ทว่าเกมนี้ ต้องขาด ‘โซเครตีส’  ที่ติดโทษแบน ส่วน คริสตัล พาเลซ ขาด เจมส์ ทอมกิ้นส์ และ มามาดู ซาโก้ 

4. ด้าน เชลซี แม้จะเพิ่งล้าจากศึกยูโรป้าลีก แต่ก็ได้ลงสนามในเกมคืนวันจันทร์ ดวลกับ เบิร์นลี่ย์ ซึ่งคูนี้เจอกัน 5 นัดหลังสุด เป็นฝ่าย เชลซี ที่เก็บชัยไปได้ 3 ครั้ง และเกมนี้ก็ยังมีตัวผู้เล่นที่คุณภาพดีกว่าเช่นเดิม  แต่ทว่า เบิร์นลี่ย์ ก็กำลังดีวันดีคืน เพราะชนะคู่แข่งมา 3 นัดหลังในช่วงท้าย (ชนะวูล์ฟ, บอร์นมัธ และ คาร์ดิฟฟ์) 

5. ส่งท้ายลีกอังกฤษ ที่ แมนฯยูไนเต็ด ซึ่งเพิ่งบอบช้ำด้วยน้ำมือบาร์เซโลน่ามา คราวนี้ผีแดงกลับมาเล่นในลีก คราวนี้จำเป็นต้องเรียกศรัทธากลับมาได้ให้ โดยพวกเขาจะไปเยือน เอฟเวอร์ตัน ในวันอาทิตย์ 

เกมนี้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไม่มี ลุค ชอว์ ที่ติดโทษแบน ขณะที่ฝั่งเอฟเวอร์ตัน ก็ไม่มีกองกลางคนสำคัญอย่าง อังเดร โกเมส ที่ติดแบนเช่นเดียวกัน และช่วงหลังๆ เอฟเวอร์ตันเริ่มเหนียวในบ้าน เพราะไม่โดนใครยิงมา 3 นัดแล้ว เวลาที่เล่นในกูดิสัน ปาร์ค

บุนเดสลีกา

6.บาเยิร์น มิวนิค ที่เป็นจ่าฝูง จากการนำ ดอร์ทมุนด์อยู่  1 คะแนน สัปดาห์นี้จะได้ลงเล่นก่อน โดยจะเปิดรังอลิอันซ์ อารีน่า พบกับ แวร์เดอร์ เบรเมน 

ปัญหาใหญ่ของเสือใต้ คือตำแหน่งผู้รักษาประตู ซึ่งมานูเอล นอยเออร์ บาดเจ็บอีกแล้ว นัดนี้จะเป็นหน้าที่ของ สเวน อูลไรช์แทน ส่วน อาร์เย็น ร็อบเบน ไม่สมบูรณ์ แต่ในยามนี้ ปีก 2 ข้างของเสือใต้อย่าง คิงส์ลี่ย์ โคมาน และ แชร์จ นาบี้ ฟอร์มกำลังดีเหลือเกิน

คู่นี้ศึกเสือใต้-นกนางนวล 15 นัดหลังสุดที่พบกัน บาเยิร์นชนะทุกนัด 

ส่วน ดอร์ทมุนด์ จะบุกไปเจอกับ ไฟร์บวร์ก ทีมอันดับ 13 วันอาทิตย์ คู่นี้เจอกัน 6 นัดหลังสุด เสือเหลืองชนะ 4 และไม่แพ้เลย เกมนี้ ลูกทีมของ ลูเซียง ฟาฟร์ ขาดแกนหลักคนเดียว คือ อัชราม ฮาคิมี่ ขณะที่ ปาโก้ อัลคาเซร์ สภาพร่างกายดีขึ้นแล้ว และน่าจะรับบทเป็นตัวโจ๊กเกอร์ได้อีกครั้ง

กัลโช่ เซเรีย อา

7.ยูเวนตุส กำลังจะกลายเป็นแชมป์ลีกอิตาลีอย่างเป็นทางการในสุดสัปดาห์นี้ โดยพวกเขาจะได้เปิดบ้านพบ ฟิออเรนติน่า ซึ่งเงื่อนไขง่ายๆ คือ หากม้าลายมี 1 คะแนน ก็จะได้แชมป์ทันที หรือหากโชคร้ายจริงๆ ยูเว่ เกิดแพ้ขึ้นมา และเกมระหว่าง นาโปลี-อตาลันต้าในวันจันทร์นั้น สาวกยูเว่ก็แค่ลุ้นให้ นาโปลี ไม่ชนะ, ยูเว่ก็จะเป็นแชมป์เช่นกัน

สำหรับ ยูเวนตุส คงใส่เต็มทีเพื่อให้แชมป์อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดไปเลย แต่เกมนี้พวกเขาอาจอดใช้งาน เปาโล ดีบาล่า, มาริโอ มันด์ซูคิช, และจอร์โจ้ คิเอลลินี่ ที่ไม่สมบูรณ์ทั้งหมด

8.ขณะที่เกมบิ๊กแมตช์ลีกมะกะโรนี  อินเตอร์ อันดับ 3 จะเปิดบ้านพบโรม่า อันดับ 5 โดยฝั่งโรม่า อาจจะขาดดานิเอเล่ เด รอสซี่ที่เจ็บกล้ามเนื้อ ส่วน ดีเอโก้ เปร็อตติ ลงไม่ได้แน่ๆ ขณะที่งูใหญ่มี เมาโร อิคาร์ดี้ คืนสู่ทีมอีกครั้งหนึ่งแล้ว หลังจากมีปัญหาคาราคาซังกันมานาน 

ลาลีกา

9.บาร์เซโลน่า จ่าฝูงจะเปิดบ้านพบ เรอัล โซเซียดาด ในคู่ดึกคืนวันเสาร์ ซึ่งคู่นี้ 18 นัดหลังสุดที่ดวลกัน เป็นฝ่ายบาร์ซ่าที่เก็บชัยได้หมดทุกนัด นอกจากนี้ ลูกทีมของ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ไม่แพ้ในลีก มาติดต่อกัน 20 นัดไปแล้ว

ขณะที่ รองจ่าฝูง แอต.มาดริด ต้องออกไปเยือน เออิบาร์ ซึ่งสำคัญที่สุดคือ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ จะไม่มี ดีเอโก้ คอสต้า และ อองตวน กรีซมันน์ ที่ติดโทษแบน ดังนั้นความหวังกะซวกประตูคงอยู่ที่ อัลบาโร่ โมราต้า ทั้งนี้ 13 นัดหลังสุดที่คู่นี้ดวลกัน ‘ตราหมี’ ไม่แพ้เลย 

10.ปิดท้ายที่ เรอัล มาดริด จะได้เปิดบ้านพบกับแอธ.บิลเบา ซึ่งคู่นี้เจอกัน 3 นัดล่าสุด จบลงที่ผลเสมอทุกนัด แต่อย่างไรก็ตาม ช่วงฟอร์มหลังๆในซานติอาโก้ เบอนาเบว ของมาดริดนั้นดีมาก เพราะเก็บชัยมา 3 นัดซ้อนๆ แล้ว  แต่ ซีเนอดีน ซีดาน จะหมดสิทธิ์ใช้งาน โทนี่ โครส, เซร์คิโอ รามอส และ วินิซิอุส จูเนียร์ ที่บาดเจ็บ


RELATED POSTS

Thought

“เมสซี่” มหัศจรรย์ธรรมดา

ลูกแม่กิ่ง

เมสซี่ ไม่ใช่หนุ่มน้อยที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเหมือนวันวาน แต่ความมหัศจรรย์ที่ปลายเท้าของเขายังคงอยู่ และบางทีการที่เราได้เห็นบ่อยๆมันจึงกลายเป็นของธรรมดา เป็นเรื่องธรรมดา

Thought

บทเรียนจากม้าลายถึงเรือใบ

มาริโน่

ศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ภาคแรกของฤดูกาล มาได้จังหวะเหมาะเหม็ง ทั้งสองทีมกำลังอยู่บนเส้นทางของผลงานที่ดี แมนฯ ซิตี้ ดีมาต่อเนื่อง อาจพูดได้ว่าดีขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยซ้ำ จนหลายคนเริ่มมีคำถามว่าดีที่สุดของพวกเขาอยู่ที่ไหน จะไปถึงเมื่อไหร่  แล้วหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร

Thought

สัญชาตญาณจาก “กุน”

ไข่มุกดำ

“เขาเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ และเขาก็จะตายไปพร้อมกับมัน” – เป๊ป กวาร์ดิโอลา พูดถึง กุน อเกวโร่